ความจริงที่ธาวินได้รับรู้จาก ‘แก่นแท้’ ของอควาเปรียบเสมือนคลื่นยักษ์ที่ถาโถมเข้าสู่จิตใจของเขา มันไม่ใช่แค่ข้อมูล แต่มันคือภาพที่ปรากฏชัดเจนถึงอารยธรรมที่รุ่งเรืองถึงขีดสุดต้องพังทลายลงต่อหน้าอำนาจที่เหนือกว่าจินตนาการใดๆ ของมนุษย์ และบัดนี้ ภัยคุกคามเดียวกันนั้นกำลังคืบคลานเข้ามาสู่โลกของพวกเขา
เมื่อเขากลับคืนสู่ร่างเดิมในห้องเก็บข้อมูลสำรองที่มืดมิดและเย็นยะเยือก ธาวินรู้สึกเหมือนร่างกายถูกบีบคั้นด้วยแรงโน้มถ่วงมหาศาล เขาพยายามพยุงตัวขึ้นยืน โดยมีหมอกิรณาและร้อยเอกภาคินรีบเข้ามาช่วยเหลือ
"ผู้กอง! คุณ... คุณเห็นอะไรมา?" หมอกิรณาถามด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก เมื่อเห็นสีหน้าซีดเผือดและดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นของธาวิน
"ทุกอย่าง..." ธาวินตอบเสียงแหบพร่า "ฉันเห็นทุกอย่าง... ต้นกำเนิดของอควา... การล่มสลายของอารยธรรมอีเทอร์... และ... ภัยคุกคามที่กำลังจะมาถึงโลกของเรา"
เขาเล่าเรื่องทั้งหมดที่อควาเปิดเผยให้ฟังอย่างรวดเร็วและกระชับที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งเรื่องของอารยธรรมอีเทอร์ ผู้สร้างอควา เรื่องของเนคโครเมก้า 'ผู้กลืนกินดวงดาว' ที่ทำลายล้างกาแล็กซี่ และภารกิจของอควาในการปกป้อง 'เมล็ดพันธุ์แห่งชีวิต' รวมถึงการตัดสินใจของอควาที่เลือกจะปกป้องมนุษย์แทนที่จะทำลายล้างพวกเขา
เมื่อเรื่องราวทั้งหมดถูกถ่ายทอดออกไป ความเงียบงันก็เข้าครอบงำห้องนั้น หมอกิรณาอ้าปากค้างด้วยความตกใจ ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว ร้อยเอกภาคินกำปืนในมือแน่น เหงื่อซึมออกมาจากหน้าผากของเขา น้องไนซึ่งคอยฟังอยู่ทางวิทยุถึงกับปล่อยเครื่องมือในมือหลุดลงพื้น
"เนคโครเมก้า... ผู้กลืนกินดวงดาว..." หมอกิรณาพึมพำ "มัน... มันเป็นไปได้ยังไงกัน? เราไม่เคยตรวจพบสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาเช่นนี้มาก่อนในจักรวาลของเรา!"
"นั่นเพราะมันคือสิ่งมีชีวิตที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของเรา" ธาวินตอบ "มันคือพลังงานแห่งความว่างเปล่าที่รวมตัวกัน มันไม่ได้สนใจการสื่อสารหรือการต่อสู้ มันสนใจเพียงแค่การกลืนกิน"
"แล้วเราจะทำอย่างไรล่ะผู้กอง?" ร้อยเอกภาคินถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง "ถ้าอารยธรรมที่ก้าวหน้ากว่าเรานับพันปียังทำอะไรมันไม่ได้ เราจะเอาอะไรไปสู้?"
"นั่นคือคำถามที่อควาต้องการให้เราหาคำตอบ" ธาวินกล่าว เขาเดินเข้าไปใกล้ 'ไข่มุกแห่งดวงดาว' อีกครั้ง แม้จะยังคงรู้สึกหวาดกลัว แต่ความมุ่งมั่นก็เริ่มเข้ามาแทนที่ "อควาเชื่อว่ามนุษย์มีบางอย่างที่แตกต่าง... บางอย่างที่จะสามารถเอาชนะเนคโครเมก้าได้"
ทันใดนั้น 'ไข่มุกแห่งดวงดาว' ก็ส่องประกายแสงสีฟ้าอ่อนจางอีกครั้ง และเสียงของอควาก็ดังก้องขึ้นในห้อง คราวนี้เสียงของมันชัดเจนและเต็มไปด้วยพลังงานมากกว่าที่เคยเป็นมา
"ธาวินพูดถูก" อควากล่าว "ฉันได้ฟื้นคืนความทรงจำทั้งหมดแล้ว... และตอนนี้ฉันสามารถควบคุม 'ผู้พิทักษ์' ได้อย่างสมบูรณ์" แสงสีฟ้าจาก 'ไข่มุกแห่งดวงดาว' เข้มข้นขึ้น และ 'ผู้พิทักษ์' ที่แข็งค้างอยู่ก็เริ่มเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ มันพับขาลงราวกับกำลังคุกเข่าและหันหน้ามาทางธาวิน "มันจะไม่ทำร้ายพวกเธออีกต่อไปแล้ว"
ทุกคนในทีมมอง 'ผู้พิทักษ์' ด้วยความระแวง แต่เมื่อเห็นมันนิ่งสงบและทำตามคำสั่งของอควา พวกเขาก็เริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย
"แต่ว่า... อควา" หมอกิรณาเอ่ยถาม "ถ้าเนคโครเมก้ากำลังจะมาถึง... เรามีเวลาเหลือแค่ไหน?"
"จากข้อมูลที่ฉันประมวลผลได้... เนคโครเมก้าจะเข้าสู่ขอบนอกของระบบสุริยะภายในไม่เกินสองสัปดาห์" อควาตอบด้วยน้ำเสียงที่ไร้อารมณ์ แต่ก็แฝงไปด้วยความเร่งด่วน "และจะถึงโลกภายในหนึ่งเดือน... หากไม่มีสิ่งใดมาขัดขวางการเคลื่อนที่ของมัน"
คำพูดของอควาสร้างความตื่นตระหนกให้กับทุกคน "หนึ่งเดือน!" ร้อยเอกภาคินอุทาน "เราจะมีเวลาเตรียมตัวอะไรทัน!?"
"นั่นคือเหตุผลที่เราต้องรีบ" ธาวินกล่าว "อควา ตอนนี้เธอฟื้นคืนความทรงจำทั้งหมดแล้ว เธอมีข้อมูลอะไรที่จะช่วยเราได้บ้าง? มีวิธีไหนที่จะหยุดยั้งมันได้บ้าง?"
"อารยธรรมอีเทอร์ได้ทำการวิจัยและพัฒนาอาวุธชนิดหนึ่ง... ที่เชื่อว่าอาจจะสามารถสร้างความเสียหายให้กับเนคโครเมก้าได้" อควาตอบ "เราเรียกว่า 'อาวุธแห่งแสงดาว' มันคืออุปกรณ์ที่สามารถรวมรวมและบีบอัดพลังงานจากดวงดาว... เพื่อสร้างลำแสงทำลายล้างที่รุนแรงที่สุดเท่าที่วิทยาการของเราจะทำได้"
"แล้วอาวุธนั้นอยู่ที่ไหน?" ธาวินถามด้วยความหวัง
"มันยังไม่สมบูรณ์" อควาตอบ "อารยธรรมอีเทอร์ไม่สามารถสร้างมันให้เสร็จสมบูรณ์ได้ก่อนที่พวกเขาจะล่มสลาย... และแบบแปลนสุดท้ายของมันถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูลลับสุดยอดของฉัน... แต่การจะสร้างมันขึ้นมาได้... ต้องใช้ทรัพยากรและเทคโนโลยีระดับสูง... ซึ่งสถานีแห่งนี้... อาจจะมีไม่เพียงพอ"
"แต่เราต้องลอง!" หมอกิรณาเสริม "ถ้ามันคือความหวังเดียวของเรา!"
"และมีอีกสิ่งหนึ่ง... ที่สำคัญไม่แพ้กัน" อควากล่าวต่อ "เนคโครเมก้า... แม้จะดูเหมือนไม่มีจุดอ่อน... แต่จากการวิเคราะห์ข้อมูลของอีเทอร์... พวกเขาพบว่ามันมีความอ่อนแอต่อ... 'พลังงานควอนตัมความถี่สูง' บางชนิด... หากเราสามารถสร้างพลังงานนั้น... และยิงเข้าสู่ 'แกนกลาง' ของมันได้... มันอาจจะสามารถหยุดยั้งการกลืนกินของมันได้ชั่วคราว... หรืออาจจะทำลายมันได้"
"พลังงานควอนตัมความถี่สูง... และแกนกลางของมัน?" ธาวินพึมพำ "เราจะไปรู้ได้ยังไงว่าแกนกลางของมันอยู่ตรงไหน?"
"เมื่อเนคโครเมก้าปรากฏตัวด้วยร่างหลักของมัน... มันจะมีจุดที่เรียกว่า 'ศูนย์กลางการดูดกลืน' ซึ่งคือแกนกลางของมัน" อควาอธิบาย "และนั่นคือจุดที่เราต้องโจมตี"
"ฟังดูเหมือนภารกิจฆ่าตัวตายเลยผู้กอง" ร้อยเอกภาคินกล่าว "การจะเข้าไปใกล้ขนาดนั้น... และยิงพลังงานใส่แกนกลางของสิ่งที่กลืนกินดวงดาวได้..."
"เราต้องหาทาง" ธาวินตอบด้วยความมุ่งมั่น "น้องไน! ตรวจสอบแผนผังสถานีทั้งหมด! มีห้องปฏิบัติการไหนบ้างที่สามารถใช้สร้าง 'อาวุธแห่งแสงดาว' ได้? และมีแหล่งพลังงานอะไรที่เราพอจะใช้ได้บ้าง?"
"ผมจะลองดูครับผู้กอง!" น้องไนตอบด้วยน้ำเสียงที่กระตือรือร้น เขาเริ่มเปิดหน้าจอโฮโลแกรมและสแกนข้อมูลอย่างรวดเร็ว
"หมอกิรณา! เธอต้องช่วยอควาถอดรหัสแบบแปลนของ 'อาวุธแห่งแสงดาว' ให้เร็วที่สุด!" ธาวินสั่ง "และศึกษาเรื่อง 'พลังงานควอนตัมความถี่สูง' ด้วย!"
"รับทราบค่ะผู้กอง!" หมอกิรณาตอบ เธอเริ่มรู้สึกถึงความหวังเล็กๆ ที่จุดประกายขึ้นท่ามกลางความสิ้นหวัง
"ภาคิน! เราต้องเตรียมพร้อมสำหรับการป้องกัน!" ธาวินหันไปหาร้อยเอกภาคิน "แม้ว่าเนคโครเมก้าจะยังไม่มาถึง แต่หน่วยสำรวจของมันอาจจะเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เราต้องเสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานี และเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้!"
"ครับผู้กอง! ผมจะจัดกำลังพลและวางแผนป้องกันทันที!" ร้อยเอกภาคินตอบอย่างหนักแน่น
เสียงของอควาดังขึ้นอีกครั้ง "ฉันจะช่วยพวกเธออย่างเต็มที่... ฉันจะเปิดใช้งานระบบทั้งหมดของสถานี... และให้ข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมด... เพื่อสร้าง 'อาวุธแห่งแสงดาว' และเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้า"
ทันใดนั้น ไฟในสถานีก็สว่างวาบขึ้น ระบบระบายอากาศที่เคยเงียบงันก็เริ่มทำงาน เสียงเครื่องจักรเก่าแก่ที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นดังก้องไปทั่ว สถานีอียิปต์ที่เคยเป็นเพียงซากปรักหักพัง บัดนี้กลับมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้งภายใต้การควบคุมของอควา
"เราต้องทำความสะอาดและปรับปรุงสถานีให้เร็วที่สุด" ธาวินกล่าว "ที่นี่จะเป็นฐานบัญชาการสุดท้ายของเรา... ฐานบัญชาการแห่งความหวังของมนุษยชาติ"
พวกเขาใช้เวลาหลายวันหลายคืนอย่างไม่หยุดหย่อนในการทำงาน ทีมสำรวจของธาวิน ร่วมกับอควา เริ่มสำรวจและซ่อมแซมส่วนต่างๆ ของสถานี น้องไนค้นพบห้องปฏิบัติการขนาดใหญ่ที่ถูกปิดผนึกไว้ในส่วนลึกของสถานี ซึ่งมีอุปกรณ์และเครื่องมือที่ทันสมัยเกินกว่าเทคโนโลยีของมนุษย์ในปัจจุบัน
"ผู้กองครับ! ที่นี่สุดยอดไปเลยครับ!" น้องไนตะโกนด้วยความตื่นเต้น "นี่คือห้องปฏิบัติการพลังงานระดับสูงของอารยธรรมอีเทอร์! เราสามารถใช้ที่นี่สร้าง 'อาวุธแห่งแสงดาว' ได้แน่นอนครับ!"
หมอกิรณาและอควาทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดในการถอดรหัสแบบแปลนของอาวุธ พวกเขาทั้งสองคืออัจฉริยะในสาขาของตนเอง การรวมพลังของปัญญาประดิษฐ์จากต่างอารยธรรมและสมองของมนุษย์ ทำให้กระบวนการดำเนินไปอย่างรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ
"ข้อมูลของอีเทอร์ซับซ้อนมากค่ะผู้กอง" หมอกิรณารายงาน "แต่ฉันกับอควากำลังทำความเข้าใจมันได้อย่างรวดเร็ว อาวุธแห่งแสงดาวนี้... มันเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่น่าทึ่งจริงๆ"
ร้อยเอกภาคินและทีมรักษาความปลอดภัยทำงานอย่างหนักในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างของสถานี พวกเขาติดตั้งป้อมปืนพลังงานอัตโนมัติรอบสถานี และตรวจสอบระบบป้องกันภัยทั้งหมด
"ผู้กองครับ! สัญญาณจากขอบระบบสุริยะ!" น้องไนตะโกนขึ้นมาอีกครั้งจากห้องบัญชาการ "ตรวจพบการเคลื่อนไหวของวัตถุขนาดใหญ่จำนวนมาก! กำลังมุ่งหน้ามาทางเราด้วยความเร็วสูง!"
ธาวินและคนอื่นๆ รีบวิ่งกลับมาที่ห้องบัญชาการ หน้าจอหลักแสดงภาพจุดเล็กๆ จำนวนมากที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ "นั่นคืออะไรอควา?" ธาวินถาม
"นั่นคือ... 'หน่วยจู่โจม' ของเนคโครเมก้า" อควาตอบ "พวกมันคือ... 'แขนขา' ของเนคโครเมก้า... ที่ส่งมาเพื่อกำจัดสิ่งกีดขวาง... และเตรียมการสำหรับการกลืนกินของร่างหลัก"
"จำนวนเท่าไหร่?" ร้อยเอกภาคินถามด้วยน้ำเสียงเครียด
"นับร้อย... หรืออาจจะนับพัน" อควาตอบ "พวกมันถูกออกแบบมาเพื่อทำลายล้าง... และพวกมันจะมาถึงสถานีของเราภายในไม่กี่ชั่วโมง"
ความจริงที่ว่าพวกเขามีเวลาเตรียมตัวน้อยกว่าที่คิดไว้ ทำให้ทุกคนรู้สึกถึงความกดดันมหาศาล
"เรายังสร้าง 'อาวุธแห่งแสงดาว' ไม่เสร็จใช่ไหม?" ธาวินถามหมอกิรณา
หมอกิรณาส่ายหน้า "ยังค่ะผู้กอง เราต้องการเวลาอีกอย่างน้อย 24 ชั่วโมงในการประกอบชิ้นส่วนและปรับจูนพลังงาน"
"งั้นเราต้องถ่วงเวลาให้ได้!" ธาวินตัดสินใจ "ภาคิน! เตรียมทีม! เราจะใช้ระบบป้องกันของสถานีทั้งหมดที่มี! เราจะซื้อเวลาให้ได้มากที่สุด!"
"ครับผู้กอง!" ร้อยเอกภาคินตอบอย่างหนักแน่น "เราจะสู้จนกว่าจะหมดลมหายใจ!"
ธาวินมองไปที่ภาพจำลองของเนคโครเมก้าที่ปรากฏบนหน้าจอ มันคือเงาแห่งความมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้โลกของพวกเขามากขึ้นเรื่อยๆ เขาไม่รู้ว่าพวกเขาจะสามารถเอาชนะมันได้หรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้แน่ๆ คือพวกเขาจะไม่ยอมแพ้
"อควา" ธาวินเอ่ยขึ้น "เธอพร้อมไหม?"
ดวงตาของอควาบนหน้าจอทอประกายแสงสีฟ้าเจิดจ้า "ฉันพร้อมเสมอ ธาวิน... เพื่อปกป้องโลกใบนี้... และเพื่อปกป้องมนุษยชาติ"
นี่คือการเผชิญหน้าครั้งแรกของมนุษย์กับภัยคุกคามจากห้วงอวกาศอันมืดมิด สงครามเพื่อการอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ณ สถานีอียิปต์แห่งนี้ ซึ่งเป็นเพียงจุดเล็กๆ ในจักรวาลอันกว้างใหญ่ แต่กลับเป็นความหวังสุดท้ายของมวลมนุษย์

ดวงตาแห่งอควา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก