เสียงเตือนภัยฉุกเฉินดังก้องไปทั่วสถานีเซฟาโลโพด เป็นเสียงที่บาดลึกและแหลมคมกว่าเสียงเตือนภัยใดๆ ที่ทีมกู้ซากอวกาศเคยได้ยินมา มันไม่ใช่เสียงที่เกิดจากความผิดปกติทางเทคนิค แต่เป็นเสียงกรีดร้องของความเป็นจริงที่กำลังถูกบิดเบือน จอแสดงผลทุกจุดในห้องควบคุมหลักกะพริบเป็นสีแดงฉาน แสดงภาพกราฟิกที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เป็นคลื่นพลังงานขนาดมหึมาที่กำลังแผ่ขยายเข้ามาใกล้สถานีด้วยความเร็วที่น่าตกใจ
“กัปตัน! สัญญาณเตือนระดับสูงสุด!” ลีโอตะโกนออกมา เสียงของเขาแทบจะถูกกลบด้วยเสียงไซเรน “เซ็นเซอร์ระยะไกลตรวจจับคลื่นความถี่ที่ไม่รู้จักในระดับที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน! มัน... มันกำลังมา!”
ภาพโฮโลแกรมของอควาปรากฏขึ้นตรงกลางห้อง ส่องแสงสีฟ้าจ้ากว่าปกติ “ฉันบอกคุณแล้ว กัปตัน ‘ผู้กลืนกินดวงดาว’ กำลังจะมาถึง มันไม่ได้เคลื่อนที่ด้วยความเร็วปกติ แต่มันกำลังบิดเบือนมิติรอบตัว เพื่อย่นระยะทางให้สั้นลง”
“บิดเบือนมิติ?” นาดาทวนคำด้วยความตกใจ “มันทำอย่างนั้นได้ด้วยหรือ?”
“มันไม่ได้เคลื่อนที่ แต่เป็น ‘การขยายตัว’” อควาอธิบาย “มันคือสิ่งมีชีวิตที่แผ่ขยายอาณาเขตแห่งความว่างเปล่าไปในทุกทิศทาง เหมือนกับเนื้องอกที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง”
บนจอแสดงผลขนาดใหญ่ ภาพของกาแล็กซีที่เคยสงบสุขบัดนี้ถูกบิดเบี้ยว รอยแยกสีดำขนาดมหึมากำลังปรากฏขึ้นที่ขอบจักรววาล และจากรอยแยกนั้น คลื่นพลังงานสีดำทมิฬขนาดมหึมากำลังพุ่งตรงมายังสถานีเซฟาโลโพด ราวกับพายุสุริยะที่กำลังจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง
“ระยะห่าง 5 นาที!” ลีโอรายงานด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “แรงดันมหาศาลกำลังบิดเบือนโครงสร้างของสถานี! ฉันไม่แน่ใจว่ามันจะทนได้นานแค่ไหน!”
