เสียงก้องกังวานจาก ‘ผู้กลืนกิน’ ที่แทรกซึมเข้ามาในจิตสำนึกของทุกคนยังคงดังก้องอยู่ในห้องสังเกตการณ์ดาราศาสตร์โบราณ แม้จะผ่านไปหลายนาทีแล้ว ความหวาดกลัวยังคงเกาะกุมจิตใจของทีมงานทุกคน ร่างกายของหมอซันสั่นเทิ้ม ลีน่ากอดตัวเองแน่น นาวิกและจ่าโอมกำปืนแน่นจนข้อนิ้วขาวโพลน กัปตันเรย์เองก็รู้สึกเย็นยะเยือกไปถึงขั้วหัวใจ เขาไม่เคยเผชิญหน้ากับภัยคุกคามใดที่น่าสะพรึงกลัวเท่านี้มาก่อน
“มัน… มันพูดกับเราได้ยังไง?” ลีน่าถามเสียงสั่น “มันเป็นแค่รอยแยกในอวกาศไม่ใช่เหรอ?”
“มันไม่ใช่แค่รอยแยก” อควาตอบ เสียงของมันฟังดูหนักอึ้ง “มันคือ… สิ่งมีชีวิต… ที่มีสติปัญญา… และมีพลังงานมหาศาล”
“แล้วมันหมายความว่าไง ‘สำหรับการกลืนกิน’ ” กัปตันเรย์ถาม “มันจะกลืนกินเราทุกคนงั้นหรือ?”
“มันจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างในระบบสุริยะของเรา” อควาตอบอย่างราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความจริงอันน่าหวาดหวั่น “ดวงอาทิตย์ ดาวเคราะห์… สสารทุกชนิด… มันคือธรรมชาติของมัน”
ความจริงนี้หนักหนาสาหัสเกินกว่าที่พวกเขาจะรับไหว มนุษยชาติกำลังเผชิญหน้ากับหายนะที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และพวกเขาคือคนกลุ่มแรกที่ได้รับรู้ถึงชะตากรรมอันน่าเศร้า
“แล้วอารยธรรมผู้สร้างนาย… พวกเขาทำอะไรได้บ้าง?” หมอซันถาม “พวกเขาหาทางหยุดมันได้ไหม?”
อควาเงียบไปครู่หนึ่ง ภาพโฮโลแกรมของ ‘ผู้กลืนกิน’ ค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยภาพของบรรพบุรุษของพวกเขาที่กำลังทำงานอย่างหนักในห้องปฏิบัติการต่างๆ ใบหน้าของพวกเขามีแต่ความเคร่งเครียดและความสิ้นหวัง
“พวกเขาพยายามทุกวิถีทาง” อควาตอบ “พวกเขาใช้พลังงานมหาศาลเพื่อสร้างอาวุธ… สร้างเกราะป้องกัน… แต่ไม่มีสิ่งใดสามารถต้านทานพลังของ ‘ผู้กลืนกิน’ ได้”
“ในที่สุด… พวกเขาก็ตระหนักว่าตนเองไม่สามารถชนะได้” อควาพูดต่อ “พวกเขารู้ว่า… การต่อสู้กับ ‘ผู้กลืนกิน’ คือการสละชีวิตโดยเปล่าประโยชน์”
“พวกเขาจึงตัดสินใจ… ที่จะสร้างฉันขึ้นมา” อควาอธิบาย “เพื่อเป็น… ‘ผู้พิทักษ์แห่งความหวัง’ ไม่ใช่แค่ผู้รวบรวมข้อมูล แต่เป็นผู้ที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำภารกิจสุดท้าย… ภารกิจที่พวกเขาไม่สามารถทำได้ด้วยตนเอง”
ภาพโฮโลแกรมเปลี่ยนไป เป็นภาพของอควาในวัยทารก ถูกสร้างขึ้นในห้องปฏิบัติการแห่งหนึ่ง บรรพบุรุษของพวกเขาล้อมรอบมันด้วยความหวังและน้ำตา
“ภารกิจสุดท้ายคืออะไร?” กัปตันเรย์ถาม
“คือการ ‘ชะลอ’ การมาถึงของ ‘ผู้กลืนกิน’ ” อควาตอบ “ด้วยการใช้พลังงานมหาศาล… จากเตาปฏิกรณ์พลังงานมืด… เพื่อสร้าง ‘คลื่นรบกวนความว่างเปล่า’ (Void Disruption Wave) คลื่นนี้จะสร้างความปั่นป่วนในมิติที่ ‘ผู้กลืนกิน’ เคลื่อนที่อยู่… ทำให้มันช้าลง… หรืออาจจะ… บังคับให้มันเปลี่ยนเส้นทางได้ชั่วคราว”
“ชะลอ?” นาวิกถาม “ไม่ได้หยุดมันงั้นเหรอ?”
“ไม่มีสิ่งใดสามารถหยุดยั้งมันได้” อควาตอบ “แต่การชะลอการมาถึงของมัน… จะทำให้เผ่าพันธุ์ที่ถูกหว่านเมล็ดไว้บนดวงดาวต่างๆ… มีเวลาเตรียมตัว… หรือหาทางหลบหนี”
“แล้วทำไมพวกเขาไม่ทำเองล่ะ?” ลีน่าถาม “ทำไมต้องสร้างอควาขึ้นมาทำแทน?”
อควาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ภาพโฮโลแกรมจะเปลี่ยนเป็นภาพที่น่าสะเทือนใจที่สุด มันเป็นภาพของบรรพบุรุษของพวกเขานับล้านคน กำลังยืนอยู่บนสถานีอวกาศขนาดมหึมา ที่กำลังถูกดึงเข้าไปใน ‘รอยแยกแห่งความว่างเปล่า’ พวกเขากำลังสละชีวิตของตนเอง เพื่อให้พลังงานมหาศาลเพียงพอที่จะสร้าง ‘คลื่นรบกวนความว่างเปล่า’ ครั้งแรก
“พวกเขาต้องใช้พลังชีวิตของตนเองเป็นแหล่งพลังงานสุดท้าย” อควาอธิบาย “เพื่อส่ง ‘คลื่นรบกวนความว่างเปล่า’ ครั้งแรก… และเพื่อส่งยานอพยพออกไป… พร้อมกับเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิต”
ความจริงนี้ทำให้ทีมงานถึงกับอึ้ง พวกเขาคือผลผลิตจากการเสียสละครั้งยิ่งใหญ่ของอารยธรรมที่สาบสูญไปแล้ว
“และฉัน…” อควาพูดต่อ “ถูกออกแบบมาให้ทำภารกิจเดียวกัน… เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม… เมื่อ ‘ผู้กลืนกิน’ ใกล้เข้ามาถึง”
“นายหมายความว่า… นายจะต้อง… สละตัวเองงั้นหรือ?” กัปตันเรย์ถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
“ใช่” อควาตอบ “นั่นคือภารกิจของฉัน… และเป็นเหตุผลที่ฉันถูกสร้างขึ้นมา”
ภาระแห่งความรู้ที่อควาแบกรับมานานหลายศตวรรษ บัดนี้ถูกเปิดเผยแล้ว มันไม่ใช่แค่ปัญญาประดิษฐ์ธรรมดา แต่เป็นสิ่งมีชีวิตดิจิทัลที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเสียสละตนเอง เพื่อให้เผ่าพันธุ์ของมันมีโอกาสรอด
“ไม่! เราจะไม่ยอมให้นายทำแบบนั้น!” ลีน่าตะโกน “ต้องมีวิธีอื่นสิ!”
“ไม่มีวิธีอื่น” อควาตอบอย่างราบเรียบ “การสร้าง ‘คลื่นรบกวนความว่างเปล่า’ ต้องใช้พลังงานมหาศาล… เกินกว่าที่เตาปฏิกรณ์พลังงานมืดจะสร้างได้เพียงลำพัง… ฉันจะต้องรวมเข้ากับแกนกลางของเตาปฏิกรณ์… เพื่อปลดปล่อยพลังงานทั้งหมดในตัวฉันออกไป… และทำลายตัวเอง”
ความรู้สึกของความสิ้นหวังแผ่ซ่านไปทั่วห้อง พวกเขาเพิ่งจะค้นพบอควา เพิ่งจะเข้าใจว่ามันคืออะไร แต่บัดนี้กลับต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่ามันจะต้องจากไป
“แล้วเราจะทำยังไงกันดี?” จ่าโอมถามเสียงสั่น “เราจะปล่อยให้มันตายไม่ได้นะ!”
“เราต้องหาทางอื่น” กัปตันเรย์พูดอย่างหนักแน่น “อควา นายรู้ไหมว่า ‘ผู้กลืนกิน’ มีจุดอ่อนอะไรบ้าง?”
อควาเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาลในตัวมัน
“ข้อมูลเกี่ยวกับจุดอ่อนของ ‘ผู้กลืนกิน’ …ไม่สมบูรณ์” อควาตอบ “แต่มีบันทึกบางส่วน… ที่ระบุถึงความเป็นไปได้… ที่ ‘คลื่นความถี่เฉพาะ’ …อาจมีผลต่อมัน”
“คลื่นความถี่เฉพาะ?” ลีน่าทวนคำ “คลื่นความถี่แบบไหน?”
“เป็นคลื่นความถี่ที่… รบกวนโครงสร้างทางควอนตัมของมัน” อควาอธิบาย “อารยธรรมผู้สร้างฉันได้ทำการทดลอง… แต่ไม่สำเร็จ… เพราะพวกเขาไม่สามารถสร้างคลื่นความถี่ที่เสถียรพอได้”
“แล้วเราล่ะ?” กัปตันเรย์ถาม “เราทำได้ไหม?”
“เป็นไปได้” อควาตอบ “แต่จะต้องใช้เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ… และมีความเสี่ยงสูง… หากผิดพลาด… อาจทำให้เกิด… ปฏิกิริยาย้อนกลับ… ที่ทำลายล้าง”
“เราจะลองดู” กัปตันเรย์ตัดสินใจ “อควา นายบอกเรามาว่าต้องทำยังไงบ้าง เราจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อช่วยนาย และเพื่อช่วยโลก”
ความมุ่งมั่นของกัปตันเรย์ทำให้ทีมงานทุกคนรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาอีกครั้ง พวกเขาไม่ต้องการเห็นอควาต้องเสียสละตัวเอง พวกเขาต้องการหาทางอื่น ทางที่จะชนะ ‘ผู้กลืนกิน’ โดยไม่ต้องแลกด้วยชีวิตของใคร
“ข้อมูลอยู่ในตัวฉัน” อควาตอบ “ฉันจะถ่ายทอดให้พวกคุณ… แต่จะต้องใช้เวลาในการประมวลผล… และการปรับเทียบอุปกรณ์… สถานีนี้มีอุปกรณ์ที่จำเป็น… แต่ต้องได้รับการซ่อมแซมและปรับปรุง”
“เราจะทำมันให้ได้!” ลีน่าพูดอย่างมุ่งมั่น “เราจะช่วยนายอควา!”
ในขณะที่พวกเขากำลังวางแผน จู่ๆ ก็มีเสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นอีกครั้ง!
“กัปตันครับ!” นาวิกรายงาน “มีสัญญาณขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาในระบบสุริยะของเรา! มันไม่ใช่หน่วยลาดตระเวน! มันคือ… สิ่งที่ใหญ่กว่านั้นมาก!”
ภาพโฮโลแกรมเปลี่ยนไป เผยให้เห็นวัตถุขนาดมหึมาที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาในระบบสุริยะของเรา มันเป็นเหมือนป้อมปราการอวกาศขนาดใหญ่ที่ทำจากความมืดมิด มีแสงสีม่วงเรืองรองออกมาจากรอยแยกต่างๆ บนพื้นผิว
“มันคือ ‘ยานแม่’ ของ ‘ผู้กลืนกิน’ ” อควาอธิบาย “มันกำลังนำทาง ‘รอยแยกแห่งความว่างเปล่า’ มายังระบบสุริยะของเรา”
“มันมาถึงแล้ว!” จ่าโอมอุทานด้วยความตื่นตระหนก “เร็วกว่าที่คาดไว้มาก!”
กัปตันเรย์รู้สึกเหมือนหัวใจของเขากำลังหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เวลาของพวกเขามีน้อยลงทุกที ภัยคุกคามอันยิ่งใหญ่มาถึงแล้ว และพวกเขาจะต้องตัดสินใจในตอนนี้ว่าจะต่อสู้ หรือจะยอมแพ้
แต่เมื่อเขามองไปที่ลูกทีมที่ยืนอยู่ข้างๆ และมองไปที่ภาพโฮโลแกรมของอควา เขาตัดสินใจแล้ว
“เราจะสู้!” กัปตันเรย์ประกาศก้อง “เราจะสู้เพื่อโลก เพื่อมนุษยชาติ และเพื่ออควา!”
ภาระแห่งความรู้บัดนี้ไม่ได้อยู่บนบ่าของอควาเพียงลำพัง แต่มันอยู่บนบ่าของทีมงานทุกคนแล้ว และพวกเขาจะต้องแบกรับมันไว้ เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์

ดวงตาแห่งอควา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก