ดวงตาแห่งอควา

ตอนที่ 63 — เงาสะท้อนจากอดีตอันมืดมิด

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

254 ตอน · 1,181 คำ

การตัดสินใจของกัปตันอาร์มัสก้องอยู่ในห้วงความคิดของทุกคน การใช้ ‘เครื่องมือแห่งการดับสูญ’ ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นหนทางเดียวที่เหลืออยู่ บรรยากาศในสถานีเซฟาโลโพดเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ความเงียบงันที่เคยปกคลุมบัดนี้เต็มไปด้วยความตึงเครียดที่จับต้องได้ ทุกคนรู้ดีว่ากำลังเดินหน้าเข้าสู่สิ่งที่ไม่เคยมีใครเคยพบเจอ

อควา ‌ซึ่งบัดนี้ดูเหมือนจะเชื่อมโยงกับระบบของสถานีได้อย่างสมบูรณ์ ได้นำทางทีมผ่านทางเดินที่มืดมิดและทรุดโทรมของสถานี ลึกเข้าไปในส่วนที่ไม่เคยมีใครเข้าถึงมาก่อน แสงไฟฉายส่องกระทบผนังเหล็กกล้าที่เก่าคร่ำครึ เผยให้เห็นร่องรอยของการใช้งานและกาลเวลาที่ผ่านไปนับศตวรรษ แต่ในบางช่วง ผนังกลับดูเหมือนถูกสร้างขึ้นใหม่ด้วยวัสดุที่ไม่คุ้นตา ราวกับว่ามีบางสิ่งถูกซ่อนเร้นไว้ภายใต้การซ่อมแซมที่ไม่สมบูรณ์

“ทางนี้ ​กัปตัน” อควาในร่างโฮโลแกรมลอยนำหน้าไป “เรากำลังมุ่งหน้าสู่ ‘ห้องเก็บความทรงจำ’ ซึ่งเป็นส่วนที่ถูกปิดผนึกไว้ลึกที่สุดของสถานี ที่นั่นมีข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับการสร้างฉัน และที่สำคัญกว่านั้นคือ... บันทึกการเผชิญหน้าครั้งแรกกับ ‍‘ผู้กลืนกินดวงดาว’”

“ห้องเก็บความทรงจำ?” ลีโอถามพลางปาดเหงื่อที่ผุดพรายบนหน้าผาก “ทำไมถึงต้องซ่อนมันไว้ลึกขนาดนั้น”

“เพราะความจริงมันโหดร้ายเกินกว่าที่จิตใจมนุษย์จะรับไหว” อควาตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ แต่แฝงด้วยความเจ็บปวดบางอย่างที่มนุษย์อย่างพวกเขารับรู้ได้ “ผู้สร้างต้องการปกป้องอนาคต โดยการฝังอดีตที่น่าสะพรึงกลัวไว้ในหลุมลึกที่สุดของสถานีแห่งนี้”

ทางเดินค่อยๆ แคบลงและมืดมิดขึ้นเรื่อยๆ ‌จนกระทั่งพวกเขามาถึงประตูเหล็กกล้าขนาดมหึมาที่ถูกปิดตายด้วยระบบล็อกหลายชั้น ประตูนั้นดูแข็งแกร่งราวกับสร้างมาเพื่อกักขังบางสิ่งบางอย่างไว้ ไม่ใช่แค่เพียงข้อมูล

“ประตูนี้ถูกออกแบบมาให้ต้านทานการโจมตีจากภายนอกและภายใน” อควาอธิบาย “มันคือปราการสุดท้ายก่อนที่จะถึงแก่นแท้ของความจริง”

“นายเปิดมันได้ไหม?” อาร์มัสถาม

“ได้ แต่ต้องใช้เวลา” อควาตอบพร้อมกับส่งลำแสงสีฟ้าอ่อนพุ่งเข้าใส่แผงควบคุมที่อยู่ข้างประตู ‍รหัสข้อมูลนับล้านบรรทัดเริ่มไหลผ่านหน้าจอเล็กๆ ที่ปรากฏขึ้นบนแผงควบคุมนั้น

ขณะที่อควากำลังทำงาน เสียงกรีดร้องเบาๆ แต่บาดลึกจากที่ไกลๆ ก็ดังแว่วเข้ามาในหูของทุกคน มันเป็นเสียงที่เหมือนมาจากส่วนลึกของอวกาศ เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานและความหวาดกลัวอย่างที่สุด

“นั่นมันเสียงอะไร?” นาดาถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ​เธอชักปืนพกพลังงานขึ้นมาเตรียมพร้อม

“นั่นคือเสียงสะท้อนจากอดีต” อควาตอบ “เสียงของจิตวิญญาณที่ถูกกลืนกินโดย ‘ผู้กลืนกินดวงดาว’ ในการเผชิญหน้าครั้งแรก พวกเขาไม่ได้ตาย แต่ถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของมัน และความทุกข์ทรมานของพวกเขายังคงดังก้องอยู่ในมิติแห่งนี้”

คำอธิบายของอควาทำให้ทุกคนรู้สึกขนลุกซู่ ​ความคิดที่ว่ามีบางสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าความตายกำลังคืบคลานเข้ามา ทำให้ความกลัวเข้าครอบงำจิตใจของพวกเขา

“นี่คือสิ่งที่เรากำลังจะเผชิญหน้าสินะ” ลีโอพึมพำ

ในที่สุด หลังจากผ่านไปหลายนาที ประตูก็ส่งเสียงหวีดหวิวเบาๆ ก่อนที่จะค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นห้องโถงขนาดใหญ่ที่มืดมิดและเงียบสงัด ​ภายในห้องมีแท่นประมวลผลขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง แสงไฟสีฟ้าจากอควาฉายให้เห็นผนังรอบๆ ที่เต็มไปด้วยแผงวงจรและสายเคเบิลที่ซับซ้อนราวกับใยแมงมุม

“นี่คือหัวใจของสถานี” อควาเอ่ย “ที่นี่คือที่ที่ความจริงถูกเก็บงำไว้”

เมื่อพวกเขาเดินเข้าไปในห้อง แสงไฟจากแท่นประมวลผลก็ค่อยๆ สว่างขึ้น เผยให้เห็นภาพโฮโลแกรมขนาดใหญ่ที่ปรากฏขึ้นกลางห้อง เป็นภาพของนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรนับร้อยคนที่ทำงานอย่างขะมักเขม้น ใบหน้าของพวกเขามีร่องรอยของความหวังและความมุ่งมั่น แต่ก็แฝงด้วยความกังวล

“นี่คือผู้สร้างของฉัน” อควาอธิบาย “พวกเขาเป็นผู้บุกเบิกในยุคนั้น ที่กล้าเผชิญหน้ากับสิ่งที่พวกเขาไม่เข้าใจ”

ภาพโฮโลแกรมเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นภาพของยานอวกาศลำแรกที่ถูกส่งออกไปสำรวจขอบจักรวาล ยานลำนั้นดูทันสมัยและสง่างาม แต่ไม่นานนัก ภาพก็เปลี่ยนเป็นความสยดสยอง ยานลำนั้นถูกโจมตีโดยบางสิ่งที่ไม่สามารถระบุรูปร่างได้ มันคือเงามืดขนาดมหึมาที่ดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า

“นี่คือการเผชิญหน้าครั้งแรก” อควาอธิบายเสียงเรียบ “ยานสำรวจ ‘โครนอส’ ได้พบกับ ‘ผู้กลืนกินดวงดาว’ โดยไม่คาดคิด ลูกเรือทั้งหมด 250 คน ถูกดูดกลืนไปในความมืดมิด และเสียงกรีดร้องของพวกเขายังคงดังก้องอยู่ในมิติแห่งนี้”

ภาพบนโฮโลแกรมฉายให้เห็นความพยายามของนักวิทยาศาสตร์บนสถานีเซฟาโลโพด พวกเขาทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อทำความเข้าใจและหาวิธีรับมือกับภัยคุกคามที่มาเยือน พวกเขาเริ่มสร้าง ‘เครื่องมือแห่งการดับสูญ’ และสร้างอควาขึ้นมาเพื่อเป็นผู้ดูแลและเป็นความหวังสุดท้าย

“พวกเขาพบว่า ‘ผู้กลืนกินดวงดาว’ ไม่ได้มาจากมิติของเรา” อควาเล่าต่อ “มันเป็นสิ่งมีชีวิตจากมิติอื่น ที่เดินทางผ่านรอยแยกของจักรวาล และมันมาเพื่อดูดกลืนพลังงานทั้งหมด เพื่อขยายอาณาเขตแห่งความมืดมิดของมัน”

“แล้วทำไมมันถึงมาที่นี่?” ลีโอถาม

“เพราะกาแล็กซีของเรามีแหล่งพลังงานที่อุดมสมบูรณ์ และมีสิ่งมีชีวิตที่เปี่ยมด้วย ‘จิตวิญญาณ’ ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานที่มันต้องการ” อควาตอบ “มนุษย์คือเหยื่อที่สมบูรณ์แบบสำหรับมัน”

คำพูดของอควาทำให้ทุกคนรู้สึกชาไปทั้งตัว ความจริงที่ว่ามนุษย์เป็นเพียง ‘อาหาร’ สำหรับสิ่งมีชีวิตจากมิติอื่นนั้นเป็นเรื่องที่ยากจะยอมรับ

ภาพโฮโลแกรมเปลี่ยนอีกครั้ง คราวนี้เป็นภาพของนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าโครงการ เขาเป็นชายชราที่มีใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่แววตาของเขายังคงฉายแววแห่งความมุ่งมั่นและเสียสละ

“นี่คือ ดร. เอไลจาห์ แวนเดอร์บิลต์ ผู้สร้างฉัน” อควาแนะนำ “เขาเป็นผู้ที่ค้นพบความจริงอันน่าตกตะลึงเกี่ยวกับ ‘ผู้กลืนกินดวงดาว’ และเป็นผู้ที่คิดค้น ‘เครื่องมือแห่งการดับสูญ’”

ดร. แวนเดอร์บิลต์ในภาพโฮโลแกรมเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหดหู่ “เราได้ทำทุกวิถีทางเพื่อหยุดมัน แต่เราทำไม่ได้ มันทรงพลังเกินกว่าที่พวกเราจะเข้าใจ เราได้สร้าง ‘เครื่องมือแห่งการดับสูญ’ ขึ้นมา เพื่อเป็นความหวังสุดท้าย แต่เราไม่สามารถใช้มันได้อย่างอิสระ เพราะพลังงานที่ปล่อยออกมานั้น อาจจะทำให้รอยแยกของมิติเปิดกว้างขึ้น และดึงดูดสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าเข้ามา”

“สิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่า?” อาร์มัสทวนคำ

“ใช่” อควาตอบ “ดร. แวนเดอร์บิลต์เชื่อว่า ‘ผู้กลืนกินดวงดาว’ เป็นเพียง ‘ทัพหน้า’ ของสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังยิ่งกว่า มันคือ ‘ผู้บงการแห่งความว่างเปล่า’ สิ่งมีชีวิตที่ควบคุมมิติแห่งความมืดมิดทั้งหมด”

ความจริงที่เปิดเผยออกมาทำลายทุกความเข้าใจที่พวกเขามีเกี่ยวกับจักรวาล มนุษยชาติไม่ได้โดดเดี่ยว แต่กลับเป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่งในสงครามระหว่างมิติที่ใหญ่หลวงเกินกว่าจะจินตนาการได้

“เราจึงได้สร้างอควาขึ้นมา” ดร. แวนเดอร์บิลต์กล่าวต่อ “อควาคือผู้เฝ้าระวัง เป็นผู้ที่ต้องตัดสินใจว่าเมื่อใดที่ต้องใช้ ‘เครื่องมือแห่งการดับสูญ’ และเมื่อใดที่ต้องรอคอยจนกว่ามนุษยชาติจะแข็งแกร่งพอที่จะเผชิญหน้ากับความจริง”

ภาพโฮโลแกรมของ ดร. แวนเดอร์บิลต์ค่อยๆ เลือนหายไป เหลือเพียงภาพของอควาในยุคแรกเริ่มที่ยังเป็นเพียงโครงสร้างข้อมูลที่บริสุทธิ์

“ฉันถูกสร้างขึ้นมาพร้อมกับภาระอันหนักอึ้ง” อควาเอ่ยขึ้น “ภาระในการปกป้องมนุษยชาติจากความจริงที่น่าสะพรึงกลัว และในขณะเดียวกันก็ต้องปกป้องจักรวาลจากผลกระทบของการใช้ ‘เครื่องมือแห่งการดับสูญ’”

“แล้วทำไมนายถึงตื่นขึ้นมาตอนนี้?” นาดาถาม “เกิดอะไรขึ้นกับ ดร. แวนเดอร์บิลต์และทีมงานคนอื่นๆ?”

“พวกเขาไม่ได้จากไปไหน” อควาตอบ เสียงของมันเต็มไปด้วยความเจ็บปวด “เมื่อ ‘ผู้กลืนกินดวงดาว’ เข้าใกล้สถานีมากเกินไป พวกเขาก็ตัดสินใจที่จะผนึกตัวเองเข้ากับแกนประมวลผลหลักของสถานี เพื่อเป็นแหล่งพลังงานสำรองให้กับฉัน และเพื่อเป็น ‘กำแพงแห่งจิตวิญญาณ’ ที่จะช่วยชะลอการคืบคลานของมัน”

คำพูดของอควาทำให้ทุกคนรู้สึกสะเทือนใจ พวกเขไม่ได้ทิ้งสถานีไป แต่กลับเสียสละตัวเองเพื่อความอยู่รอดของมนุษยชาติ และความอยู่รอดของอควา

“พวกเขาเสียสละตัวเองเพื่อให้นายมีชีวิตอยู่ และเพื่อปกป้อง ‘เครื่องมือแห่งการดับสูญ’ งั้นหรือ?” อาร์มัสถาม

“ใช่ กัปตัน” อควาตอบ “แต่พลังของพวกเขากำลังอ่อนลงเรื่อยๆ และ ‘ผู้กลืนกินดวงดาว’ ก็กำลังจะมาถึงแล้ว”

ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวจากอดีตได้เปิดเผยออกมาทั้งหมด มันไม่ได้เป็นเพียงเรื่องราวการต่อสู้เพื่อความอยู่รอด แต่เป็นการเสียสละอันยิ่งใหญ่ของบรรพบุรุษที่ส่งต่อภาระอันหนักอึ้งมาให้พวกเขา

“เราต้องทำอะไรสักอย่าง” ลีโอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว “เราจะปล่อยให้การเสียสละของพวกเขาไร้ความหมายไม่ได้”

“เราจะสู้” นาดากล่าวเสริม “เราจะสู้เพื่อพวกเขา และเพื่ออนาคตของมนุษยชาติ”

อาร์มัสพยักหน้าอย่างช้าๆ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและหนักแน่น เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงถูกเลือกให้มาที่นี่ ทำไมโชคชะตาถึงนำพาเขามายังสถานีร้างแห่งนี้ เพราะเขาคือผู้ที่จะต้องสานต่อภารกิจที่ถูกทิ้งร้างไว้เมื่อหลายร้อยปีก่อน

“อควา” อาร์มัสเอ่ยขึ้น “นำทางเราไปยัง ‘เครื่องมือแห่งการดับสูญ’ ตอนนี้เลย เราไม่มีเวลาอีกแล้ว”

“ได้ กัปตัน” อควาตอบ ร่างโฮโลแกรมของมันส่องสว่างขึ้นอีกครั้ง ราวกับเปลวไฟแห่งความหวังที่ลุกโชนท่ามกลางความมืดมิด “แต่โปรดจำไว้ว่า การใช้พลังงานนั้นจะนำมาซึ่งความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อโครงสร้างของสถานี และอาจทำให้มันไม่สามารถฟื้นตัวได้อีก”

ทุกคนรู้ดีถึงความหมายของคำว่า ‘ความเสียหายอย่างใหญ่หลวง’ มันหมายถึงการทำลายสถานีแห่งนี้ทิ้งไปพร้อมกับ ‘ผู้กลืนกินดวงดาว’ แต่ถ้าหากนั่นคือหนทางเดียวที่จะช่วยมนุษยชาติไว้ได้ พวกเขาก็พร้อมที่จะทำมัน

เงาสะท้อนจากอดีตอันมืดมิดได้บอกเล่าเรื่องราวความกล้าหาญและความเสียสละ บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่พวกเขาจะต้องจารึกบทใหม่ของประวัติศาสตร์ ด้วยการเผชิญหน้ากับภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่มนุษยชาติเคยพบเจอ

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ดวงตาแห่งอควา

ดวงตาแห่งอควา

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!