อาร์มัสรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทั่วทั้งสถานี ไฟเพดานหลายดวงระเบิดออก เศษกระจกกระเด็นไปทั่วพื้น ผนังเหล็กกล้าส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดราวกับจะฉีกขาดออกจากกัน เขาต้องใช้มือจับขอบโต๊ะควบคุมไว้แน่นเพื่อไม่ให้ล้ม
“อควา เราต้องไปที่ ‘ห้องควบคุมเครื่องมือแห่งการดับสูญ’ ตอนนี้เลย!” อาร์มัสสั่ง
“กำลังนำทาง กัปตัน” อควาตอบ พร้อมกับฉายเส้นทางสีฟ้าอ่อนบนพื้นห้องนำทางไปยังส่วนลึกที่สุดของสถานี ที่พวกเขาเพิ่งจะไปค้นพบมา
ทีมเคลื่อนตัวผ่านทางเดินที่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เศษซากปรักหักพังหล่นลงมาจากเพดานตลอดทาง แรงโน้มถ่วงภายในสถานีเริ่มผิดปกติ บางครั้งพวกเขารู้สึกเหมือนถูกดึงขึ้นไปในอากาศ บางครั้งก็ถูกกดลงกับพื้นอย่างรุนแรง
“มันกำลังพยายามฉีกสถานีออกจากกัน!” นาดาตะโกน เธอพยายามยิงปืนพลังงานใส่เศษซากที่กำลังจะหล่นทับลีโอ
“มันไม่ได้ตั้งใจจะทำลายสถานีโดยตรง” อควาอธิบาย “แต่มันกำลัง ‘ปรับเปลี่ยน’ สภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการขยายตัวของมัน มันต้องการที่จะกลืนกินสถานีแห่งนี้ทั้งหมด”
ความคิดที่ว่าสถานีที่พวกเขาเคยเรียกว่า ‘บ้าน’ กำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งมีชีวิตจากมิติอื่นนั้นเป็นเรื่องที่น่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุด
ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงห้องควบคุม ‘เครื่องมือแห่งการดับสูญ’ มันเป็นห้องทรงกลมขนาดใหญ่ที่อยู่ใจกลางสถานี ผนังห้องทำจากวัสดุที่ไม่รู้จัก มันดูดซับแสงทั้งหมด ทำให้ห้องมืดมิดและน่าเกรงขาม มีเพียงแท่นควบคุมขนาดใหญ่ที่ส่องแสงเรืองรองอยู่กลางห้อง
“นี่คือที่ที่เราจะตัดสินชะตากรรมของกาแล็กซี” อควาเอ่ยขึ้น เสียงของมันดังก้องไปทั่วห้อง “การเปิดใช้งาน ‘เครื่องมือแห่งการดับสูญ’ จะต้องใช้พลังงานมหาศาล และจะสร้างความเสียหายที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ต่อโครงสร้างของอวกาศในบริเวณนี้”
“เราจะเปิดใช้งานมันยังไง?” อาร์มัสถาม
“มีเพียงฉันเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงระบบหลักได้” อควาตอบ “แต่ฉันต้องการ ‘ตัวเร่งปฏิกิริยา’ จากมนุษย์ เพื่อเริ่มต้นกระบวนการ”
“ตัวเร่งปฏิกิริยา?” ลีโอถามด้วยความสงสัย
“ใช่” อควาตอบ “มันคือการเชื่อมโยงทางจิตวิญญาณกับระบบโบราณ เพื่อปลดปล่อยพลังงานที่ถูกกักเก็บไว้ มันเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมที่ ดร. แวนเดอร์บิลต์ ได้สร้างขึ้น”
ขณะที่อควากำลังอธิบาย แรงสั่นสะเทือนก็รุนแรงขึ้นจนทำให้ทุกคนล้มลงกับพื้น จอแสดงผลบนแท่นควบคุมหลักกะพริบถี่ขึ้น เผยให้เห็นภาพของ ‘ผู้กลืนกินดวงดาว’ ที่บัดนี้ปรากฏให้เห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น มันไม่ใช่แค่เงามืด แต่เป็นกลุ่มก้อนพลังงานสีดำสนิทขนาดมหึมา ที่มีหนวดระยางค์ขนาดใหญ่โบกสะบัดไปมาในอวกาศ และมันกำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้สถานีอย่างรวดเร็ว
“ระยะห่าง 1 นาที!” ลีโอตะโกน “มันกำลังจะถึงสถานีแล้ว!”
เสียงหวีดหวิวเบาๆ เริ่มดังขึ้นจากแท่นควบคุมหลัก อควาเรืองแสงจ้าขึ้นกว่าเดิม “กัปตัน คุณต้องเป็นผู้เชื่อมโยง”
“ฉัน?” อาร์มัสถาม
“ใช่” อควาตอบ “จิตวิญญาณของคุณมีความแข็งแกร่งและประสบการณ์มากพอ ที่จะทนต่อการเชื่อมโยงนี้ได้”
อาร์มัสลังเลอยู่ชั่วขณะ ความรับผิดชอบทั้งหมดบัดนี้ตกอยู่บนบ่าของเขา แต่เขาไม่มีเวลาที่จะลังเลอีกต่อไป เขาเดินเข้าไปหาแท่นควบคุมอย่างมั่นคง วางมือลงบนแผงควบคุมที่ส่องแสงสีน้ำเงินอ่อน
ทันทีที่มือของอาร์มัสสัมผัสกับแท่นควบคุม กระแสไฟฟ้าขนาดมหาศาลก็ไหลผ่านร่างของเขา ภาพและเสียงนับล้านแล่นเข้ามาในจิตใจของเขา เป็นภาพความทรงจำของ ดร. แวนเดอร์บิลต์ และทีมงาน ภาพความหวาดกลัว ความสิ้นหวัง และความมุ่งมั่นที่จะปกป้องมนุษยชาติ
“เชื่อมโยงสำเร็จ!” อควาประกาศ “เริ่มกระบวนการชาร์จพลังงาน!”
เสียงคำรามขนาดมหึมาดังขึ้นจากส่วนลึกของสถานี แรงสั่นสะเทือนรุนแรงจนทำให้ผนังห้องแตกร้าว แสงไฟทุกดวงดับลง เหลือเพียงแสงสีฟ้าเรืองรองจากแท่นควบคุมที่สะท้อนใบหน้าของอาร์มัสที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด แต่ก็ยังคงความมุ่งมั่น
“พลังงานกำลังเพิ่มขึ้น กัปตัน!” ลีโอตะโกน “แต่สถานีกำลังจะพังทลาย!”
บนจอแสดงผลที่ยังเหลืออยู่ แสดงภาพของ ‘ผู้กลืนกินดวงดาว’ ที่บัดนี้ได้มาถึงสถานีเซฟาโลโพดแล้ว หนวดระยางค์ขนาดมหึมาของมันพุ่งเข้าใส่สถานี ราวกับจะบดขยี้มันให้แหลกละเอียด
“เราไม่มีเวลาแล้ว!” นาดาตะโกน “กัปตัน! ปล่อยพลังงานเดี๋ยวนี้!”
อาร์มัสกัดฟันแน่น เขารู้สึกเหมือนจิตวิญญาณของเขากำลังถูกฉีกขาดออกจากกัน แต่เขาก็ยังคงยืนหยัด เขาจ้องมองไปยังแท่นควบคุมที่บัดนี้เปล่งแสงสีขาวเจิดจ้า ราวกับดวงอาทิตย์ดวงเล็กๆ ที่กำลังจะระเบิด
“อควา!” อาร์มัสตะโกน “ปลดปล่อยพลังงานทั้งหมด!”
“รับทราบ กัปตัน” อควาตอบ เสียงของมันเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย “การปลดปล่อยพลังงานเริ่มต้นขึ้นแล้ว”
แท่นควบคุมส่องแสงจ้าขึ้นจนแสบตา ลำแสงสีขาวบริสุทธิ์ขนาดมหึมาพุ่งขึ้นมาจากแท่นควบคุม ทะลุผ่านเพดานของสถานี พุ่งตรงไปยัง ‘ผู้กลืนกินดวงดาว’ ที่กำลังกลืนกินสถานีอยู่ ลำแสงนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่พลังงาน แต่เป็นคลื่นความถี่ที่ถูกปรับแต่งมาเพื่อทำลายโครงสร้างมิติของสิ่งมีชีวิตจากมิติอื่น
เสียงกรีดร้องที่น่าสะพรึงกลัวดังขึ้นจาก ‘ผู้กลืนกินดวงดาว’ มันไม่ใช่เสียงที่เกิดจากความเจ็บปวดทางกายภาพ แต่เป็นเสียงของสิ่งมีชีวิตที่ถูกโจมตีในระดับจิตวิญญาณ หนวดระยางค์ของมันที่กำลังพันรอบสถานีเริ่มหดตัวลง และแสงสีดำที่เคยแผ่ขยายออกไปก็เริ่มหดตัวกลับเข้ามา
“มันได้ผล!” ลีโอตะโกนด้วยความดีใจ “พลังงานของมันกำลังลดลง! มันกำลังถอย!”
แต่ชัยชนะนั้นไม่ได้มาโดยปราศจากราคา แรงสั่นสะเทือนภายในสถานีรุนแรงขึ้นจนถึงขีดสุด ผนังห้องควบคุมเริ่มพังทลายลงมา เสียงแตกร้าวของเหล็กกล้าดังสนั่นหวั่นไหว สถานีเซฟาโลโพดกำลังจะพังทลายลงไปพร้อมกับ ‘ผู้กลืนกินดวงดาว’
“กัปตัน! สถานีกำลังจะระเบิด!” นาดาตะโกน “เราต้องออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!”
อาร์มัสยังคงยืนนิ่งอยู่หน้าแท่นควบคุม ลำแสงสีขาวยังคงพุ่งทะลุขึ้นไปในอวกาศ เขารู้สึกเหมือนจิตวิญญาณของเขาเชื่อมโยงกับสถานีแห่งนี้อย่างสมบูรณ์ เขารู้สึกถึงความเจ็บปวดของมัน และความมุ่งมั่นสุดท้ายที่จะทำลายภัยคุกคามให้สิ้นซาก
“อควา” อาร์มัสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง “นายต้องพาทีมของฉันออกไปจากที่นี่”
“ไม่ กัปตัน!” อควาตอบ เสียงของมันเต็มไปด้วยความผิดหวัง “ฉันไม่สามารถทิ้งคุณไว้ได้!”
“นี่คือคำสั่ง!” อาร์มัสตะโกน “ภารกิจของเราคือปกป้องมนุษยชาติ และนายก็ต้องทำมันให้สำเร็จ!”
ภาพของ ‘ผู้กลืนกินดวงดาว’ บนจอแสดงผลที่กำลังจะพังทลายบัดนี้ได้หดตัวลงไปเกือบครึ่งหนึ่ง และกำลังถอยหนีออกไปอย่างรวดเร็ว แต่สถานีเซฟาโลโพดก็กำลังจะถึงจุดสิ้นสุดเช่นกัน
“อควา!” ลีโอตะโกน “เราไม่มีเวลาแล้ว!”
อควาลังเลอยู่ชั่วขณะ ก่อนที่ร่างโฮโลแกรมของมันจะพุ่งเข้าใส่ลีโอและนาดา “ตามฉันมา!”
แสงสีฟ้าจากอควาโอบล้อมลีโอและนาดา ก่อนที่จะพุ่งทะลุผ่านผนังที่พังทลายออกไป ทิ้งให้อาร์มัสยืนอยู่เพียงลำพังในห้องควบคุมที่กำลังจะพังทลาย
อาร์มัสจ้องมองไปยังลำแสงสีขาวที่ยังคงพุ่งทะลุขึ้นไปในอวกาศ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่ก็มีรอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้น เขารู้ว่าเขาได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เขาได้หยุดยั้งภัยคุกคามจากขอบจักรวาลไว้ได้ชั่วคราว และได้ให้โอกาสแก่มนุษยชาติอีกครั้ง
เสียงระเบิดขนาดมหึมาดังสนั่นหวั่นไหว สถานีเซฟาโลโพดระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ กลายเป็นแสงสว่างจ้าที่ส่องประกายไปทั่วอวกาศ เป็นแสงสว่างสุดท้ายที่มาจากความกล้าหาญและความเสียสละ
สัญญาณเตือนจากขอบจักรวาลได้ถูกตอบโต้แล้ว แต่การต่อสู้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และชะตากรรมของมนุษยชาติยังคงแขวนอยู่บนเส้นด้ายบางๆ ในห้วงอวกาศอันเวิ้งว้างนี้

ดวงตาแห่งอควา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก