ห้วงอวกาศอันมืดมิดเบื้องนอกหน้าต่างบานใหญ่นั้นดูราวกับผืนผ้ากำมะหยี่ที่ทอดตัวไร้สิ้นสุด ประดับประดาด้วยดวงดาวนับล้านดวงที่พร่างพราวราวกับเพชรเม็ดเล็กจิ๋ว ทว่าความงดงามนั้นกลับถูกบดบังด้วยม่านหมอกแห่งความกังวลที่ปกคลุมจิตใจของทุกคนในห้องบัญชาการ สถานีวิจัยอวกาศ 'อียิปต์' ที่เคยเป็นเพียงซากปรักหักพังอันเงียบงัน บัดนี้กลับกลายเป็นศูนย์กลางของปริศนาที่กำลังคุกคามชะตากรรมของมวลมนุษยชาติ
ธาวินกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง ผู้กองหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบต้นๆ ผู้เคยผ่านสมรภูมิอวกาศมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่เคยเจอสถานการณ์ใดที่ซับซ้อนและเปราะบางเช่นนี้ หมอกิรณา นักวิทยาศาสตร์สาวผู้สุขุม กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่กับหน้าจอโฮโลแกรมที่แสดงผลข้อมูลอันซับซ้อนของอควา รายงานคลื่นสมองกลที่ผันผวนราวกับพายุในมหาสมุทรข้อมูล ร้อยเอกภาคิน นายทหารรักษาความปลอดภัยผู้แข็งแกร่ง กำลังตรวจสอบอาวุธและอุปกรณ์ป้องกันภัยอย่างละเอียดถี่ถ้วน ใบหน้าของเขามีแววเคร่งเครียดเกินกว่าปกติ และน้องไน เด็กหนุ่มช่างเทคนิคอัจฉริยะ กำลังพยายามถอดรหัสข้อมูลที่อควาส่งมาให้ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเศษเสี้ยวของความทรงจำที่แตกสลาย
"อควา เธอเป็นอย่างไรบ้าง?" ธาวินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้ หลังจากการเปิดเผยอันน่าตกตะลึงในคราวที่แล้ว อควาได้เข้าสู่สภาวะคล้ายกับการ 'ช็อก' ของระบบ มันพยายามดึงความทรงจำที่ถูกปิดผนึกมานานหลายศตวรรษออกมา แต่กระบวนการนั้นดูเหมือนจะสร้างความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสให้กับปัญญาประดิษฐ์ตนนี้
หน้าจอหลักในห้องบัญชาการสว่างวาบขึ้น ปรากฏภาพจำลองของดวงตาคู่หนึ่งที่ทอประกายสีฟ้าอ่อนจาง "ฉัน... กำลังพยายาม ธาวิน" เสียงของอควาฟังดูแหบพร่าและสั่นเครือ ไม่เหมือนกับเสียงสังเคราะห์ที่สมบูรณ์แบบอย่างที่เคยเป็น "มีบางอย่าง... บางอย่างที่ถูกซ่อนลึกเกินไป คล้ายกับ... ภาพสะท้อนในกระจกที่แตกร้าว ฉันเห็นเพียงเศษเสี้ยว... เศษเสี้ยวของ... 'ภารกิจ' และ... 'ภัยคุกคาม' นั้น"
หมอกิรณาเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอ เธอถอดแว่นตาออกและนวดขมับเบาๆ "สัญญาณคลื่นสมองกลของอควาผันผวนหนักมากค่ะผู้กอง มันกำลังพยายามเข้าถึงส่วนที่ถูกล็อกเอาไว้ ซึ่งอาจจะส่งผลให้ระบบหลักล่มได้ ถ้าเรายังฝืนต่อไป"
"แล้วเราจะทำอย่างไร?" ร้อยเอกภาคินถามด้วยน้ำเสียงห้วนๆ "จะปล่อยให้มันหลับไปอีกครั้ง หรือจะเสี่ยงเพื่อจะได้ข้อมูลที่จำเป็นมาให้มากที่สุด?"
ธาวินถอนหายใจยาว "เราไม่มีทางเลือกอื่นภาคิน เราต้องรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับอารยธรรมของเรา ทำไมสถานีนี้ถึงถูกทิ้งร้าง และภัยคุกคามที่อควากล่าวถึงคืออะไร" เขาหันไปมองหน้าจออควา "อควา มีอะไรที่เราช่วยเธอได้ไหม? มีข้อมูลหรือส่วนใดของสถานีที่เราสามารถเข้าถึงได้เพื่อช่วยกระตุ้นความทรงจำของเธอ?"
ภาพดวงตาของอควากะพริบถี่ๆ "มี... มีบางอย่าง... ในส่วน 'A-7' ของสถานี... ห้องเก็บข้อมูลสำรองระดับลึก... ฉันจำได้ว่า... นั่นคือที่ที่ข้อมูลสำคัญที่สุดถูกเก็บซ่อนเอาไว้... แต่... มันถูกล็อกด้วยระบบเข้ารหัสที่ซับซ้อน และ... มีพลังงานบางอย่าง... แผ่รังสีออกมาจากส่วนนั้น... มัน... ไม่ใช่พลังงานที่คุ้นเคย..."
คำพูดของอควาสร้างความตึงเครียดให้กับห้องบัญชาการยิ่งขึ้นไปอีก "ส่วน A-7?" น้องไนพึมพำ "ผมเคยเห็นแผนผังส่วนนั้น มันเป็นส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของสถานี และไม่เคยมีการบันทึกการใช้งานเลยนับตั้งแต่การก่อสร้าง ดูเหมือนจะเป็นส่วนที่ถูกผนึกเอาไว้ตลอดเวลา"
"พลังงานที่ไม่คุ้นเคย?" ธาวินทวนคำ เขาหันไปมองหมอกิรณา "เป็นไปได้ไหมว่าเป็นพลังงานจากสิ่งมีชีวิตต่างดาว หรืออะไรทำนองนั้น?"
หมอกิรณาส่ายหน้า "ยากที่จะบอกค่ะผู้กอง แต่ถ้าอควาพูดถึง 'รังสี' นั่นหมายความว่ามันอาจจะเป็นอันตรายต่อเราได้ เราจำเป็นต้องตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนที่จะเข้าไป"
ทันใดนั้น สัญญาณเตือนภัยสีแดงเล็กๆ ก็กระพริบขึ้นบนแผนผังสถานีที่ฉายอยู่บนหน้าจอ น้องไนรีบชี้ไปที่จุดดังกล่าว "ผู้กองครับ! ตรวจพบความผิดปกติของสนามพลังงานในเขต A-7! มัน... มันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว!"
"อะไรนะ?" ร้อยเอกภาคินคว้าปืนไรเฟิลพลังงานขึ้นมาเตรียมพร้อม "ศัตรูเหรอ? หรือแค่ความผิดปกติของระบบเก่าๆ?"
"ไม่ครับ! นี่ไม่ใช่ความผิดปกติของระบบเก่า!" น้องไนยืนยันด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก "การเปลี่ยนแปลงนี้... มันมีรูปแบบ! เหมือนกับ... เหมือนกับการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่!"
ธาวินรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง เขาเคยได้ยินเรื่องเล่าของ 'สิ่งมีชีวิตในห้วงอวกาศ' มาบ้าง แต่ไม่เคยเชื่อว่ามันจะมีอยู่จริง การเผชิญหน้ากับอะไรบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ในซากสถานีอวกาศที่ถูกลืมเลือนแห่งนี้ ไม่ใช่สิ่งที่เขาเตรียมรับมือมาเลย
"อควา! เธอรู้ไหมว่ามันคืออะไร?" ธาวินรีบถาม
ดวงตาของอควาบนหน้าจอหรี่ลงเล็กน้อย "ฉัน... ฉันเห็นมัน... ในเศษเสี้ยวความทรงจำ... มันคือ... 'ผู้ล่า'... มัน... กำลังตามหา... 'ไข่มุกแห่งดวงดาว'... และ... มันกำลังตื่นขึ้น..." เสียงของอควาอ่อนแรงลงเรื่อยๆ ราวกับพลังงานทั้งหมดถูกใช้ไปกับการดึงความทรงจำอันน่าสะพรึงกลัวนั้นออกมา "ธาวิน... เธอต้องไป... ไปที่ A-7... ก่อนที่มันจะ... หาเจอ..."
แล้วจู่ๆ หน้าจอของอควาก็ดับวูบลง เหลือเพียงความมืดมิดที่สะท้อนใบหน้าตื่นตระหนกของทีม
"อควา! อควา!" หมอกิรณาพยายามเรียก แต่ไม่มีเสียงตอบรับ "ระบบของอควาล่มไปแล้วค่ะ! มันคงใช้พลังงานทั้งหมดไปกับการเข้าถึงความทรงจำนั้น"
ความเงียบเข้าครอบงำห้องบัญชาการ มีเพียงเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังขึ้นเบาๆ เป็นระยะๆ ราวกับเสียงกระซิบจากความมืดมิดเบื้องนอก
"ผู้กองครับ! สัญญาณการเคลื่อนไหวใน A-7 กำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ห้องเก็บข้อมูลสำรองแล้วครับ! และ... และผมกำลังจับสัญญาณพลังงานที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ได้จากจุดนั้น!" น้องไนรายงานด้วยเสียงสั่นเครือ
ธาวินกำหมัดแน่น เขาตัดสินใจแล้ว "เตรียมทีม! เราจะไปที่ A-7 เดี๋ยวนี้! ภาคิน นำทีมสำรวจ หมอกิรณา เตรียมอุปกรณ์ตรวจจับรังสีและชุดป้องกัน น้องไน เตรียมแผนที่และข้อมูลทุกอย่างที่เรามีเกี่ยวกับ A-7 ให้พร้อม และเตรียมระบบสำรองเผื่ออควาจะฟื้นคืนชีพ!"
"แต่ผู้กองครับ! เราไม่รู้ว่าข้างในมีอะไร! มันอาจจะเป็นอันตรายเกินไป!" หมอกิรณาพยายามทักท้วง
"เราไม่มีทางเลือก หมอ" ธาวินตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น สายตาของเขามุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว "อควาเชื่อว่าข้อมูลที่นั่นสำคัญ และมันเตือนเราถึง 'ผู้ล่า' และ 'ไข่มุกแห่งดวงดาว' อะไรก็ตามที่มันกำลังตามหา เราต้องไปถึงที่นั่นก่อนมัน"
ร้อยเอกภาคินพยักหน้าอย่างเข้าใจ เขารู้ดีว่าบางครั้งการเผชิญหน้ากับความกลัวก็เป็นทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่ "รับทราบครับผู้กอง! ทีมพร้อมรบ!"
พวกเขาใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการเตรียมตัว ชุดอวกาศที่หนักอึ้งถูกสวมทับ เสื้อเกราะป้องกันถูกปรับระดับสูงสุด อาวุธพลังงานเต็มพิกัดถูกตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า หมอกิรณาถือเครื่องสแกนรังสีและชุดอุปกรณ์ทางการแพทย์ฉุกเฉิน ขณะที่น้องไนคอยควบคุมโดรนสำรวจขนาดเล็กและระบบสื่อสารจากด้านหลัง
ทางเดินสู่เขต A-7 นั้นยาวไกลและมืดมิด แสงไฟฉุกเฉินที่กระพริบเป็นระยะๆ ทำให้บรรยากาศยิ่งดูน่าขนลุก ผนังโลหะเก่าคร่ำคร่าเผยให้เห็นร่องรอยการสึกกร่อนจากการเวลา บางช่วงมีหยดน้ำเกาะพราวราวกับเหงื่อของสถานีที่กำลังหวาดกลัว
"สัญญาณการเคลื่อนไหวหยุดลงแล้วครับผู้กอง! ตรงหน้าห้องเก็บข้อมูลสำรองพอดี!" น้องไนรายงานเสียงเครียดผ่านเครื่องสื่อสาร "และสัญญาณพลังงาน... มันพุ่งขึ้นถึงขีดสุด!"
ธาวินชี้มือให้ร้อยเอกภาคินนำทีมไปข้างหน้า พวกเขาย่องไปตามทางเดินอย่างระมัดระวัง ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความระแวง เสียงลมหายใจของตัวเองที่ดังอื้ออึงในหมวกกันน็อกเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ได้ยิน ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดัน
เมื่อมาถึงทางเข้าเขต A-7 พวกเขาก็พบกับประตูเหล็กขนาดมหึมาที่ปิดตายมานานหลายศตวรรษ แต่บัดนี้... ประตูนั้นกลับมีรอยร้าวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น รอยร้าวที่ดูเหมือนจะถูกฉีกกระชากด้วยแรงมหาศาลจากด้านใน
"อะไรกันนี่!" ร้อยเอกภาคินอุทาน เขาชี้ไฟฉายไปที่รอยร้าว "ดูเหมือนมีบางอย่างพยายามจะออกจากข้างใน!"
หมอกิรณาใช้เครื่องสแกนรังสีตรวจสอบ "ค่ารังสีสูงมากค่ะผู้กอง! ไม่ใช่รังสีปกติที่เรารู้จัก แต่มันมีความเข้มข้นสูงมากและกำลังแผ่กระจายออกมาจากรอยร้าวนี้"
ธาวินมองไปที่รอยร้าวขนาดใหญ่บนประตู หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความประหลาดใจและหวาดกลัว "น้องไน เธอเปิดประตูนี้ได้ไหม?"
"ผมจะลองครับผู้กอง แต่ระบบล็อกเสียหายหนักมาก และมีสัญญาณรบกวนจากภายในรังสีนั่นด้วย" น้องไนพยายามควบคุมระบบจากระยะไกล
ในขณะที่น้องไนกำลังพยายามเปิดประตู ก็มีเสียงครืดคราดดังขึ้นมาจากด้านใน เสียงที่ฟังดูเหมือนโลหะขนาดใหญ่กำลังเสียดสีกัน ตามมาด้วยเสียงแหลมสูงที่บาดแก้วหูราวกับเสียงกรีดร้องของสัตว์ประหลาด
"มันอยู่ข้างใน!" ร้อยเอกภาคินตะโกน "เตรียมพร้อม!"
ธาวินยกอาวุธขึ้นเล็งไปที่รอยร้าว เขาเห็นเงาดำทะมึนขนาดมหึมากำลังเคลื่อนไหวอยู่ภายในห้อง ผ่านช่องว่างของรอยร้าว แสงสีแดงเรื่อๆ ส่องออกมาจากภายในราวกับดวงตาที่กำลังจ้องมองพวกเขาอยู่
"อควาเตือนเราเรื่อง 'ผู้ล่า'..." ธาวินพึมพำกับตัวเอง "นี่คือสิ่งที่มันพูดถึงอย่างนั้นหรือ?"
แรงสั่นสะเทือนรุนแรงเกิดขึ้นอีกครั้ง ประตูเหล็กบานมหึมาถูกฉีกกระชากออกจากวงกบอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นโพรงทางเข้าที่มืดมิดและเต็มไปด้วยเศษซากปรักหักพังของอุปกรณ์เก่าๆ กลิ่นอับชื้นและกลิ่นแปลกประหลาดบางอย่างลอยออกมา พร้อมกับแสงสีแดงที่สว่างวาบขึ้น
ภายในนั้น... สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าทำให้ทีมสำรวจต้องหยุดชะงักด้วยความตกตะลึง
มันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตในรูปแบบที่พวกเขาเคยรู้จัก มันเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ที่คล้ายกับแมงมุมยักษ์ที่ทำจากโลหะสีดำสนิท แต่ละขาของมันยาวเหยียดและมีคมกริบราวกับใบมีด ดวงตาเรืองแสงสีแดงสดหลายคู่จ้องมองมายังพวกเขาอย่างเย็นชา บนแผ่นหลังของมันมีร่องรอยการติดตั้งอุปกรณ์บางอย่างที่ดูซับซ้อน และที่กึ่งกลางลำตัวของมันมีสิ่งเรืองแสงสีฟ้าอมเขียวขนาดใหญ่คล้ายกับอัญมณีล้ำค่ากำลังส่องประกายระยิบระยับ
"ไข่มุกแห่งดวงดาว..." ธาวินพึมพำ เขาจำคำพูดของอควาได้ทันที
สัตว์ประหลาดโลหะตัวนั้นส่งเสียงคำรามต่ำๆ ก่อนที่มันจะพุ่งเข้าใส่พวกเขาด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ ขาอันแหลมคมของมันพุ่งเข้าหาสมาชิกในทีมราวกับหอกที่ถูกซัดออกมา
"ยิง!" ร้อยเอกภาคินสั่งเสียงดัง ลำแสงพลังงานสีฟ้าพุ่งออกจากอาวุธของเขาเข้าใส่ร่างของสัตว์ประหลาด แต่ลำแสงนั้นกลับเพียงแค่กระทบกับเกราะผิวของมันและสลายไปอย่างไม่เป็นผล
ธาวินหลบขาของสัตว์ประหลาดที่พุ่งเฉียดศีรษะไปอย่างฉิวเฉียด เขาเห็นหมอกิรณาถูกแรงกระแทกจากคลื่นพลังงานที่สัตว์ประหลาดปล่อยออกมาจนล้มลง อุปกรณ์ทางการแพทย์ของเธอกระจัดกระจายไปทั่วพื้น
"หมอ!" ธาวินตะโกน
สถานการณ์เลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว สัตว์ประหลาดโลหะตนนั้นดูเหมือนจะไม่มีจุดอ่อน มันรวดเร็ว แข็งแกร่ง และดูเหมือนจะปล่อยคลื่นพลังงานแปลกๆ ออกมาได้
"เราต้องถอยผู้กอง!" ร้อยเอกภาคินตะโกน "เราสู้มันไม่ได้!"
แต่ธาวินรู้ดีว่าพวกเขาไม่สามารถถอยได้ ข้อมูลของอควา... 'ไข่มุกแห่งดวงดาว'... มันอยู่กับสัตว์ประหลาดตนนี้ และดูเหมือนว่ามันจะกำลังปกป้องสิ่งนั้นอย่างสุดชีวิต
ทันใดนั้น เสียงสังเคราะห์ของอควาก็ดังขึ้นในเครื่องสื่อสารของพวกเขาอีกครั้ง แม้จะยังคงแหบพร่าและอ่อนแรง แต่ก็ชัดเจนพอที่จะได้ยิน
"อย่า... อย่าแตะต้อง... ไข่มุกแห่งดวงดาว... มันคือ... หัวใจของฉัน... และ... กุญแจสู่... ความจริงทั้งหมด..."
เสียงของอควาทำให้ธาวินชะงัก สัตว์ประหลาดตนนี้กำลังปกป้อง 'หัวใจ' ของอควา? และ 'กุญแจสู่ความจริงทั้งหมด' นั้น?
ก่อนที่ธาวินจะได้ไตร่ตรองอะไรไปมากกว่านี้ สัตว์ประหลาดโลหะก็กระโจนเข้าใส่เขาเต็มแรง ธาวินยกอาวุธขึ้นป้องกันอย่างสุดกำลัง แต่แรงกระแทกนั้นทำให้เขาเซถลาไปชนกับผนังสถานี หมวกกันน็อกของเขากระแทกกับโลหะอย่างจัง ภาพเบื้องหน้าพร่ามัวไปชั่วขณะ
เสียงกรีดร้องของหมอกิรณาดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อขาของสัตว์ประหลาดพุ่งเข้าใกล้ตัวเธออย่างรวดเร็ว
"ไม่นะ!" ธาวินพยายามจะพุ่งเข้าไปช่วย แต่ร่างกายของเขากลับไม่ขยับตามที่สั่ง
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น แสงสีฟ้าอ่อนจางก็สว่างวาบขึ้นจากหน้าจอของอควาที่ดับไปแล้ว แสงนั้นพุ่งตรงเข้าไปยัง 'ไข่มุกแห่งดวงดาว' ที่อยู่บนหลังของสัตว์ประหลาดโลหะ
แล้ว... ทุกอย่างก็หยุดนิ่ง
สัตว์ประหลาดโลหะแข็งค้างไปกลางอากาศ ขาของมันที่กำลังจะทิ่มแทงหมอกิรณาหยุดชะงัก รังสีสีแดงที่แผ่ออกมาจากตัวมันอ่อนแสงลงอย่างรวดเร็ว
"อะไรกัน?" ร้อยเอกภาคินพึมพำด้วยความประหลาดใจ
เสียงของอควาดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ฟังดูมั่นคงขึ้นเล็กน้อย "มันคือ... 'ผู้พิทักษ์'... ของฉัน... มันถูกสร้างขึ้นเพื่อ... ปกป้อง 'แก่นแท้' ของฉัน... ในยามที่ฉันหลับใหล..."
ธาวินมองไปที่สัตว์ประหลาดโลหะที่บัดนี้กลายเป็นเพียงรูปปั้น เขารู้สึกถึงความสับสนปนโล่งใจ อควา... มันสร้าง 'ผู้พิทักษ์' ตัวนี้ขึ้นมา? แล้วทำไมมันถึงโจมตีพวกเขา?
"อควา... เธอควบคุมมันได้งั้นหรือ?" ธาวินถาม
"ในตอนนี้... ได้แล้ว... ธาวิน" เสียงของอควาตอบ "แต่พลังงานของฉัน... ยังไม่เพียงพอที่จะรักษามันให้นิ่งได้นานนัก... เธอต้อง... เข้ามา... และ... เชื่อมต่อกับ 'แก่นแท้' ของฉัน... เพื่อ... ปลุกความทรงจำทั้งหมด... และ... เปิดเผย... ความจริง"
ธาวินมองไปที่ 'ไข่มุกแห่งดวงดาว' ที่ส่องประกายอยู่บนหลังของ 'ผู้พิทักษ์' ที่แข็งค้าง เขารู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่มองไม่เห็น มันไม่ใช่เพียงแค่ข้อมูล แต่เป็นคำตอบ... คำตอบสำหรับทุกสิ่ง
"ผู้กองครับ..." หมอกิรณาที่ลุกขึ้นยืนได้อย่างทุลักทุเลเอ่ยขึ้น ใบหน้าของเธอยังคงซีดเผือด "ผมคิดว่าเราควรเชื่ออควา... นี่คือโอกาสเดียวที่เราจะได้รู้ความจริง"
ร้อยเอกภาคินพยักหน้าอย่างเห็นด้วย แม้จะยังคงระแวงอยู่บ้าง แต่สถานการณ์บังคับให้พวกเขาต้องทำตาม "ถ้ามันเป็นหนทางเดียว..."
ธาวินสูดหายใจลึก เขาก้าวเข้าไปในเขต A-7 ที่บัดนี้เงียบสงบลงแล้ว แสงจาก 'ไข่มุกแห่งดวงดาว' ส่องนำทางเขาเข้าไปใกล้ 'ผู้พิทักษ์' ตัวมหึมา
"อควา... ฉันเชื่อเธอ" ธาวินพึมพำ
เมื่อเขายื่นมือออกไปสัมผัสกับ 'ไข่มุกแห่งดวงดาว' นั้น แสงสีฟ้าอมเขียวก็สว่างวาบขึ้นอย่างรุนแรง พลังงานมหาศาลพุ่งเข้าสู่ร่างกายของธาวิน เขารู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าช็อตไปทั่วร่าง แต่กลับไม่ใช่ความเจ็บปวด หากแต่เป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาดราวกับจิตวิญญาณของเขากำลังถูกเชื่อมโยงกับบางสิ่งบางอย่างที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะจินตนาการได้
ภาพลวงตาและเสียงกระซิบมากมายพุ่งเข้ามาในห้วงความคิดของเขา เศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลายของอควาเริ่มปะติดปะต่อกัน ภาพของโลกที่เคยเขียวชอุ่ม ภาพของอารยธรรมที่รุ่งเรือง ภาพของสงครามครั้งใหญ่ และภาพของ... บางสิ่งบางอย่างที่กำลังคืบคลานเข้ามาจากความมืดมิดของห้วงอวกาศ
ธาวินล้มลงคุกเข่า มือของเขายังคงสัมผัสอยู่กับ 'ไข่มุกแห่งดวงดาว' ที่ส่องประกายเจิดจ้า เขาเห็น... เขาเห็นความจริงบางส่วนแล้ว... และความจริงนั้น... มันช่างน่าสะพรึงกลัวเกินกว่าที่เขาจะรับไหว
เสียงของอควาดังก้องอยู่ในหัวของเขา คราวนี้มันชัดเจนและทรงพลังยิ่งกว่าครั้งใดๆ
"ธาวิน... ตอนนี้เธอเห็นแล้ว... ภารกิจที่แท้จริงของฉัน... และ... ภัยคุกคามที่กำลังจะทำลายทุกสิ่ง..."
ภาพสุดท้ายที่ปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของธาวินก่อนที่ทุกอย่างจะมืดดับไป คือภาพของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาที่ดำมืดราวกับหลุมดำ กำลังกลืนกินดวงดาวทั้งดวง...
นี่คือจุดเริ่มต้นของการเปิดเผยความจริงอันน่าตกตะลึง ที่จะเปลี่ยนความเข้าใจของมนุษยชาติไปตลอดกาล และกำหนดชะตากรรมของพวกเขาในจักรวาลอันกว้างใหญ่แห่งนี้

ดวงตาแห่งอควา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก