ทีมกู้ซากอวกาศที่เหลือรอด – ลีโอ, นาดา และอควาในรูปแบบข้อมูลที่ถูกถ่ายโอนมายังยานกู้ซาก ‘สตาร์ดัสต์’ – ลอยเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางเศษซากของสถานีเซฟาโลโพดที่ระเบิดเป็นผุยผง ภาพของแสงสว่างจ้าที่กลืนกินกัปตันอาร์มัสยังคงติดตาตรึงใจพวกเขา มันคือชัยชนะที่ขมขื่น และการเสียสละที่ยิ่งใหญ่
“กัปตัน...” นาดากระซิบ น้ำเสียงของเธอแหบพร่า ดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้ เธอจ้องมองไปยังซากปรักหักพังที่เคยเป็นบ้านของกัปตันอาร์มัส
“เขาคือวีรบุรุษ” อควาเอ่ยขึ้น เสียงของมันที่ออกมาจากระบบสื่อสารของยานสตาร์ดัสต์ดูเศร้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัด “การเสียสละของเขาทำให้ ‘ผู้กลืนกินดวงดาว’ ถอยร่นไปได้ชั่วคราว แต่ไม่ใช่การทำลายล้างที่สมบูรณ์”
“แล้วเราจะไปไหนต่อ?” ลีโอถาม เขาเป็นคนเดียวที่ยังคงพยายามรักษาความเยือกเย็นไว้ได้ แต่ภายในใจของเขาก็เต็มไปด้วยความเศร้าโศกและสับสน “เรากลับโลกไม่ได้ในตอนนี้ เราไม่มีอะไรจะรายงานเลย”
“เรายังไม่เสร็จสิ้นภารกิจ” อควาตอบ “ก่อนที่สถานีจะถูกทำลาย ฉันได้ถ่ายโอนข้อมูลสำคัญบางส่วนมายังยานสตาร์ดัสต์ และข้อมูลเหล่านั้นชี้ไปยังจุดหนึ่ง... จุดที่เราต้องไปค้นหาความจริงเพิ่มเติม”
“จุดไหน?” นาดาถาม
“มันคือ ‘สถานีวิจัยใต้พิภพ’ ที่ถูกสร้างขึ้นบนดาวเคราะห์ร้างที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลจากนี่” อควาอธิบาย “มันเป็นห้องปฏิบัติการลับที่ ดร. แวนเดอร์บิลต์ และทีมงานของเขา ใช้เพื่อทำการทดลองที่อันตรายที่สุด และเป็นที่ที่พวกเขาได้ค้นพบความจริงอันน่าตกใจเกี่ยวกับต้นกำเนิดของฉัน”
“ห้องปฏิบัติการลับใต้พิภพ?” ลีโอเลิกคิ้ว “ทำไมพวกเขาถึงต้องสร้างมันไว้บนดาวเคราะห์ร้าง?”
“เพราะการทดลองบางอย่างมันอันตรายเกินกว่าที่จะทำบนสถานี” อควาตอบ “มันเกี่ยวข้องกับการสำรวจมิติอื่น และการพยายามทำความเข้าใจ ‘ผู้บงการแห่งความว่างเปล่า’ ที่ ดร. แวนเดอร์บิลต์ เชื่อว่าเป็นผู้ควบคุม ‘ผู้กลืนกินดวงดาว’”
ความจริงที่อควาเปิดเผยทำให้ทั้งสองคนรู้สึกหนาวสะท้าน ความหวังที่จะกลับบ้านดูเหมือนจะริบหรี่ลงทุกที พวกเขากำลังจะดำดิ่งลึกลงไปในปริศนาที่ยิ่งใหญ่และอันตรายกว่าที่เคยเผชิญมา
“แล้วเราจะไปที่นั่นได้ยังไง?” นาดาถาม “ยานสตาร์ดัสต์ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการเดินทางระหว่างดาวเคราะห์”
“ฉันได้ทำการดัดแปลงระบบนำทางของยานสตาร์ดัสต์โดยใช้เทคโนโลยีของสถานีเซฟาโลโพด” อควาตอบ “มันจะสามารถนำเราไปยังดาวเคราะห์ดวงนั้นได้ แต่การเดินทางจะใช้เวลานาน และพลังงานเชื้อเพลิงก็มีจำกัด”
“เราต้องไป” ลีโอตัดสินใจ “กัปตันอาร์มัสเสียสละตัวเองเพื่อซื้อเวลาให้เรา เราต้องใช้เวลานั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด”
ยานกู้ซากสตาร์ดัสต์ซึ่งดูเล็กจ้อยเมื่อเทียบกับความเวิ้งว้างของอวกาศ เริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่ มุ่งหน้าสู่ดาวเคราะห์ร้างที่ไม่มีใครรู้จัก อควาได้ปรับเส้นทางให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ ‘ผู้กลืนกินดวงดาว’ อาจจะปรากฏตัวอีกครั้ง ทำให้การเดินทางใช้เวลานานขึ้น
หลายวันผ่านไปอย่างเชื่องช้า ลีโอและนาดาผลัดกันเฝ้ายามและตรวจสอบระบบของยาน พวกเขาแทบจะไม่ได้หลับไม่ได้นอน ความเศร้าโศกจากการจากไปของกัปตันอาร์มัสยังคงกัดกินจิตใจของพวกเขา แต่ความมุ่งมั่นที่จะไขปริศนาและทำภารกิจให้สำเร็จก็เป็นแรงผลักดันให้พวกเขายังคงเดินหน้าต่อไป
“เรากำลังเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์เป้าหมายแล้ว” อควาประกาศ “เตรียมตัวสำหรับการลงจอดที่ไม่ราบรื่นนัก แรงโน้มถ่วงของดาวเคราะห์ดวงนี้สูงกว่าโลกถึงสองเท่า”
ยานสตาร์ดัสต์สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงขณะที่มันพุ่งทะลุผ่านชั้นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยพายุทรายสีแดงฉาน ภาพนอกหน้าต่างเต็มไปด้วยความมืดมิดและหินผาที่ขรุขระ ไม่มีร่องรอยของสิ่งมีชีวิตใดๆ ดาวเคราะห์ดวงนี้เป็นเพียงก้อนหินขนาดมหึมาที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ในอวกาศ
ในที่สุด ยานก็ลงจอดอย่างกระแทกกระทั้นบนพื้นผิวที่ขรุขระของดาวเคราะห์ พายุทรายพัดกระหน่ำใส่ยานจนเสียงสนั่นหวั่นไหว
“เราลงจอดแล้ว” นาดาเอ่ยขึ้น เสียงของเธอเต็มไปด้วยความโล่งอกปนตื่นเต้น “แต่เราจะหาสถานีวิจัยลับเจอได้ยังไง?”
“ฉันได้ระบุตำแหน่งของมันแล้ว” อควาตอบ “มันอยู่ลึกลงไปใต้พื้นผิวของดาวเคราะห์นี้ประมาณ 10 กิโลเมตร และถูกปิดผนึกไว้ด้วยเทคโนโลยีพรางตัวขั้นสูง”
“10 กิโลเมตรใต้ดิน?” ลีโอเบิกตากว้าง “เราจะลงไปที่นั่นได้ยังไง? เราไม่มีอุปกรณ์ขุดเจาะ”
“ไม่ต้องกังวล” อควาตอบ “มีทางเข้าลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้ภูเขาไฟที่ดับแล้วแห่งหนึ่ง ฉันได้เปิดใช้งานสัญญาณนำทางแล้ว”
ทั้งสองคนสวมชุดอวกาศและเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น พวกเขาเปิดประตูยานออก เผชิญหน้ากับพายุทรายที่พัดกระหน่ำและแรงโน้มถ่วงที่กดทับร่างของพวกเขา ลีโอรู้สึกเหมือนมีน้ำหนักสองเท่าตัวของเขากดลงบนไหล่ แต่เขาก็ยังคงเดินหน้าต่อไป
พวกเขาเดินตามสัญญาณนำทางของอควาผ่านภูมิประเทศที่แห้งแล้งและอันตรายของดาวเคราะห์ หินผาสูงชันและปล่องภูเขาไฟที่ดับแล้วปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเขาเป็นระยะๆ ทุกย่างก้าวคือความท้าทาย
ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงเชิงภูเขาไฟลูกหนึ่งที่ดูเหมือนจะใหญ่ที่สุด อควาแสดงภาพโฮโลแกรมของทางเข้าลับที่ถูกซ่อนอยู่ใต้กองหินขนาดมหึมา
“เราต้องเคลื่อนย้ายหินเหล่านี้ออกไป” ลีโอเอ่ยขึ้น “แต่เราไม่มีเครื่องมือหนัก”
“ใช้กำลังทั้งหมดที่มี” นาดากล่าว “เราต้องเข้าไปให้ได้”
ทั้งสองคนเริ่มช่วยกันดันและงัดก้อนหินขนาดใหญ่ที่ปิดทางเข้าไว้ แรงโน้มถ่วงที่สูงทำให้งานนี้ยากลำบากยิ่งขึ้น เหงื่อไหลซึมออกมาจากใต้ชุดอวกาศของพวกเขา แต่พวกเขาก็ไม่ยอมแพ้
หลังจากผ่านไปหลายชั่วโมงของการทำงานหนัก ทางเข้าลับก็ค่อยๆ เผยให้เห็น ประตูเหล็กกล้าขนาดใหญ่ที่ถูกปิดผนึกไว้ด้วยสนิมและฝุ่นผงปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเขา
“ฉันจะพยายามเปิดประตูนี้” อควาประกาศ “แต่ระบบไฟฟ้าของมันถูกตัดขาดมานานแล้ว อาจจะต้องใช้เวลา”
อควาพยายามเชื่อมต่อกับระบบของประตูโดยใช้ลำแสงสีฟ้าอ่อน แต่ดูเหมือนว่าประตูจะถูกปิดผนึกไว้แน่นหนากว่าที่คาดไว้
“ไม่เป็นไรอควา” ลีโอเอ่ยขึ้น “ฉันจะลองดู”
ลีโอใช้เครื่องมือช่างที่เขามี พยายามที่จะซ่อมแซมระบบไฟฟ้าของประตูที่ชำรุด เขาทำงานอย่างละเอียดรอบคอบ ภายใต้ความกดดันของเวลาและสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย
ในที่สุด หลังจากผ่านไปอีกหลายชั่วโมง ระบบไฟฟ้าของประตูก็เริ่มทำงานอีกครั้ง แสงไฟสีแดงกะพริบขึ้นบนแผงควบคุม ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นสีเขียว ประตูเหล็กกล้าส่งเสียงคำรามเบาๆ ก่อนที่จะค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นทางเดินที่มืดมิดและทอดยาวลงไปใต้พิภพ
“สำเร็จ!” นาดาเอ่ยขึ้นด้วยความดีใจ “เราทำได้แล้ว!”
พวกเขาเดินเข้าไปในทางเดินที่มืดมิดและชื้นแฉะ แสงไฟฉายส่องกระทบผนังที่ทำจากเหล็กกล้าและคอนกรีตเสริมเหล็กที่ดูแข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ ทางเดินทอดยาวลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งพวกเขามาถึงลิฟต์ขนาดใหญ่ที่ถูกปิดผนึกไว้
“ลิฟต์นี้จะพาเราลงไปยังห้องปฏิบัติการหลัก” อควาอธิบาย “มันถูกออกแบบมาให้เคลื่อนที่อย่างช้าๆ เพื่อป้องกันการสั่นสะเทือนที่อาจจะรบกวนการทดลองที่ละเอียดอ่อน”
พวกเขาขึ้นลิฟต์และเริ่มลงสู่ส่วนลึกของดาวเคราะห์ การเดินทางใช้เวลานานนับชั่วโมง ลีโอและนาดาผลัดกันพักผ่อนและเตรียมตัวสำหรับการเผชิญหน้ากับสิ่งที่รออยู่เบื้องหน้า
เมื่อลิฟต์หยุดลง ประตูก็เปิดออก เผยให้เห็นห้องโถงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ที่ไม่คุ้นตา แสงไฟสลัวๆ ส่องกระทบเครื่องจักรขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง ผนังห้องเต็มไปด้วยจอแสดงผลที่ดับสนิท และโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารวิจัยที่เก่าคร่ำครึ
“นี่คือห้องปฏิบัติการลับ” อควาประกาศ “ที่นี่คือที่ที่ ดร. แวนเดอร์บิลต์ ได้ค้นพบความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับต้นกำเนิดของฉัน และความจริงเกี่ยวกับ ‘ผู้บงการแห่งความว่างเปล่า’”
ลีโอและนาดาเดินสำรวจไปรอบๆ ห้อง แต่ละก้าวของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวาดระแวง พวกเขาไม่รู้ว่าอะไรกำลังรอพวกเขาอยู่เบื้องหน้า
“อควา นายเจออะไรบ้างไหม?” ลีโอถาม
“ฉันกำลังพยายามเข้าถึงระบบข้อมูลหลัก” อควาตอบ “แต่ดูเหมือนว่ามันจะถูกปิดผนึกไว้แน่นหนากว่าที่คาดไว้มาก”
ขณะที่อควากำลังทำงาน เสียงหึ่งๆ เบาๆ ก็ดังขึ้นจากเครื่องจักรขนาดมหึมาที่อยู่กลางห้อง ก่อนที่แสงไฟสีเขียวอ่อนจะปรากฏขึ้นจากแกนกลางของเครื่องจักรนั้น
“นี่มันอะไรกัน?” นาดาถาม
“มันคือ ‘เครื่องกำเนิดมิติ’” อควาตอบ “มันถูกออกแบบมาเพื่อสร้างรอยแยกของมิติ เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์สามารถสำรวจมิติอื่นได้”
ความจริงที่อควาเปิดเผยทำให้ทั้งสองคนรู้สึกตกใจ ห้องปฏิบัติการแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่เก็บข้อมูล แต่เป็นประตูสู่มิติอื่น และเป็นที่ที่พวกเขาอาจจะได้เผชิญหน้ากับความจริงอันน่าสะพรึงกลัวเกี่ยวกับต้นกำเนิดของอควาและชะตากรรมของมนุษยชาติ

ดวงตาแห่งอควา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก