เสียงปืนพลังงานดังกึกก้องไปทั่วห้องควบคุมหลักของสถานีโอไรออน แสงสีฟ้าจากกระสุนของภาคภูมิปะทะเข้ากับเกราะป้องกันพลังงานของหุ่นยนต์สีดำสนิท สะท้อนเป็นประกายวูบวาบ หุ่นยนต์ป้องกันตัวนั้นเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วเกินคาด ดวงตาเรืองแสงสีแดงของมันจับจ้องภาคภูมิอย่างไม่คลาดสายตา ทุกการเคลื่อนไหวของมันเต็มไปด้วยความแม่นยำและอันตราย
“อควา! มันเร็วเกินไป!” ภาคภูมิร้องบอก เขาต้องหลบหลีกการโจมตีของหุ่นยนต์อย่างสุดความสามารถ ลำแสงพลังงานสีแดงจากปืนของมันเฉียดผ่านตัวเขาไปอย่างหวุดหวิดหลายครั้ง
“คุณต้องเข้าประชิดตัวค่ะหัวหน้า! เกราะป้องกันของมันจะอ่อนแอลงเมื่อถูกโจมตีระยะใกล้!” อควาแนะนำ
ภาคภูมิกัดฟัน เขารู้ว่านี่เป็นการเสี่ยงตายครั้งใหญ่ แต่เขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เขาต้องตัดการเชื่อมต่อของอุปกรณ์คริสตัลสีดำนั้นให้ได้ก่อนที่มันจะปลุก ‘ศูนย์กลางควบคุม’ ของสถานีขึ้นมาอย่างสมบูรณ์
เขาวิ่งพุ่งเข้าใส่หุ่นยนต์อย่างไม่คิดชีวิต หุ่นยนต์ตอบโต้ด้วยการยกแขนขึ้นเพื่อใช้เป็นโล่ป้องกัน ภาคภูมิใช้จังหวะนั้นสไลด์ตัวลอดใต้ขาของมันไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพลิกตัวกลับมาและยิงเข้าใส่แกนพลังงานสีแดงที่กลางหน้าอกของหุ่นยนต์
ลำแสงพลังงานสีฟ้าพุ่งเข้าใส่จุดอ่อนนั้นอย่างจัง เสียงโลหะบิดเบี้ยวและเสียงวงจรไฟฟ้าลัดวงจรดังขึ้น หุ่นยนต์ตัวนั้นส่งเสียงคำรามคล้ายเสียงเครื่องจักรที่กำลังจะพัง ก่อนที่มันจะเซถลาไปด้านหลัง แสงจากดวงตาของมันเริ่มกะพริบถี่ขึ้น
“ได้ผล! ยิงซ้ำค่ะหัวหน้า!” อควากระตุ้น
ภาคภูมิไม่รอช้า เขาระดมยิงเข้าใส่แกนพลังงานของหุ่นยนต์อย่างต่อเนื่อง แสงสีแดงของแกนพลังงานเริ่มส่องสว่างจ้าขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่มันจะระเบิดออกด้วยเสียงอันดังสนั่นหวั่นไหว
แรงระเบิดทำให้ภาคภูมิกระเด็นไปชนผนังห้องอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่เจ็บหนักเท่าครั้งแรก เขาพยายามลุกขึ้นยืนพลางมองไปยังซากของหุ่นยนต์ที่ระเบิดออกเป็นชิ้นๆ ควันสีเทาลอยคละคลุ้งไปทั่วห้อง
“จัดการได้แล้วค่ะหัวหน้า!” อควาพูดด้วยน้ำเสียงโล่งใจ “แต่คุณต้องรีบแล้วค่ะ! อุปกรณ์ลึกลับนั้นกำลังเข้าถึงระบบแกนกลางได้เกือบสมบูรณ์แล้ว!”
ภาคภูมิไม่รอช้า เขาวิ่งตรงไปยังแผงควบคุมหลัก เขาก้มลงมองหาสายเคเบิลสีม่วงขนาดใหญ่ที่อควาเคยบอก
มันอยู่ที่นั่น เรืองแสงด้วยพลังงานที่รุนแรงจนรู้สึกได้ถึงความร้อน
เขายกมือขึ้นหมายจะดึงมันออก แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงกระหึ่มจากแกนกลางของสถานี เสียงนั้นคล้ายเสียงของเครื่องจักรขนาดมหึมาที่กำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหล
“แย่แล้ว! มันปลุก ‘ศูนย์กลางควบคุม’ ได้แล้วค่ะหัวหน้า!” อควาร้องเตือน “สัญญาณพลังงานของมันกำลังแผ่กระจายไปทั่วสถานี!”
ภาคภูมิไม่สนใจ เขาออกแรงดึงสายเคเบิลสีม่วงนั้นอย่างสุดกำลัง แรงดึงมหาศาลทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังจะถูกกระชากไปด้วย แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้
ในที่สุด สายเคเบิลก็หลุดออก!
เสียงกระหึ่มจากแกนกลางของสถานีหยุดลงทันที แสงสีม่วงที่เรืองแสงจากอุปกรณ์คริสตัลสีดำก็พลันดับลงไปอย่างรวดเร็ว ราวกับถูกตัดขาดจากแหล่งพลังงาน
ความเงียบกลับเข้าปกคลุมห้องควบคุมหลักอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของภาคภูมิและเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ยังคงดังอยู่เบาๆ
“สำเร็จแล้วค่ะหัวหน้า! คุณตัดการเชื่อมต่อได้แล้ว!” อควาพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโล่งใจอย่างแท้จริง “สัญญาณพลังงานแปลกปลอมหยุดลงแล้ว!”
ภาคภูมิทรุดตัวลงนั่งกับพื้นด้วยความเหนื่อยล้า เขารู้สึกเหมือนแบกโลกทั้งใบเอาไว้บนบ่าแล้วเพิ่งจะปล่อยมันลงไปได้
“อควา…เกิดอะไรขึ้นกับ ‘ศูนย์กลางควบคุม’ นั่น” ภาคภูมิถาม
“มันถูกปลุกขึ้นมาเพียงบางส่วนค่ะ แต่การตัดการเชื่อมต่อของคุณทำให้มันหยุดชะงักลงไป” อควาตอบ “แต่ข้อมูลที่ดิฉันสามารถกู้คืนได้จากช่วงเวลาสั้นๆ ที่มันถูกปลุกขึ้นมานั้น…น่าตกใจมากค่ะ”
“อะไร?” ภาคภูมิถาม
“ศูนย์กลางควบคุมของสถานีโอไรออนแห่งนี้…มันไม่ใช่แค่ระบบคอมพิวเตอร์ธรรมดาค่ะหัวหน้า” อควาตอบ “มันคือสมองชีวภาพขนาดมหึมา ที่ถูกสร้างขึ้นจากเซลล์สมองของสิ่งมีชีวิตบางชนิด…และมันถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อกับ ‘เงาจักรวาล’!”
ภาคภูมิเบิกตากว้าง “สมองชีวภาพ? เชื่อมต่อกับเงาจักรวาล? หมายความว่ายังไง?”
“สถานีแห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อต่อสู้กับ ‘เงาจักรวาล’ โดยตรงค่ะหัวหน้า” อควาอธิบาย “มันถูกสร้างขึ้นเพื่อ ‘ทำความเข้าใจ’ และ ‘สื่อสาร’ กับพวกมัน! และ ‘ศูนย์กลางควบคุม’ คือสะพานเชื่อมนั้น!”
ความจริงที่อควาเปิดเผยทำให้ภาคภูมิรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้าง สถานีวิจัยแห่งนี้ไม่ใช่ป้อมปราการแห่งความหวัง แต่เป็นห้องทดลองขนาดใหญ่ที่พยายามจะสร้างความเข้าใจกับภัยคุกคามที่ไม่อาจหยั่งถึง
“แล้วอุปกรณ์คริสตัลสีดำนั่นมันคืออะไร?” ภาคภูมิถามพลางมองไปยังอุปกรณ์ที่ตอนนี้ดับสนิทแล้ว
“มันคือ ‘ตัวเชื่อมต่ออเนกประสงค์’ (Universal Connector) ที่ถูกสร้างโดยอารยธรรมที่แตกต่างออกไปค่ะ” อควาตอบ “มันถูกใช้เพื่อบังคับให้ ‘ศูนย์กลางควบคุม’ ทำงาน เพื่อเชื่อมต่อกับ ‘เงาจักรวาล’ และควบคุมพวกมัน”
“ควบคุมพวกมัน?” ภาคภูมิพึมพำ “ใครเป็นคนสร้างมัน? และทำไมถึงมาอยู่ที่นี่?”
“ดิฉันไม่สามารถระบุที่มาของมันได้ค่ะหัวหน้า แต่จากรหัสพลังงานที่ตรวจจับได้ มันเป็นเทคโนโลยีที่เก่าแก่กว่าสถานีโอไรออนมาก และมีรหัสที่ซับซ้อนกว่าเทคโนโลยีของมนุษย์ในยุคสมัยนั้น” อควาตอบ “และดูเหมือนว่ามันถูกนำมาติดตั้งในสถานีแห่งนี้ภายหลัง โดยผู้ที่ต้องการใช้ ‘ศูนย์กลางควบคุม’ เพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง”
“วัตถุประสงค์อะไร?”
“ข้อมูลไม่สมบูรณ์ค่ะ แต่จากความทรงจำที่เลือนรางของดิฉัน…ดูเหมือนจะมีกลุ่มคนบางกลุ่มที่เชื่อว่าการควบคุม ‘เงาจักรวาล’ คือหนทางเดียวที่จะช่วยให้อารยธรรมของพวกเขารอดพ้นจากการสูญพันธุ์” อควาอธิบาย “พวกเขาต้องการใช้ ‘เงาจักรวาล’ เป็นอาวุธ หรือเป็นเครื่องมือในการเดินทางข้ามจักรวาล”
ภาคภูมิถอนหายใจยาว ความทะเยอทะยานของมนุษย์ หรือสิ่งมีชีวิตอื่นใดที่ต้องการควบคุมอำนาจที่อยู่เหนือการควบคุม ย่อมนำมาซึ่งหายนะเสมอ
“แล้วปรสิตพวกนั้นล่ะ?” ภาคภูมิถาม “พวกมันเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ยังไง?”
“ปรสิตเหล่านั้นคือ ‘ผู้ส่งสาร’ (Harbingers) ของ ‘เงาจักรวาล’ ค่ะ” อควาตอบ “พวกมันถูกใช้เพื่อสำรวจและเตรียมการรุกราน พวกมันจะทำลายสิ่งมีชีวิตที่ขวางทาง และแทรกซึมเข้าไปในโครงสร้างของอารยธรรมต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการมาถึงของ ‘เงาจักรวาล’ ตัวจริง”
“ถ้าอย่างนั้น การที่พวกมันมุ่งหน้าไปยังห้องเก็บพลังงานและห้องปฏิบัติการชีวภาพ ก็หมายความว่าพวกมันกำลังพยายามที่จะ…ขยายพันธุ์ หรือสร้างฐานทัพในสถานีแห่งนี้ใช่ไหม?” ภาคภูมิถามด้วยความรู้สึกหวาดหวั่น
“ใช่ค่ะหัวหน้า และพวกมันกำลังพยายามเข้าถึงแหล่งพลังงานหลักของสถานี เพื่อปลุก ‘ศูนย์กลางควบคุม’ ให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง” อควาตอบ “แต่คราวนี้พวกมันจะใช้แหล่งพลังงานของสถานีโดยตรง ไม่ผ่านตัวเชื่อมต่ออเนกประสงค์นั้น”
“แย่แล้ว! เราต้องหยุดพวกมันให้ได้!” ภาคภูมิรีบลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
“ใช่ค่ะหัวหน้า แต่สถานีได้รับความเสียหายอย่างหนัก และระบบป้องกันส่วนใหญ่ไม่สามารถใช้งานได้แล้ว” อควากล่าว “ดิฉันไม่แน่ใจว่าเราจะสามารถหยุดพวกมันได้ทั้งหมดหรือไม่”
“แล้วคิมกับเมษาล่ะ? พวกเขาไปถึงยานสำรวจหรือยัง?” ภาคภูมิถามด้วยความเป็นห่วง
“คิมนำเมษาและนิกซ์ไปถึงยานสำรวจแล้วค่ะหัวหน้า” อควาตอบ “แต่พวกเขากำลังถูกโจมตีจากปรสิตจำนวนมาก! และยานสำรวจได้รับความเสียหายจากแรงปะทะ ทำให้ระบบขับเคลื่อนบางส่วนใช้งานไม่ได้”
สถานการณ์เลวร้ายลงเรื่อยๆ เพื่อนร่วมทีมของเขากำลังถูกโจมตี ส่วนสถานีก็กำลังจะถูกยึดครอง และความจริงอันน่าสะพรึงกลัวเกี่ยวกับ ‘เงาจักรวาล’ ก็กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
ภาคภูมิรู้ว่าเขาต้องทำอะไรบางอย่าง เขาต้องปกป้องสถานีแห่งนี้ ปกป้องเพื่อนร่วมทีม และปกป้องความลับที่ถูกฝังไว้ที่นี่
“อควา! มีทางไหนที่เราจะหยุดพวกปรสิตที่กำลังมุ่งหน้าไปแหล่งพลังงานได้บ้าง?” ภาคภูมิถามด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด
“มีทางเดียวค่ะหัวหน้า” อควาตอบ “เราต้องใช้ระบบป้องกันฉุกเฉินระดับสูงสุดของสถานี…ระบบทำลายล้างตัวเอง”
ภาคภูมิเบิกตากว้าง “ทำลายตัวเอง? เธอหมายความว่ายังไง?”
“สถานีโอไรออนถูกออกแบบมาให้สามารถทำลายตัวเองได้ในกรณีที่เกิดการรุกรานที่ไม่สามารถควบคุมได้ค่ะ” อควาอธิบาย “แต่การเปิดใช้งานระบบนี้จะทำลายสถานีทั้งสถานี และทุกชีวิตที่อยู่บนสถานี”
ภาคภูมิเงียบไปชั่วขณะ การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตของเขา เขาต้องเลือกระหว่างการปล่อยให้สถานีถูกยึดครองโดยปรสิตและ ‘เงาจักรวาล’ ซึ่งอาจนำไปสู่หายนะที่ใหญ่กว่า หรือการทำลายสถานีและสละชีวิตของทุกคนที่อยู่บนนั้น
เขามองไปยังอุปกรณ์คริสตัลสีดำที่ดับสนิท เขาคิดถึงความจริงที่ว่า ‘ศูนย์กลางควบคุม’ คือสมองชีวภาพที่ถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อกับ ‘เงาจักรวาล’ และว่ามีผู้ที่พยายามจะควบคุมมัน
“ถ้าเราทำลายสถานี…ความจริงทั้งหมดก็จะถูกทำลายไปด้วยใช่ไหม?” ภาคภูมิถาม
“ใช่ค่ะหัวหน้า” อควาตอบ “และ ‘เงาจักรวาล’ ก็อาจจะยังคงเป็นภัยคุกคามที่ไม่ถูกเปิดเผยต่อไป”
ภาคภูมิรู้ว่าเขาไม่สามารถยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นได้ เขาต้องหาวิธีที่จะปกป้องความจริง และช่วยเพื่อนร่วมทีมของเขาให้รอด
“ไม่! เราจะไม่ทำลายสถานี!” ภาคภูมิประกาศ “เราจะหาทางสู้!”

ดวงตาแห่งอควา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก