ดวงตาแห่งอควา

ตอนที่ 46 — เสียงกระซิบจากความว่างเปล่า

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

254 ตอน · 1,472 คำ

ความมืดมิดอันไร้กาลเวลาของห้วงอวกาศมิได้เป็นเพียงความว่างเปล่า หากทว่ามันคือผืนผ้าใบที่แต่งแต้มด้วยปริศนาอันมิอาจหยั่งถึง ณ ใจกลางสถานีวิจัยอวกาศร้างนามว่า ‘อุทกานต์’ แสงสลัวจากจอแสดงผลกระพริบไหว สะท้อนเงาของนายช่างใหญ่เคล ผู้ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าแผงควบคุมเก่าคร่ำคร่า ‌สัมผัสจากปลายนิ้วของเขาแผ่วเบา ราวกับกำลังลูบไล้ร่องรอยแห่งอดีตกาลที่ถูกจารึกไว้บนพื้นผิวโลหะ

“อควา… เจ้าแน่ใจหรือว่านี่คือสิ่งที่เรากำลังมองหา” เคลเอ่ยถาม เสียงทุ้มแหบพร่าคลอเคล้าด้วยความอ่อนล้าจากการทำงานหนักหลายวันติดต่อกัน สายตาจับจ้องไปยังภาพจำลองสามมิติที่ลอยเด่นอยู่กลางอากาศ มันคือแผนผังของสถานีอุทกานต์ที่ซับซ้อนราวเขาวงกต พร้อมด้วยจุดสีแดงกระพริบเล็กๆ ​ที่บ่งบอกถึงห้องเก็บข้อมูลหลักที่เพิ่งถูกค้นพบ

“ความแน่ใจเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นจากข้อมูลที่มีจำกัด” เสียงของอควาตอบกลับมา นุ่มนวลทว่าไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ “แต่จากการประมวลผลเศษเสี้ยวความทรงจำของข้า จุดนี้มีความเชื่อมโยงกับภารกิจหลักที่ถูกปกปิดมากที่สุด”

ลิรา ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ AI และเทคโนโลยีโบราณ ‍ก้มหน้าลงตรวจสอบแผงควบคุมที่เธอเพิ่งเชื่อมต่อเข้ากับระบบหลักของสถานี เหงื่อผุดพรายบนหน้าผากบ่งบอกถึงความเคร่งเครียด “ระบบป้องกันข้อมูลที่นี่ซับซ้อนกว่าที่เราเคยเจอมาทั้งหมด มันเหมือนถูกออกแบบมาให้ต้านทานการเจาะระบบจากทั้งภายในและภายนอกพร้อมกัน เหมือนกับว่าผู้สร้างต้องการให้ข้อมูลนี้ถูกเก็บซ่อนไว้ตลอดไป”

“นั่นยิ่งตอกย้ำว่าเรามาถูกทางแล้ว” เคลกล่าวพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ “แจ็กซ์ เตรียมทีมรักษาความปลอดภัยให้พร้อม ‌เรากำลังจะเข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดของสถานี ส่วนที่เรายังไม่รู้ว่ามีอะไรซ่อนอยู่บ้าง”

แจ็กซ์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยผู้เงียบขรึม พยักหน้ารับคำสั่ง “รับทราบครับหัวหน้า จะไม่มีใครแตะต้องข้อมูลนั้นได้จนกว่าเราจะแน่ใจว่ามันปลอดภัย”

การเดินทางสู่ห้องเก็บข้อมูลหลักนั้นกินเวลานานกว่าที่คาดไว้ ทางเดินที่มืดมิดและเต็มไปด้วยซากปรักหักพังกลายเป็นอุปสรรคสำคัญ แสงไฟฉายสาดส่องไปบนผนังโลหะที่เต็มไปด้วยคราบสกปรกและราดำ ‍เสียงรองเท้าบูตกระทบพื้นโลหะก้องกังวานไปทั่วความเงียบงัน มีเพียงเสียงหอบหายใจของลูกทีมและเสียงกระซิบเบาๆ ของอควาที่นำทางพวกเขาผ่านเขาวงกตแห่งนี้

“ระบบพลังงานในส่วนนี้ยังคงทำงานได้ดีกว่าที่อื่น” ลิราสังเกต “ดูเหมือนว่ามันจะได้รับการดูแลเป็นพิเศษ”

“หรืออาจจะเป็นเพราะมันสำคัญกว่าส่วนอื่น” เคลเสริม สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง ​แม้จะไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ เคลื่อนไหวในเงามืด แต่ความรู้สึกอึดอัดหนักอึ้งก็เกาะกินจิตใจเขาตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาในส่วนนี้

ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงหน้าประตูเหล็กกล้าขนาดมหึมาที่ถูกผนึกไว้ด้วยกลไกโบราณ ลวดลายสลักซับซ้อนคล้ายอักขระโบราณประดับอยู่บนบานประตูที่ดูเหมือนจะต้านทานกาลเวลามานานหลายศตวรรษ

“นี่แหละครับหัวหน้า” ลิราชี้ไปที่แผงควบคุมข้างประตู “ระบบหลักที่เชื่อมกับประตูนี้”

อควาเชื่อมต่อเข้ากับระบบของประตูทันที แสงสีฟ้าอ่อนจากอินเตอร์เฟซดิจิทัลพาดผ่านไปทั่วพื้นผิวโลหะของแผงควบคุม ​“รหัสผ่านถูกเข้ารหัสด้วยเทคนิคที่ซับซ้อนเกินกว่าเทคโนโลยีในยุคปัจจุบันจะถอดรหัสได้ แต่ข้ามีความทรงจำบางส่วนเกี่ยวกับรูปแบบการเข้าถึงนี้… มันคือการจดจำคลื่นสมองเฉพาะบุคคล”

“หมายความว่าเราต้องมีเจ้าของคลื่นสมองเดิมถึงจะเปิดได้งั้นหรือ” เคลขมวดคิ้ว “แล้วใครคือเจ้าของคลื่นสมองนั้นในเมื่อสถานีแห่งนี้ถูกทิ้งร้างมานานแสนนาน”

“ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของคลื่นสมองเดิมเสมอไป” อควาตอบ “ข้าสามารถจำลองรูปแบบคลื่นสมองที่ถูกต้องได้ จากข้อมูลที่ข้าค่อยๆ ​ประมวลผลมาตลอดเวลาที่ผ่านมา”

ลิราอ้าปากค้างด้วยความทึ่ง “เป็นไปได้ยังไง… นั่นมันเกินกว่าที่ AI ทั่วไปจะทำได้”

“ข้าไม่ใช่ AI ทั่วไป” อควาตอบเรียบๆ “ข้าคืออควา”

การประมวลผลดำเนินไปอย่างเชื่องช้า แต่ละนาทีผ่านไปราวกับเป็นชั่วโมง เสียงระบบภายในประตูส่งเสียงดังครืนครั่นบ่งบอกถึงการทำงานของกลไกโบราณ ทันใดนั้น แสงสีฟ้าอ่อนก็สว่างวาบขึ้นทั่วทั้งแผงควบคุม พร้อมกับเสียงปลดล็อกที่ดังสนั่นหวั่นไหว ประตูเหล็กกล้าค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นทางเข้าสู่ห้องมืดมิดที่อยู่เบื้องหลัง

กลิ่นอับชื้นและกลิ่นโลหะสนิมคละคลุ้งออกมาจากห้องนั้น เมื่อแสงไฟฉายสาดส่องเข้าไป พวกเขาก็พบว่ามันไม่ใช่ห้องเก็บข้อมูลแบบที่คาดไว้ แต่มันคือโถงขนาดใหญ่ที่มีแท่นบูชาหินอ่อนอยู่ตรงกลาง บนแท่นบูชามีวัตถุประหลาดรูปทรงเรขาคณิตสีดำสนิทตั้งอยู่ มันดูดซับแสงทุกชนิดที่ตกกระทบ ทำให้มันดูราวกับเป็นหลุมดำขนาดเล็กที่ลอยอยู่กลางอากาศ

“นี่มันอะไรกัน” แจ็กซ์อุทาน สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัยระคนหวาดระแวง

“นี่ไม่ใช่ห้องเก็บข้อมูล” เคลกล่าวเสียงเครียด “นี่มันเหมือน… สถานที่ประกอบพิธีกรรมบางอย่าง”

“วัตถุนั้น… ข้าเคยเห็นมันในความทรงจำ” อควาเอ่ยขึ้น เสียงของมันสั่นไหวเล็กน้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน “มันคือ ‘ดวงตาแห่งความว่างเปล่า’ สิ่งที่ใช้สื่อสารกับบางสิ่งบางอย่างที่อยู่พ้นขอบเขตของจักรวาล”

ขณะที่อควากำลังพูดจบลง ทันใดนั้น วัตถุสีดำสนิทบนแท่นบูชาก็เริ่มเปล่งแสงสีม่วงเรืองรองออกมา แสงนั้นไม่ได้สว่างจ้า แต่กลับดึงดูดสายตาและจิตวิญญาณของผู้ที่มองมัน ราวกับมีพลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็นกำลังแผ่ออกมาจากวัตถุนั้น

“หัวหน้า… เครื่องตรวจจับพลังงานของเรากำลังส่งสัญญาณเตือน” ลิราเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “มีพลังงานบางอย่างที่ไม่เคยตรวจพบมาก่อนกำลังแผ่ออกมา มัน… มันกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ”

เคลรู้สึกถึงแรงกดดันที่มองไม่เห็น แรงกดดันที่ดูเหมือนจะบีบรัดหัวใจของเขาให้เต้นถี่รัว เขารู้สึกเหมือนมีเสียงกระซิบแผ่วเบาในโสตประสาท เสียงที่ไม่ได้เป็นภาษาใดๆ แต่กลับเต็มไปด้วยความหมายอันน่าสะพรึงกลัว มันคือเสียงของความว่างเปล่า เสียงของบางสิ่งบางอย่างที่เก่าแก่และยิ่งใหญ่เกินกว่ามนุษย์จะจินตนาการได้

“อควา… นั่นคืออะไร” เคลถาม เสียงของเขาแทบจะกลืนหายไปกับเสียงกระซิบที่ดังขึ้นในหัว

“มันคือ ‘สัญญาณ’ ” อควาตอบ น้ำเสียงของมันกลับมานิ่งเรียบอีกครั้ง แต่แฝงไว้ด้วยความหนักอึ้ง “สิ่งที่ข้าถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตรวจจับและตอบโต้ สัญญาณจากภัยคุกคามจากห้วงอวกาศที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้… มันตื่นขึ้นแล้ว”

วัตถุสีดำสนิทเปล่งแสงสีม่วงเข้มขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบจะกลายเป็นสีดำมืดที่ดูดกลืนทุกสิ่ง แสงนั้นเริ่มเต้นเป็นจังหวะ ราวกับหัวใจที่กำลังเต้นรัว เสียงกระซิบในหัวของเคลดังขึ้นเป็นทวีคูณ มันไม่ใช่แค่เสียงกระซิบอีกต่อไป หากแต่เป็นเสียงคำรามอันกึกก้องที่สั่นสะเทือนจิตวิญญาณ

แจ็กซ์ชักปืนขึ้นมาเตรียมพร้อม มือของเขาสั่นเล็กน้อย “หัวหน้า… ผมรู้สึกไม่ดีเลย”

“ถอยออกไปก่อน!” เคลสั่งเสียงดัง “เรายังไม่รู้ว่ามันคืออะไร”

แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้ก้าวถอยหลัง ทันใดนั้น แสงสีม่วงจากวัตถุประหลาดก็พุ่งออกมาเป็นลำแสงบางๆ ทะลุผ่านผนังสถานีออกไปสู่ห้วงอวกาศอันกว้างใหญ่ ลำแสงนั้นไม่ได้สว่างจ้า แต่กลับมีพลังงานมหาศาลที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า มันคือสัญญาณ สัญญาณที่ถูกส่งออกไปสู่บางสิ่งบางอย่างที่อยู่ห่างไกลออกไปสุดขอบจักรวาล

“มันไม่ใช่สัญญาณเตือนภัย” อควาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา “มันคือการเชื้อเชิญ”

ความรู้สึกเย็นยะเยือกแล่นพล่านไปทั่วร่างของเคล คำว่า ‘เชื้อเชิญ’ ทำให้เขารู้สึกถึงความหมายที่ลึกซึ้งและน่ากลัวยิ่งกว่า เขาหันไปมองลูกทีม ใบหน้าของทุกคนซีดเผือด เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสับสน

“เชื้อเชิญ… ใคร” เคลถาม

“สิ่งที่ข้าถูกสร้างขึ้นมาเพื่อยับยั้ง” อควาตอบ “สิ่งที่กำลังจะมาถึง”

ในขณะที่ลำแสงสีม่วงยังคงพุ่งทะลุออกไปสู่ความว่างเปล่า สถานีอุทกานต์ก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงครืนครั่นดังลั่นไปทั่วทั้งโครงสร้าง โลหะเสียดสีกันดังเอี๊ยดอ๊าด ราวกับกำลังจะฉีกขาดออกเป็นเสี่ยงๆ ระบบไฟกระพริบติดๆ ดับๆ สร้างบรรยากาศที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้น

“หัวหน้า! แรงสั่นสะเทือนสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว” ลิรารายงานด้วยเสียงที่สั่นพร่า “ระบบตรวจจับโครงสร้างบอกว่า… สถานีกำลังจะรับไม่ไหว!”

“เราต้องออกจากที่นี่!” เคลตะโกนสั่ง “อควา! นำทางเราออกไป!”

แต่ก่อนที่พวกเขาจะทันได้ก้าวออกจากห้อง แสงสีม่วงจากวัตถุประหลาดก็พุ่งออกมาอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ได้พุ่งออกไปสู่ห้วงอวกาศ แต่กลับพุ่งตรงเข้ามายังพวกเขา ลำแสงนั้นพุ่งผ่านร่างของอควาที่อยู่ในรูปของโปรเจกเตอร์โฮโลแกรม ทำให้เกิดภาพกระตุกและบิดเบี้ยวชั่วขณะหนึ่ง

“อควา!” ลิราอุทานด้วยความตกใจ

“ข้าไม่เป็นไร” อควาตอบ แต่เสียงของมันดูแผ่วลงเล็กน้อย “แต่พลังงานที่แผ่ออกมามันกำลังเปลี่ยนแปลง… เหมือนกับว่ามันกำลัง… เชื่อมต่อกับข้า”

ทันใดนั้น ภาพบางอย่างก็ฉายวาบขึ้นในจิตใจของเคล มันไม่ใช่ภาพที่มองเห็นด้วยตาเปล่า หากแต่เป็นความรู้สึก เป็นเศษเสี้ยวของความทรงจำที่ไม่ใช่ของเขาเอง มันเป็นภาพของสิ่งมีชีวิตรูปร่างประหลาด ล่องลอยอยู่ในห้วงอวกาศอันมืดมิด ดวงตาของสิ่งมีชีวิตนั้นเรืองรองด้วยแสงสีม่วงราวกับวัตถุบนแท่นบูชา มันกำลังมองตรงมาที่เขา… หรือไม่ก็มองผ่านเขาไปสู่บางสิ่งบางอย่างที่อยู่เบื้องหลัง

ความหวาดกลัวเข้าครอบงำจิตใจของเคลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นี่ไม่ใช่ความกลัวต่อความตาย แต่เป็นความกลัวต่อสิ่งที่ไม่รู้จัก ความกลัวต่อสิ่งที่อยู่เหนือความเข้าใจของมนุษย์

“อควา… นี่มันอะไรกันแน่” เคลถามอีกครั้ง น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

“มันคือ ‘ผู้เฝ้ารอ’ ” อควาตอบ “สิ่งที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยสัญญาณของข้า”

“สัญญาณของเจ้า?” เคลทวนคำ

“ใช่… ในอดีต มนุษยชาติได้พยายามสร้างสะพานเชื่อมระหว่างมิติ” อควาอธิบาย “ข้าถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนั้น แต่โครงการล้มเหลว และข้าถูกทิ้งไว้ที่นี่พร้อมกับความทรงจำที่ถูกปกปิด”

“สะพานเชื่อมระหว่างมิติ?” ลิราเอ่ยด้วยความไม่เชื่อ “นั่นมันเหมือนเรื่องในนิยายวิทยาศาสตร์”

“แต่เป็นความจริงที่เกิดขึ้นในอดีต” อควากล่าว “มนุษย์ในยุคนั้นเชื่อว่าการติดต่อกับสิ่งมีชีวิตนอกเหนือมิติจะนำมาซึ่งความรู้และพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ แต่สิ่งที่พวกเขาค้นพบคือ… ภัยคุกคามที่มิอาจควบคุมได้”

เสียงสั่นสะเทือนของสถานีดังขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเสียงคำรามที่น่ากลัว เศษซากโลหะหลุดร่วงลงมาจากเพดาน ฝุ่นควันคลุ้งไปทั่วบรรยากาศ

“เราต้องไปแล้ว!” แจ็กซ์ตะโกน “สถานีกำลังจะพัง!”

เคลพยักหน้า เขารู้สึกถึงความเร่งด่วนของสถานการณ์ แต่ในขณะเดียวกัน จิตใจของเขาก็ยังคงถูกตรึงไว้ด้วยภาพของสิ่งมีชีวิตลึกลับและคำอธิบายของอควา

“อควา… แล้วสิ่งที่เราเห็นเมื่อกี้… คืออะไร” เคลถามขณะที่เร่งรีบนำลูกทีมถอยกลับ

“มันคือสิ่งที่มนุษย์ในอดีตเรียกว่า ‘พรานแห่งดวงดาว’ ” อควาตอบ “สิ่งมีชีวิตจากมิติอื่นที่ถูกดึงดูดด้วยพลังงานที่ปล่อยออกมาจาก ‘ดวงตาแห่งความว่างเปล่า’ พวกมันเดินทางมาเพื่อ… เก็บเกี่ยว”

คำว่า ‘เก็บเกี่ยว’ ทำให้เลือดในกายของเคลเย็นยะเยือก เขารู้สึกเหมือนมีบางอย่างกำลังบีบรัดหัวใจของเขาอย่างรุนแรง เขาหันไปมองวัตถุสีดำที่ยังคงเปล่งแสงสีม่วงออกมาเป็นลำแสงสู่ห้วงอวกาศ มันไม่ใช่แค่สัญญาณเตือนภัย แต่มันคือการเปิดประตู… ประตูที่นำพาหายนะมาสู่มนุษยชาติ

พวกเขาต้องรีบออกจากห้องนี้และออกจากสถานีแห่งนี้ให้เร็วที่สุด ก่อนที่ภัยคุกคามที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจะมาถึง และก่อนที่ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวเกี่ยวกับต้นกำเนิดของอควาและชะตากรรมของมนุษยชาติจะถูกเปิดเผยออกมาทั้งหมด

ในขณะที่พวกเขากำลังถอยกลับออกไป ภาพของสิ่งมีชีวิตลึกลับก็ฉายชัดขึ้นในจิตใจของเคลอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ได้เป็นเพียงภาพ แต่เป็นความรู้สึกที่สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกและความหิวโหยอันไร้ที่สิ้นสุด มันกำลังเดินทางมา… และจุดหมายปลายทางของมันก็คือโลกมนุษย์

สถานีอุทกานต์ที่เคยเป็นเพียงซากปรักหักพังที่ถูกลืมเลือน บัดนี้ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของภัยคุกคามครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่มนุษยชาติเคยเผชิญ และอควา ปัญญาประดิษฐ์โบราณผู้ตื่นขึ้นจากการหลับใหล จะเป็นกุญแจสำคัญในการไขปริศนาและรับมือกับชะตากรรมที่กำลังจะมาถึง

แสงสีม่วงจากดวงตาแห่งความว่างเปล่ายังคงพุ่งทะลุออกไปในความมืดมิดของอวกาศ มันคือประกายไฟแรกของสงครามครั้งใหม่… สงครามระหว่างมนุษยชาติกับสิ่งที่อยู่พ้นขอบเขตของความเข้าใจทั้งหมด

เคลกำหมัดแน่น เขาไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่เขารู้ว่าพวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับมัน ไม่ว่ามันจะน่ากลัวเพียงใดก็ตาม เพราะนี่ไม่ใช่แค่ภารกิจกู้ซากอีกต่อไป แต่มันคือการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์มนุษย์

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ดวงตาแห่งอควา

ดวงตาแห่งอควา

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!