ดวงตาแห่งอควา

ตอนที่ 161 — การเปิดประตูบานที่สอง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

254 ตอน · 1,114 คำ

ความเงียบที่ปกคลุมสถานีป้องกันดาวพฤหัสบดีหลังจากพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าถูกปลดปล่อยออกมานั้นช่างหนักอึ้งและน่าขนลุก เคลและลูกทีมเดินฝ่าความมืดมิดและซากปรักหักพังไปตามทางเดินที่มุ่งสู่แกนกลางของสถานี ระบบไฟทั้งหมดดับสนิท มีเพียงแสงไฟฉายจากชุดอวกาศที่ยังคงทำงานอยู่ส่องนำทางพวกเขา

“อควา… เรามาถูกทางแล้วใช่ไหม” เคลถาม เสียงของเขาดูเหนื่อยล้า แต่ยังคงมีความมุ่งมั่น

“ถูกต้อง” ‌อควาตอบ เสียงของมันฟังดูแผ่วลงเล็กน้อย แสดงถึงความเสียหายที่ได้รับ “แกนกลางของสถานีอยู่ตรงหน้าท่านแล้ว”

ไม่นานนัก พวกเขาก็มาถึงห้องขนาดใหญ่ใจกลางสถานี ในห้องนั้นมีแท่นควบคุมขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลาง ล้อมรอบด้วยแผงวงจรและสายเคเบิลนับไม่ถ้วนที่ถูกออกแบบมาอย่างซับซ้อน มันคือหัวใจของระบบป้องกันขั้นสุดท้าย

“นี่คือระบบควบคุมหลักของสถานีป้องกันจุดแรก” ​อควาอธิบาย “ท่านต้องเชื่อมต่อข้าเข้ากับระบบนี้ เพื่อให้ข้าสามารถปลดล็อกรหัสเปิดใช้งานและปรับเทียบระบบได้”

ลิรารีบเดินเข้าไปตรวจสอบแท่นควบคุม เธอเห็นพอร์ตเชื่อมต่อที่ออกแบบมาสำหรับ AI โดยเฉพาะ

“หัวหน้า! พอร์ตเชื่อมต่ออยู่ที่นี่ครับ!” ลิราตะโกน ‍“แต่ดูเหมือนมันจะถูกปิดผนึกไว้ด้วยกลไกโบราณ”

“อควา… เจ้าจะเชื่อมต่อได้อย่างไร” เคลถาม

“ข้าจะฉายภาพรูปแบบการเปิดผนึกให้ท่าน” อควาตอบ “แต่ท่านจะต้องใช้แรงกายในการเปิดกลไกนั้น”

เคลพยักหน้า เขาเห็นภาพโฮโลแกรมของกลไกที่ซับซ้อนปรากฏขึ้นบนแผงควบคุม เคลและแจ็กซ์ใช้เครื่องมือช่างและแรงกายของพวกเขาในการงัดแงะและไขกลไกโบราณนั้น การทำงานเป็นไปอย่างยากลำบากและกินเวลานานหลายนาที

ในที่สุด ‌กลไกก็ถูกเปิดออก เผยให้เห็นช่องสำหรับเชื่อมต่อ AI ลิราใช้สายเคเบิลเส้นใหญ่เชื่อมต่อโปรเจกเตอร์โฮโลแกรมของอควาเข้ากับพอร์ตนั้น ทันใดนั้น แสงสีฟ้าอ่อนก็สว่างวาบขึ้นทั่วทั้งห้อง แผงควบคุมที่เคยดับสนิทก็เริ่มกลับมาทำงานอีกครั้ง

“เชื่อมต่อสำเร็จ” อควาประกาศ ‍“กำลังเข้าถึงระบบ… กำลังปลดล็อกรหัสเปิดใช้งาน…”

การประมวลผลดำเนินไปอย่างรวดเร็ว แผงวงจรบนแท่นควบคุมส่งเสียงดังครืนครั่นบ่งบอกถึงการทำงานของระบบที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหล

“รหัสเปิดใช้งานถูกปลดล็อกแล้ว” อควากล่าว “กำลังปรับเทียบระบบพลังงาน… กำลังปรับเทียบสนามพลังงาน… การเปิดใช้งานจะเสร็จสมบูรณ์ในอีก 8 ​ชั่วโมง”

“8 ชั่วโมง!” แจ็กซ์อุทาน “เราต้องรอนานขนาดนั้นเลยหรือครับ”

“มันคือขั้นตอนที่จำเป็นเพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างสมบูรณ์” อควาอธิบาย “ระบบป้องกันขั้นสุดท้ายเป็นเทคโนโลยีที่ซับซ้อนมาก และต้องใช้เวลาในการปรับเทียบเพื่อให้แน่ใจว่ามันจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในการขับไล่ ‘พรานแห่งดวงดาว’ ​”

เคลถอนหายใจเฮือกใหญ่ “เราไม่มีเวลามากขนาดนั้น”

“เราต้องทำให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้” ลิรากล่าว “หัวหน้าครับ! ผมสามารถปรับเปลี่ยนโปรโตคอลการปรับเทียบได้บางส่วน อาจจะช่วยลดเวลาลงได้ แต่ก็มีความเสี่ยงที่ระบบจะไม่เสถียร”

“ความเสี่ยงอะไร” เคลถาม

“อาจจะเกิดการทำงานผิดพลาด ​หรือระบบอาจจะโอเวอร์โหลด” ลิราตอบ “แต่ถ้าเราทำได้สำเร็จ เราอาจจะลดเวลาลงได้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง”

เคลนิ่งคิด “ทำมันลิรา! เราต้องเสี่ยง”

ลิราพยักหน้า เธอเริ่มทำงานกับแผงควบคุมอย่างรวดเร็ว มือของเธอเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วบนหน้าจอสัมผัสและปุ่มกดต่างๆ แสงสีฟ้าอ่อนจากอินเตอร์เฟซดิจิทัลสะท้อนบนใบหน้าของเธอที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

“กำลังปรับเปลี่ยนโปรโตคอล… กำลังเร่งกระบวนการ… ระบบกำลังโอเวอร์โหลดเล็กน้อย… แต่ยังควบคุมได้!” ลิราตะโกน

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่ละนาทีรู้สึกเหมือนเป็นชั่วโมง เคลและแจ็กซ์ยืนเฝ้าดูลิราทำงานด้วยความกังวล พวกเขรู้ว่าความอยู่รอดของมนุษยชาติขึ้นอยู่กับความสามารถของเธอ

“เหลืออีก 3 ชั่วโมง” อควารายงาน “ระบบกำลังเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายของการปรับเทียบ”

ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้นอีกครั้ง แสงสีแดงฉานสว่างวาบไปทั่วทั้งห้อง

“ตรวจพบสัญญาณพลังงานแปลกปลอมกำลังเข้าใกล้สถานี” อควารายงาน “มันไม่ใช่ ‘พรานแห่งดวงดาว’ แต่เป็นสัญญาณที่คุ้นเคย…”

“สมาพันธ์งั้นหรือ!” เคลอุทานด้วยความดีใจ

“ไม่” อควาตอบ “มันคือสัญญาณจาก… ยานรบของกลุ่ม ‘เงาแห่งอัสวิน’ ”

ชื่อนี้ทำให้เคลรู้สึกหนาวเหน็บ กลุ่มเงาแห่งอัสวินเป็นองค์กรลับใต้ดินที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยและมีเป้าหมายที่ไม่ชัดเจน พวกเขามักจะปรากฏตัวในเหตุการณ์สำคัญต่างๆ และมักจะสร้างความวุ่นวายให้กับสมาพันธ์อยู่เสมอ

“พวกเขามาที่นี่ได้ยังไง!” แจ็กซ์อุทานด้วยความตกใจ “พวกเขาต้องการอะไร!”

“ข้าไม่สามารถระบุวัตถุประสงค์ของพวกเขาได้” อควาตอบ “แต่พวกเขากำลังเข้าใกล้สถานีด้วยความเร็วสูง คาดว่าจะถึงภายใน 15 นาที”

เคลกำหมัดแน่น “พวกเขามารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร… หรือว่าพวกเขาเป็นคนปลุก ‘พรานแห่งดวงดาว’ ขึ้นมาตั้งแต่แรก”

ความคิดนี้ทำให้เคลรู้สึกโกรธอย่างรุนแรง หากกลุ่มเงาแห่งอัสวินเป็นผู้อยู่เบื้องหลังหายนะทั้งหมดนี้ พวกเขาก็จะต้องรับผิดชอบ

“แจ็กซ์! เตรียมทีมป้องกัน!” เคลสั่ง “เราจะไม่ยอมให้ใครมาขัดขวางการเปิดใช้งานระบบป้องกันนี้!”

แจ็กซ์พยักหน้า เขารีบเดินออกไปจัดเตรียมลูกทีมเพื่อรับมือกับการโจมตีจากกลุ่มเงาแห่งอัสวิน ลิรายังคงทำงานกับแผงควบคุมอย่างเร่งรีบ เธอรู้ว่าเธอต้องทำให้ระบบเสร็จสมบูรณ์ก่อนที่การต่อสู้จะเริ่มต้นขึ้น

“หัวหน้า! ผมกำลังเร่งกระบวนการให้เร็วที่สุด!” ลิราตะโกน “แต่ผมต้องการเวลาอีกอย่างน้อย 1 ชั่วโมง!”

“เราจะถ่วงเวลาให้เธอเอง!” เคลตอบ “อควา! เจ้าสามารถใช้ระบบป้องกันของสถานีนี้เพื่อต่อต้านยานรบของกลุ่มเงาแห่งอัสวินได้หรือไม่!”

“ระบบป้องกันของสถานีนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อต่อต้านยานรบ” อควาตอบ “มันถูกออกแบบมาเพื่อขับไล่ ‘พรานแห่งดวงดาว’ แต่ข้าสามารถใช้ปืนเลเซอร์ป้องกันตนเองของสถานีเพื่อโจมตีเป้าหมายที่เข้าใกล้ได้”

“ทำมัน!” เคลสั่ง “ยิงสกัดพวกมันไว้!”

ทันใดนั้น สถานีป้องกันดาวพฤหัสบดีก็เริ่มปลดปล่อยลำแสงเลเซอร์ออกมาจากปืนป้องกันตนเอง ลำแสงสีแดงพุ่งเข้าใส่ยานรบของกลุ่มเงาแห่งอัสวินที่กำลังเข้าใกล้ ยานรบเหล่านั้นยิงตอบโต้กลับมา ทำให้เกิดการปะทะกันอย่างดุเดือดกลางอวกาศ

เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วสถานี แรงสั่นสะเทือนทำให้พื้นใต้เท้าของพวกเขาสั่นสะท้าน

“หัวหน้า! พวกมันกำลังจะเจาะเข้ามาในสถานี!” แจ็กซ์รายงานผ่านเครื่องสื่อสาร “เรากำลังรับมือกับการโจมตีอย่างหนัก!”

เคลรู้สึกถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามา เขาต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็ว

“ลิรา! เจ้าต้องทำให้เสร็จให้ได้!” เคลตะโกน “ฉันจะไปช่วยแจ็กซ์!”

เคลหยิบปืนพลาสมาของตัวเองขึ้นมา เขารู้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นการต่อสู้เพื่อความอยู่รอด ไม่ใช่แค่เพื่อโลก แต่เพื่อทีมของเขาด้วย

เมื่อเคลไปถึงบริเวณท่าเทียบยาน เขาเห็นแจ็กซ์และลูกทีมกำลังต่อสู้กับทหารของกลุ่มเงาแห่งอัสวินที่สวมชุดเกราะสีดำสนิทพร้อมอาวุธล้ำสมัย ทหารเหล่านั้นดูเหมือนจะได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี และมีจำนวนมากกว่าทีมของเคล

“เคล! ดีใจที่มาถึง!” แจ็กซ์ตะโกน “พวกมันแข็งแกร่งมาก!”

เคลเริ่มยิงปืนพลาสมาเข้าใส่ทหารของกลุ่มเงาแห่งอัสวิน การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ ท่าเทียบยานกลายเป็นสนามรบ

“เราต้องถ่วงเวลาให้ลิราให้ได้นานที่สุด!” เคลตะโกนสั่ง “อย่าให้พวกมันเข้าไปถึงแกนกลางได้!”

ทหารของกลุ่มเงาแห่งอัสวินพยายามที่จะฝ่าแนวป้องกันของทีมเคล พวกมันดูเหมือนจะรู้ว่าแกนกลางของสถานีคือเป้าหมายหลัก

ในขณะที่การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ลิราก็ยังคงทำงานกับแผงควบคุมอย่างเร่งรีบ เหงื่อผุดพรายบนหน้าผากของเธอ ใบหน้าของเธอซีดเผือด แต่สายตาของเธอยังคงมุ่งมั่น

“ใกล้แล้ว! ใกล้แล้ว!” ลิราพึมพำกับตัวเอง “อีกนิดเดียว!”

ทันใดนั้น เสียงประกาศจากระบบอัตโนมัติของสถานีก็ดังขึ้น

“ระบบป้องกันขั้นสุดท้าย: เปิดใช้งานสมบูรณ์”

เสียงประกาศนั้นดังก้องไปทั่วทั้งสถานี ทำให้การต่อสู้ชะงักลงชั่วขณะ ทหารของกลุ่มเงาแห่งอัสวินหยุดการโจมตี และหันไปมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ

เคลรู้สึกถึงพลังงานมหาศาลที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากแกนกลางของสถานี มันเป็นพลังงานที่มองไม่เห็น แต่สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่แผ่ออกไปทั่วระบบสุริยะ

“พวกมันเปิดใช้งานระบบป้องกันแล้ว!” ทหารคนหนึ่งของกลุ่มเงาแห่งอัสวินตะโกน

“ถอย!” ผู้นำของกลุ่มเงาแห่งอัสวินสั่ง “ภารกิจล้มเหลว! ถอย!”

ทหารของกลุ่มเงาแห่งอัสวินเริ่มถอยร่น พวกมันกระโดดขึ้นยานรบของพวกมันและทะยานออกไปในห้วงอวกาศอย่างรวดเร็ว

เคลและลูกทีมยืนหอบหายใจ พวกเขามองดูยานรบของกลุ่มเงาแห่งอัสวินที่หายลับไปในความมืดมิด

“เราทำสำเร็จแล้ว!” ลิราตะโกนด้วยความดีใจ เธอวิ่งออกมาจากห้องควบคุม ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

เคลรู้สึกถึงความโล่งอกที่ถาโถมเข้ามา พวกเขาทำสำเร็จแล้ว พวกเขาเปิดใช้งานระบบป้องกันขั้นสุดท้ายได้สำเร็จ

แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกถึงความกังวลที่ยังคงค้างคาอยู่ในใจ กลุ่มเงาแห่งอัสวินต้องการอะไรกันแน่? และพวกเขาจะกลับมาอีกหรือไม่?

“อควา… เรามีเวลาเหลือเท่าไหร่” เคลถาม

“เหลือเวลา 64 ชั่วโมง 12 นาที” อควาตอบ “เราต้องรีบเดินทางไปยังสถานีป้องกันจุดที่สองที่ดาวเสาร์”

การเปิดประตูบานที่สองของระบบป้องกันขั้นสุดท้ายทำให้พวกเขาก้าวไปข้างหน้าอีกขั้นหนึ่งในการต่อสู้กับ ‘พรานแห่งดวงดาว’ แต่ก็ทำให้พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามใหม่จากภายในเผ่าพันธุ์ของพวกเขาเอง

สงครามครั้งนี้กำลังจะใหญ่โตกว่าที่พวกเขาเคยจินตนาการไว้มากนัก

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ดวงตาแห่งอควา

ดวงตาแห่งอควา

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!