ยานฟีนิกซ์ทะยานออกจากสถานีป้องกันดาวพฤหัสบดีที่บัดนี้เปล่งแสงสีฟ้าอ่อนจางๆ ออกมาเป็นระยะๆ บ่งบอกถึงการทำงานของระบบป้องกันขั้นสุดท้ายที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น เคลมองดูภาพของสถานีที่ค่อยๆ เลือนหายไปในความมืดมิดของอวกาศด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันระหว่างความโล่งอกและความกังวล
“อควา… รายงานความเสียหาย” เคลสั่ง
“ยานฟีนิกซ์ได้รับความเสียหายเล็กน้อยจากปืนเลเซอร์ของยานรบศัตรู แต่ยังคงสามารถปฏิบัติภารกิจได้” อควาตอบ “สถานีป้องกันดาวพฤหัสบดีได้รับความเสียหายจากปืนเลเซอร์ของศัตรูเช่นกัน แต่ระบบหลักยังคงทำงานได้ตามปกติ”
“แล้วลูกทีมของเราล่ะ” เคลถาม
“ทุกคนปลอดภัย” แจ็กซ์รายงาน “แต่เหนื่อยล้าจากการต่อสู้ พวกเราต้องการพักผ่อน”
เคลพยักหน้า “ให้ทุกคนพักผ่อนให้เต็มที่ เรายังมีภารกิจอีกสองจุดที่ต้องทำ”
ลิราเดินเข้ามาในห้องบังคับการ ใบหน้าของเธอยังคงเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่ดวงตาของเธอกลับเต็มไปด้วยประกายแห่งความมุ่งมั่น “หัวหน้าครับ! ผมได้ตรวจสอบบันทึกการสื่อสารของกลุ่มเงาแห่งอัสวินบางส่วนที่หลงเหลืออยู่ในระบบของสถานี”
“เจออะไรบ้าง” เคลถามอย่างกระตือรือร้น
“พวกเขากำลังติดตามเรามาตั้งแต่เราออกจากสถานีอุทกานต์” ลิราตอบ “และดูเหมือนว่าพวกเขาจะรู้เรื่อง ‘พรานแห่งดวงดาว’ และ ‘ระบบป้องกันขั้นสุดท้าย’ มาก่อนแล้ว”
ข้อมูลนี้ทำให้เคลรู้สึกหนาวเหน็บ “พวกเขารู้ได้อย่างไร”
“ในบันทึกมีชื่อหนึ่งปรากฏขึ้นบ่อยครั้ง” ลิรากล่าว “มันคือชื่อของ ‘อาจารย์เซธ’ ”
ชื่อนี้ทำให้เคลรู้สึกตกใจอย่างรุนแรง อาจารย์เซธคืออดีตผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีอวกาศที่มีชื่อเสียง เขาเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญของสมาพันธ์ และเป็นที่นับถือของเคลมาโดยตลอด
“อาจารย์เซธงั้นหรือ!” เคลอุทาน “เป็นไปไม่ได้! เขาเป็นคนดี! เขาจะมาเกี่ยวข้องกับกลุ่มเงาแห่งอัสวินได้อย่างไร!”
“ผมไม่รู้ครับหัวหน้า” ลิราตอบ “แต่บันทึกการสื่อสารบ่งชี้ว่าเขาเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของกลุ่มเงาแห่งอัสวินในภารกิจนี้”
“อควา… เจ้าเคยได้ยินชื่ออาจารย์เซธหรือไม่” เคลถาม
“ไม่” อควาตอบ “ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลในยุคปัจจุบันของข้ามีจำกัด”
เคลรู้สึกสับสนอย่างมาก เขายังคงไม่เชื่อว่าอาจารย์เซธจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ได้ แต่หลักฐานที่ลิรานำมาแสดงก็ยากที่จะปฏิเสธ
“แล้วพวกเขาต้องการอะไร” เคลถาม “ทำไมพวกเขาถึงพยายามขัดขวางเราจากการเปิดใช้งานระบบป้องกัน?”
“ในบันทึกมีข้อความที่บ่งชี้ว่าพวกเขามี ‘แผนการที่ยิ่งใหญ่กว่า’ ” ลิราตอบ “พวกเขาเชื่อว่า ‘พรานแห่งดวงดาว’ ไม่ใช่ภัยคุกคาม แต่เป็น ‘โอกาส’ ”
คำว่า ‘โอกาส’ ทำให้เคลรู้สึกโกรธอย่างรุนแรง “โอกาสที่จะทำลายโลกงั้นหรือ!”
“พวกเขามีความเชื่อที่แตกต่างกันครับหัวหน้า” ลิราอธิบาย “พวกเขาเชื่อว่าการใช้พลังงานของ ‘พรานแห่งดวงดาว’ จะนำมาซึ่งวิวัฒนาการขั้นสูงสุดของมนุษยชาติ”
“นั่นมันบ้าสิ้นดี!” แจ็กซ์ตะโกน “พวกเขาจะเอาชีวิตของคนทั้งโลกมาเสี่ยงเพื่อความเชื่อที่ผิดๆ แบบนี้ไม่ได้!”
“แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะทำไปแล้ว” เคลกล่าวเสียงเครียด “อาจารย์เซธ… เขาต้องการที่จะใช้พลังของ ‘พรานแห่งดวงดาว’ ”
ความคิดนี้ทำให้เคลรู้สึกหนาวเหน็บ หากอาจารย์เซธเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้ นั่นหมายความว่าภัยคุกคามไม่ได้มาจากห้วงอวกาศเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากภายในเผ่าพันธุ์ของพวกเขาเอง และมาจากคนที่เขาเคยเชื่อใจ
“เราต้องรีบไปที่สถานีป้องกันจุดที่สองที่ดาวเสาร์” เคลสั่ง “และเราต้องเปิดใช้งานมันให้ได้ก่อนที่กลุ่มเงาแห่งอัสวินจะมาขัดขวางอีกครั้ง”
ยานฟีนิกซ์เร่งความเร็ว มุ่งหน้าสู่ดาวเสาร์ การเดินทางกินเวลาหลายชั่วโมง ทุกคนในยานต่างจมอยู่ในความคิดของตัวเอง ความตึงเครียดในอากาศสามารถสัมผัสได้ถึง
ระหว่างการเดินทาง เคลพยายามติดต่อกับพลเรือเอกอาริสอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้รับการตอบรับ เขาเดาว่าอาริสยังคงพยายามโน้มน้าวสภาสูงของสมาพันธ์อยู่ แต่เวลาก็เหลือน้อยลงทุกที
“เหลือเวลา 60 ชั่วโมง 10 นาที” อควารายงาน “เราจะถึงจุดที่สองในวงโคจรของดาวเสาร์ในอีก 8 ชั่วโมงข้างหน้า”
เมื่อยานฟีนิกซ์เข้าใกล้ดาวเสาร์ ภาพของดาวเคราะห์ยักษ์ที่มีวงแหวนอันสวยงามก็ปรากฏขึ้นบนจอแสดงผล มันเป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่ก็แฝงไว้ด้วยความรู้สึกอันตราย
“สถานีป้องกันจุดที่สองถูกซ่อนอยู่ภายในวงแหวนของดาวเสาร์” อควาอธิบาย “มันถูกออกแบบมาให้กลมกลืนไปกับเศษน้ำแข็งและฝุ่นละอองในวงแหวน”
“ลิรา! เตรียมยานให้พร้อมสำหรับการเข้าสู่สภาพแวดล้อมที่มีเศษซากอวกาศหนาแน่น” เคลสั่ง “แจ็กซ์! เตรียมทีมสำรวจ เราไม่รู้ว่าเราจะต้องเจอกับอะไรบ้าง”
ยานฟีนิกซ์ค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าสู่บริเวณวงแหวนของดาวเสาร์ ภาพของก้อนน้ำแข็งและฝุ่นละอองขนาดใหญ่ที่ลอยกระจัดกระจายอยู่รอบๆ ปรากฏขึ้นบนจอแสดงผล มันเป็นสภาพแวดล้อมที่อันตรายยิ่งกว่าดาวพฤหัสบดี
“ระวังตัวด้วยทุกคน” เคลเตือน “เศษซากในวงแหวนอาจจะสร้างความเสียหายให้กับยานของเราได้”
ลิราควบคุมยานอย่างระมัดระวัง พยายามหลบหลีกเศษซากอวกาศขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่รอบๆ
“ตรวจพบสถานีป้องกันจุดที่สอง” อควารายงาน “มันถูกปกคลุมไปด้วยชั้นน้ำแข็งและฝุ่นละอองหนาแน่น และมีการพรางตัวที่ซับซ้อนยิ่งกว่าจุดแรก”
“ลิรา… เจ้าสามารถแทรกซึมผ่านการพรางตัวนั้นได้ไหม” เคลถาม
ลิราพยักหน้า “น่าจะได้ครับหัวหน้า แต่มันจะยากกว่าเดิมมาก”
ลิราใช้เวลาหลายนาทีในการทำงานกับแผงควบคุมของเธอ แสงสีฟ้าอ่อนจากอินเตอร์เฟซดิจิทัลสะท้อนบนใบหน้าของเธอที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
“กำลังแทรกซึมผ่านการพรางตัว… ได้แล้ว!” ลิราตะโกน
ทันใดนั้น ภาพของสถานีอวกาศขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นบนจอแสดงผล มันเป็นโครงสร้างโลหะสีดำทะมึนที่ถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งและฝุ่นละออง ดูเหมือนมันจะถูกทิ้งร้างมานานหลายศตวรรษ
“เตรียมทีมสำรวจ” เคลสั่ง “เราจะเข้าไปในสถานีนั้น และเปิดใช้งานมัน”
แจ็กซ์และลูกทีมอีกสองคนเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจ พวกเขาสวมชุดอวกาศและตรวจสอบอุปกรณ์ของตนเองอย่างละเอียด
“ระมัดระวังตัวกันด้วย” เคลกล่าว “เราไม่รู้ว่ามีอะไรซ่อนอยู่ในนั้นบ้าง”
เมื่อยานฟีนิกซ์จอดเทียบท่ากับสถานีป้องกัน ทีมสำรวจก็ก้าวออกจากยานเข้าสู่ทางเดินที่มืดมิดและเย็นยะเยือกของสถานี ภาพที่ปรากฏต่อสายตาของพวกเขาคือความทรุดโทรมและความเงียบงัน
“อควา… นำทางเรา” เคลกล่าว
“ระบบควบคุมหลักของสถานีอยู่ที่แกนกลาง” อควาตอบ “มันอยู่ลึกเข้าไปภายในโครงสร้าง”
การเดินทางภายในสถานีนั้นเต็มไปด้วยความยากลำบาก ทางเดินหลายส่วนถูกปิดกั้นด้วยซากปรักหักพัง ระบบไฟดับสนิท ทำให้พวกเขาต้องพึ่งพาแสงไฟฉายเพียงอย่างเดียว
“หัวหน้าครับ! ผมตรวจพบสัญญาณพลังงานแปลกๆ” ลิรารายงานผ่านเครื่องสื่อสาร “มันไม่ใช่พลังงานจาก ‘พรานแห่งดวงดาว’ แต่มันเป็นพลังงานที่คุ้นเคย… มันคือพลังงานจาก ‘ดวงตาแห่งความว่างเปล่า’ ”
เคลรู้สึกหนาวเหน็บ “ดวงตาแห่งความว่างเปล่า? มันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร!”
“ผมไม่แน่ใจครับ” ลิราตอบ “แต่สัญญาณบ่งชี้ว่ามันอยู่ที่นี่… ในสถานีแห่งนี้”
ความกังวลเข้าครอบงำจิตใจของเคล เขารู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดี หากดวงตาแห่งความว่างเปล่าอยู่ที่นี่ นั่นหมายความว่าอาจารย์เซธและกลุ่มเงาแห่งอัสวินกำลังทำบางสิ่งบางอย่างที่อันตรายยิ่งกว่าที่พวกเขาเคยคิดไว้
“อควา… ถ้าดวงตาแห่งความว่างเปล่าอยู่ที่นี่ นั่นหมายความว่าอะไร” เคลถาม
“มันหมายความว่าพวกเขาอาจจะกำลังพยายามที่จะ ‘ควบคุม’ พลังงานของ ‘พรานแห่งดวงดาว’ โดยตรง” อควาตอบ “หรืออาจจะพยายามที่จะ ‘เปิดประตู’ ให้กว้างขึ้น”
คำตอบของอควาทำให้เคลรู้สึกเหมือนถูกทุบด้วยค้อนอันหนักหน่วง หากอาจารย์เซธกำลังพยายามที่จะควบคุมพลังของ ‘พรานแห่งดวงดาว’ นั่นอาจจะนำมาซึ่งหายนะที่ยิ่งใหญ่กว่าการรุกรานเสียอีก
“เราต้องรีบไปที่แกนกลางของสถานีให้เร็วที่สุด!” เคลสั่ง “เราต้องหยุดพวกเขา!”
แต่ก่อนที่พวกเขาจะทันได้ก้าวไปข้างหน้า เสียงหัวเราะอันเย็นเยียบก็ดังขึ้นจากเงามืด เสียงนั้นคุ้นหูเคลเป็นอย่างดี
“ยินดีต้อนรับสู่สถานีป้องกันดาวเสาร์ เคล” เสียงนั้นเอ่ยขึ้น “ผมรู้ว่าคุณจะต้องมาที่นี่”
เงาขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นจากความมืดมิด เผยให้เห็นร่างของชายชราในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยย่น แต่ดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยประกายแห่งสติปัญญาและความบ้าคลั่ง
มันคืออาจารย์เซธ… ผู้บงการจากเงามืด
การเผชิญหน้ากับอาจารย์เซธคือจุดเปลี่ยนสำคัญของภารกิจครั้งนี้ เคลจะต้องเผชิญหน้ากับคนที่เขาเคยเชื่อใจ และต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับความจริงอันน่าตกใจที่กำลังจะถูกเปิดเผยออกมาทั้งหมด
ชะตากรรมของมนุษยชาติบัดนี้อยู่ในมือของพวกเขา และการต่อสู้กับผู้บงการจากเงามืดกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

ดวงตาแห่งอควา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก