ความเงียบเข้าครอบงำทางเดินอันมืดมิดของสถานีป้องกันดาวเสาร์ มีเพียงเสียงลมหายใจอันหนักหน่วงของเคลและลูกทีมที่ดังขึ้น แสงไฟฉายสาดส่องไปบนใบหน้าของอาจารย์เซธ เผยให้เห็นรอยยิ้มอันเย็นชาและแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า
“อาจารย์เซธ! นี่มันหมายความว่าอย่างไร!” เคลถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อและความโกรธ
“หมายความว่าผมกำลังทำในสิ่งที่จำเป็น เคล” อาจารย์เซธตอบ “ในสิ่งที่มนุษยชาติจะต้องทำเพื่อก้าวไปข้างหน้า”
“ก้าวไปข้างหน้าด้วยการทำลายโลกของเรางั้นหรือ!” แจ็กซ์ตะโกน
“นี่ไม่ใช่การทำลายแจ็กซ์” อาจารย์เซธกล่าว “นี่คือการ ‘วิวัฒนาการ’ ”
ลิราเหลือบมองไปยังวัตถุที่อยู่ข้างหลังอาจารย์เซธ มันคือ ‘ดวงตาแห่งความว่างเปล่า’ ที่ถูกติดตั้งอยู่บนแท่นพลังงานขนาดใหญ่ มันเปล่งแสงสีม่วงเรืองรองออกมาเป็นระยะๆ
“อาจารย์เซธ” ลิรากล่าว “คุณกำลังพยายามที่จะควบคุมพลังของ ‘พรานแห่งดวงดาว’ ใช่ไหม”
อาจารย์เซธหัวเราะเบาๆ “ฉลาดมาก ลิรา ใช่แล้ว ผมกำลังทำเช่นนั้น ผมได้ศึกษาบันทึกโบราณที่ถูกซ่อนไว้มานานหลายศตวรรษ และผมได้ค้นพบความจริงที่ถูกปกปิด”
“ความจริงที่ว่ามนุษย์ในอดีตมิได้ล้มเหลวในการควบคุม ‘พรานแห่งดวงดาว’ ” อาจารย์เซธกล่าวต่อ “แต่พวกเขาล้มเหลวเพราะความกลัว พวกเขากลัวในสิ่งที่พวกเขาไม่เข้าใจ และเลือกที่จะปิดกั้นตัวเองจากพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่”
“พลังอำนาจที่เกือบจะทำลายโลกของเรางั้นหรือ!” เคลแย้ง
“พลังอำนาจที่สามารถยกระดับมนุษย์ไปสู่ขั้นสูงสุดของการดำรงอยู่” อาจารย์เซธตอบ “จินตนาการดูสิ เคล หากเราสามารถควบคุมพลังงานของ ‘พรานแห่งดวงดาว’ ได้ เราจะสามารถเดินทางข้ามมิติได้ เราจะสามารถสร้างสิ่งมหัศจรรย์ที่ไม่เคยมีมาก่อนได้ เราจะกลายเป็นผู้บงการแห่งจักรวาล!”
แววตาของอาจารย์เซธเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง เคลรู้สึกถึงความผิดหวังอย่างรุนแรง เขาไม่เคยคิดว่าคนที่เขาเคยนับถือจะมีความคิดที่อันตรายถึงเพียงนี้
“นั่นไม่ใช่การวิวัฒนาการ” เคลกล่าว “นั่นคือความบ้าคลั่ง!”
“คุณไม่เข้าใจ เคล” อาจารย์เซธตอบ “มนุษยชาติกำลังติดอยู่กับวังวนเดิมๆ เรากำลังทำลายตัวเองด้วยสงครามและสิ่งแวดล้อมที่เสื่อมโทรม นี่คือโอกาสเดียวที่เราจะหลุดพ้นจากพันธนาการเหล่านั้น”
“แล้วการปลุก ‘พรานแห่งดวงดาว’ ขึ้นมาอีกครั้งมันคือทางออกงั้นหรือ!” แจ็กซ์ตะโกน “คุณเห็นแล้วไม่ใช่หรือว่ามันทำอะไรกับสถานีอุทกานต์บ้าง!”
“นั่นเป็นเพียงผลข้างเคียงเล็กน้อย” อาจารย์เซธตอบ “ผมได้เตรียมการไว้หมดแล้ว ผมได้สร้าง ‘ตัวควบคุม’ ที่สามารถควบคุม ‘พรานแห่งดวงดาว’ ได้อย่างสมบูรณ์”
อาจารย์เซธชี้ไปที่วัตถุขนาดเล็กที่สวมอยู่บนข้อมือของเขา มันเป็นอุปกรณ์ที่มีแสงสีม่วงเรืองรองเล็กๆ อยู่ตรงกลาง
“นี่คือสิ่งที่มนุษย์ในอดีตขาดไป” อาจารย์เซธกล่าว “ความเข้าใจที่แท้จริงในธรรมชาติของ ‘พรานแห่งดวงดาว’ ผมได้ถอดรหัสบันทึกโบราณทั้งหมด และสร้างอุปกรณ์นี้ขึ้นมา”
เคลรู้สึกถึงความหวาดกลัวที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง หากอาจารย์เซธสามารถควบคุม ‘พรานแห่งดวงดาว’ ได้จริง นั่นหมายความว่าเขามีพลังอำนาจที่เทียบเท่ากับพระเจ้า และเขาสามารถใช้พลังนั้นเพื่อวัตถุประสงค์ใดก็ได้ตามที่เขาต้องการ
“เราจะไม่มีวันปล่อยให้คุณทำเช่นนั้น!” เคลกล่าวเสียงดัง
“คุณไม่มีทางเลือก เคล” อาจารย์เซธตอบ “พลังของ ‘พรานแห่งดวงดาว’ กำลังจะถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มที่ และผมจะเป็นผู้ควบคุมมัน”
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้นอีกครั้ง แสงสีแดงฉานสว่างวาบไปทั่วทั้งสถานี
“ตรวจพบสัญญาณพลังงานแปลกปลอมกำลังเข้าใกล้สถานี” อควารายงาน “มันคือสัญญาณจาก… กองยานสมาพันธ์”
เคลรู้สึกถึงความโล่งอกที่ถาโถมเข้ามา พลเรือเอกอาริสทำสำเร็จแล้ว เขาได้รับอนุมัติจากสภาสูง และกำลังส่งกำลังสนับสนุนมาให้พวกเขา
“คุณพลาดแล้ว อาจารย์เซธ” เคลกล่าว “สมาพันธ์กำลังมา”
อาจารย์เซธยิ้มอย่างเย็นชา “คุณคิดว่าผมไม่ได้เตรียมการไว้สำหรับเรื่องนี้งั้นหรือ เคล”
ทันใดนั้น ทหารของกลุ่มเงาแห่งอัสวินก็ปรากฏตัวขึ้นจากเงามืด พวกเขามีจำนวนมากกว่าที่เคยเห็น และแต่ละคนก็สวมชุดเกราะที่ดูแข็งแกร่งกว่าเดิม
“พวกเราจะถ่วงเวลาสมาพันธ์ไว้ให้นานที่สุด” อาจารย์เซธกล่าว “ในระหว่างนั้น ผมจะทำการเปิดใช้งาน ‘ดวงตาแห่งความว่างเปล่า’ ให้เต็มประสิทธิภาพ”
“เราจะไม่มีวันปล่อยให้คุณทำเช่นนั้น!” แจ็กซ์ตะโกน เขาชักปืนขึ้นมาเตรียมพร้อม
“แจ็กซ์! ลิรา! ทุกคน! เราต้องหยุดอาจารย์เซธ!” เคลสั่ง “อย่าให้เขาเข้าถึงดวงตาแห่งความว่างเปล่าได้!”
การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ทีมของเคลปะทะกับทหารของกลุ่มเงาแห่งอัสวินอย่างดุเดือด เสียงปืนพลาสมาดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทางเดิน เคลพยายามที่จะฝ่าแนวป้องกันของทหารเพื่อเข้าไปหาอาจารย์เซธ แต่พวกมันก็แข็งแกร่งเกินกว่าที่เขาจะผ่านไปได้ง่ายๆ
ในขณะที่การต่อสู้ดำเนินไป อาจารย์เซธก็เดินเข้าไปใกล้ ‘ดวงตาแห่งความว่างเปล่า’ เขายกแขนขึ้น อุปกรณ์บนข้อมือของเขาก็เปล่งแสงสีม่วงเรืองรองออกมา
“อควา! เราต้องหยุดเขา!” เคลตะโกน
“ข้ากำลังพยายามเข้าถึงระบบของ ‘ดวงตาแห่งความว่างเปล่า’ ” อควาตอบ “แต่ระบบถูกล็อคโดยอุปกรณ์ของอาจารย์เซธ”
แสงสีม่วงจาก ‘ดวงตาแห่งความว่างเปล่า’ สว่างวาบขึ้นเรื่อยๆ มันส่งเสียงดังครืนครั่นคล้ายเสียงหัวใจที่กำลังเต้นรัว พลังงานมหาศาลเริ่มแผ่ออกมาจากวัตถุนั้น
“หัวหน้า! ผมรู้สึกถึงพลังงานที่แปลกประหลาด!” ลิราอุทาน “มันกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว!”
“มันกำลังเปิดประตู” อควาอธิบาย “อาจารย์เซธกำลังเปิดช่องว่างระหว่างมิติให้กว้างขึ้น เพื่อให้ ‘พรานแห่งดวงดาว’ เข้ามาได้ง่ายขึ้น”
เคลรู้สึกถึงความสิ้นหวังที่ถาโถมเข้ามา พวกเขากำลังจะสายเกินไป
“เราต้องทำอะไรสักอย่าง!” เคลตะโกน “แจ็กซ์! ลิรา! ไปที่อาจารย์เซธ! ผมจะถ่วงเวลาพวกทหารไว้เอง!”
แจ็กซ์และลิราพยักหน้า พวกเขารวมพลังกันพยายามที่จะฝ่าแนวป้องกันของทหารเพื่อเข้าไปหาอาจารย์เซธ การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด แต่พวกเขาก็ยังคงถูกตรึงไว้กับที่
ในขณะที่การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด เสียงประกาศจากระบบอัตโนมัติของสถานีก็ดังขึ้น
“ตรวจพบการรุกรานจากภายนอก กองยานสมาพันธ์กำลังเข้าสู่บริเวณสถานี”
เสียงปืนใหญ่จากยานรบของสมาพันธ์ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วอวกาศ ยานรบของกลุ่มเงาแห่งอัสวินยิงตอบโต้กลับมา ทำให้เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงกลางอวกาศ
“พวกมันกำลังเข้าใกล้เข้ามาแล้ว!” แจ็กซ์ตะโกน “เราต้องรีบแล้ว!”
อาจารย์เซธยิ้มอย่างเย็นชา “สายเกินไปแล้ว เคล ผมได้เปิดประตูแล้ว”
แสงสีม่วงจาก ‘ดวงตาแห่งความว่างเปล่า’ สว่างวาบขึ้นอย่างรุนแรง มันแผ่พลังงานมหาศาลออกมาจนผนังสถานีเริ่มสั่นสะเทือน เสียงดังครืนครั่นดังลั่นไปทั่วทั้งโครงสร้าง
ทันใดนั้น ภาพบางอย่างก็ฉายวาบขึ้นในจิตใจของเคล มันเป็นภาพของสิ่งมีชีวิตรูปร่างประหลาด ล่องลอยอยู่ในห้วงอวกาศอันมืดมิด ดวงตาของสิ่งมีชีวิตนั้นเรืองรองด้วยแสงสีม่วงราวกับ ‘ดวงตาแห่งความว่างเปล่า’ มันกำลังเดินทางมา… มายังโลกของพวกเขา
“พรานแห่งดวงดาวกำลังมาแล้ว!” อควาประกาศ “พวกมันกำลังเดินทางผ่านช่องว่างที่ถูกเปิดออก!”
เคลรู้สึกถึงความหวาดกลัวที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง พวกเขาล้มเหลว พวกเขาไม่สามารถหยุดอาจารย์เซธได้ทันเวลา
“ไม่!” เคลตะโกน “เรายังไม่ยอมแพ้!”
เคลพยายามที่จะพุ่งเข้าใส่อาจารย์เซธอีกครั้ง แต่ก็ถูกทหารของกลุ่มเงาแห่งอัสวินสกัดไว้ เขาต้องต่อสู้กับพวกมันอย่างดุเดือด ในขณะที่อาจารย์เซธกำลังทำการสุดท้ายเพื่อปลดปล่อยพลังงานของ ‘พรานแห่งดวงดาว’ อย่างเต็มที่
“พลเรือเอกอาริส! เราต้องการความช่วยเหลือเดี๋ยวนี้!” เคลตะโกนผ่านเครื่องสื่อสารที่เพิ่งกลับมาใช้งานได้บางส่วน
“เคล! เรากำลังเจาะเข้ามาในสถานี! อดทนไว้!” เสียงของพลเรือเอกอาริสตอบกลับมา
แต่ดูเหมือนว่าจะสายเกินไปแล้ว แสงสีม่วงจาก ‘ดวงตาแห่งความว่างเปล่า’ สว่างวาบขึ้นอย่างรุนแรงจนแทบจะมองไม่เห็นสิ่งอื่นใด พลังงานมหาศาลถูกปลดปล่อยออกมา มันเป็นพลังงานที่สามารถบิดเบือนมิติและกาลเวลาได้
“สำเร็จแล้ว!” อาจารย์เซธหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “พลังอำนาจอันยิ่งใหญ่กำลังอยู่ในกำมือของผมแล้ว!”
ทันใดนั้น เสียงระบบเตือนภัยของสถานีก็ดังขึ้นอย่างบ้าคลั่ง แสงสีแดงฉานสว่างวาบไปทั่วทั้งห้อง
“ตรวจพบการบิดเบือนของมิติ! กำลังเกิดช่องว่างระหว่างมิติขนาดใหญ่ขึ้นภายในสถานี!” อควาประกาศ
ภาพของช่องว่างสีดำมืดขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นเหนือ ‘ดวงตาแห่งความว่างเปล่า’ มันคือประตูสู่มิติอื่น ประตูที่ถูกเปิดออกอย่างสมบูรณ์
“พวกมันกำลังเข้ามาแล้ว!” ลิราอุทานด้วยความหวาดกลัว
จากช่องว่างสีดำมืดนั้น เงาขนาดใหญ่ก็ค่อยๆ คลานออกมา มันเป็นเงาของ ‘พรานแห่งดวงดาว’ รูปร่างของพวกมันดูบิดเบี้ยวและน่ากลัวเกินกว่าที่จะบรรยายได้ ดวงตาเรืองแสงสีม่วงนับร้อยจ้องมองมายังพวกเขา
ความจริงอันขมขื่นได้ปรากฏขึ้นต่อหน้าพวกเขาแล้ว อาจารย์เซธได้ปลุกภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่มนุษยชาติเคยเผชิญ และบัดนี้พวกมันกำลังมาถึง
การต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของมนุษยชาติกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง และเคลจะต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับชะตากรรมที่กำลังจะมาถึงนี้

ดวงตาแห่งอควา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก