วิมานมายา

ตอนที่ 3 — เสียงกระซิบจากกำแพง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 769 คำ

═══════════════════════════════════

หลังจากเหตุการณ์ภาพวาดหล่นลงมาอย่างหาสาเหตุไม่ได้ ณิชาก็เริ่มให้ความสนใจกับเรื่องราวแปลกๆ ที่เกิดขึ้นในคฤหาสน์วิมานลดามากขึ้นเล็กน้อย แม้ปากจะยังคงยืนกรานในหลักเหตุผล แต่ลึกๆ แล้ว ความรู้สึกไม่สบายใจก็เริ่มกัดกินจิตใจของเธอมากขึ้นเรื่อยๆ เธอเริ่มสังเกตเห็นว่าคนงานหลายคนเริ่มแสดงอาการหวาดกลัวอย่างชัดเจน ‌บางคนขอลาหยุดงาน บางคนทำงานไปก็มองซ้ายมองขวาไปตลอดเวลา บรรยากาศในการทำงานที่เคยเต็มไปด้วยความคึกคักเริ่มถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันและความหวาดระแวง

งานรีโนเวตเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ เสียงทุบทำลาย เสียงเจาะ เสียงเครื่องมือช่างดังสนั่นไปทั่วคฤหาสน์ที่เคยเงียบสงัดราวป่าช้า ณิชาคาดหวังว่าเสียงอึกทึกครึกโครมเหล่านี้จะช่วยขับไล่ความเงียบงันและเรื่องราวลี้ลับออกไปได้บ้าง แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ผลเลย

วันหนึ่งหัวหน้าช่างประจำไซต์งาน ​คุณสมชาย เข้ามาหา ณิชาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “คุณณิชาครับ ผมว่ามันแปลกๆ นะครับ”

ณิชาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “มีอะไรเหรอคะคุณสมชาย”

“เครื่องมือช่างของพวกเราหายบ่อยมากเลยครับ บางทีก็หายไปเฉยๆ ‍บางทีก็ไปโผล่อยู่ในที่ที่เราไม่ได้เอาไปวางไว้ บางทีก็ถูกซ่อนไว้ในที่แปลกๆ ครับ” คุณสมชายกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เมื่อวานคีมล็อกของช่างดำหายไป พอหาทั่วทั้งไซต์ก็ไม่เจอ พอจะเลิกงาน ดันไปเจออยู่ในห้องน้ำที่ล็อคจากข้างในซะอย่างนั้นครับ”

ณิชาขมวดคิ้ว ‌“คุณสมชายคะ ในไซต์งานเรามีคนเยอะแยะ อาจจะมีใครแกล้งกันก็ได้นะคะ”

“แต่ใครจะไปแกล้งกันถึงขนาดนั้นล่ะครับคุณณิชา” คุณสมชายยังคงไม่วางใจ “อีกอย่างนะครับ บางทีเราก็เห็นเงาคนแวบๆ ตามทางเดิน หรือไม่ก็ได้ยินเสียงแปลกๆ ‍เหมือนมีคนเดินอยู่ข้างบน ทั้งที่เราอยู่กันแค่ข้างล่างแท้ๆ”

คำบอกเล่าของคุณสมชายทำให้ ณิชานิ่งไปครู่หนึ่ง เธอนึกถึงเรื่องเงาที่เธอเห็นแวบๆ ตอนสำรวจบ้าน และเสียงกระซิบเบาๆ ที่เธอพยายามจะปฏิเสธมาตลอด

“บางทีอาจจะเป็นเพราะเราทำงานในบ้านเก่าๆ บรรยากาศมันก็เลยชวนให้คิดมากไปเองก็ได้ค่ะ” ​ณิชาพยายามให้เหตุผล แม้ในใจจะเริ่มคลอนแคลนแล้วก็ตาม

แต่แล้ว ในวันรุ่งขึ้น ณิชาเองก็ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ประหลาดด้วยตัวเอง ขณะที่เธอกำลังตรวจสอบแบบแปลนภายในห้องทำงานชั่วคราวที่จัดไว้ในคฤหาสน์ ซึ่งเป็นห้องที่เคยเป็นห้องสมุดเก่า เสียงกระซิบแผ่วเบาก็ลอยมาจากกำแพงด้านหนึ่ง เสียงนั้นฟังดูเหมือนลมพัดผ่านช่องเล็กๆ ​แต่แล้วมันก็เริ่มชัดขึ้น คล้ายเสียงของผู้หญิงที่กำลังครวญครางด้วยความเจ็บปวด หรือไม่ก็กำลังร้องขอความช่วยเหลือ

“ช่วยด้วย... ช่วยด้วย...”

ณิชาเงยหน้าขึ้นจากแบบแปลน เธอหันมองไปรอบห้องอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครอยู่ในห้องนี้กับเธอเลย เสียงกระซิบนั้นดูเหมือนจะมาจากภายในกำแพงห้อง ราวกับว่ามีใครบางคนถูกขังอยู่ข้างใน

เธอเดินเข้าไปใกล้กำแพงด้านนั้น ​ค่อยๆ เงี่ยหูฟัง เสียงกระซิบนั้นก็ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ มันไม่ใช่เสียงลมอีกต่อไป แต่มันคือเสียงของผู้หญิงจริงๆ ที่กำลังพร่ำร้องขอความช่วยเหลือด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน ณิชาเอื้อมมือไปแตะที่กำแพง เธอรู้สึกถึงความเย็นเยือกที่ผิดปกติจากผนังปูนเก่าๆ ราวกับว่ามันมีชีวิตและกำลังส่งเสียงออกมาจากภายใน

“ใครอยู่ตรงนั้น?” ณิชาถามออกไปเสียงเบา ความกลัวเริ่มกัดกินหัวใจของเธอแล้ว

เสียงกระซิบนั้นเงียบไปพักหนึ่ง ณิชายืนนิ่ง หายใจติดขัด จ้องมองกำแพงที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่วางตา แล้วจู่ๆ เสียงกระซิบก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่แค่คำว่า ‘ช่วยด้วย’ แต่มันเริ่มเป็นประโยคที่ ณิชาฟังไม่ค่อยชัดนัก แต่จับใจความได้ว่า “อย่า... ไว้ใจ... เขา...” และ “อันตราย...”

ณิชาถอยห่างจากกำแพงด้วยความตกใจ เธอเดินออกจากห้องนั้นทันที ความรู้สึกกลัวทำให้เธอแทบจะวิ่งหนี แต่เธอก็พยายามควบคุมตัวเองไว้ เธอเดินไปหาสมชายที่กำลังควบคุมคนงานอยู่

“คุณสมชายคะ คุณเคยได้ยินเสียงอะไรแปลกๆ จากกำแพงห้องสมุดบ้างไหมคะ” ณิชาถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้เป็นปกติที่สุด

คุณสมชายทำหน้าเลิ่กลั่ก “ห้องสมุดเหรอครับ? ไม่นะครับคุณณิชา ผมไม่เคยได้ยินอะไรจากตรงนั้นเลย”

ณิชาพยายามหาคำอธิบายให้กับสิ่งที่เธอเพิ่งได้ยินมา บางทีอาจจะเป็นเสียงสะท้อนจากข้างนอก หรือไม่ก็เป็นแค่จินตนาการของเธอเองที่เริ่มอ่อนไหวไปกับบรรยากาศของคฤหาสน์ แต่ในใจลึกๆ เธอก็รู้ว่ามันไม่ใช่ มันเป็นเสียงที่ชัดเจนและน่าขนลุกเกินกว่าจะเป็นแค่จินตนาการ

ในวันต่อมา เหตุการณ์ประหลาดก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ณิชาเริ่มเห็นเงาของคนแวบผ่านไปมาตามทางเดินบ่อยขึ้น ไม่ใช่แค่หางตา แต่เป็นเงาที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ บางครั้งก็เป็นเงาของผู้หญิงผมยาวที่ดูคุ้นตา เหมือนกับหญิงสาวในภาพวาดครอบครัว บางครั้งก็เป็นเงาของเด็กตัวเล็กๆ ที่วิ่งเล่นไปมา แล้วก็หายไปในเงามืดอย่างรวดเร็ว

คืนหนึ่ง ณิชาทำงานล่วงเวลาที่คฤหาสน์ตามลำพัง เพื่อเคลียร์แบบแปลนที่ค้างอยู่ เธอพยายามทำเป็นไม่สนใจเสียงกรอบแกรบที่ดังมาจากชั้นบน หรือเสียงลมที่พัดผ่านเข้ามาในห้อง ทั้งที่หน้าต่างและประตูทุกบานปิดสนิท

ขณะที่เธอกำลังก้มหน้าก้มตาทำงาน จู่ๆ ไฟฟ้าในคฤหาสน์ก็ดับลงพรึ่บ! ความมืดมิดเข้าครอบงำทุกสิ่งทุกอย่าง ณิชาตกใจ เธอลืมตาไม่ลงชั่วขณะ ก่อนจะพยายามคลำหาไฟฉายในกระเป๋า

ในความมืดมิดนั้น เธอได้ยินเสียงกระซิบที่ชัดเจนกว่าทุกครั้ง เสียงนั้นไม่ได้มาจากกำแพง แต่มาจากด้านหลังของเธอเอง

“อย่า... อย่าทำลาย... บ้านของเรา...”

เสียงนั้นแผ่วเบา แต่ชัดเจนพอที่จะทำให้ ณิชาขนลุกซู่ไปทั้งตัว เธอรู้สึกถึงลมหายใจเย็นๆ ที่รินรดอยู่ตรงต้นคอ ราวกับว่ามีใครบางคนยืนอยู่ข้างหลังเธอ เพียงแค่เอื้อมมือก็สามารถแตะต้องตัวเธอได้

ณิชาไม่กล้าหันไปมอง เธอพยายามควบคุมสติ สองมือสั่นเทาขณะที่พยายามเปิดไฟฉาย เมื่อแสงไฟจากไฟฉายสว่างวาบขึ้น ณิชาก็รีบหันไปมองด้านหลังทันที แต่ก็ไม่พบใครเลย นอกจากความมืดและเงาของเฟอร์นิเจอร์เก่าๆ ที่ตั้งตระหง่านอยู่

เธอถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก แต่หัวใจก็ยังคงเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง

ณิชาเดินออกไปจากคฤหาสน์ในคืนนั้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบายได้ เธอเริ่มตระหนักแล้วว่าคฤหาสน์วิมานลดาไม่ได้เป็นแค่สิ่งก่อสร้างเก่าแก่ที่รอการปรับปรุง แต่ที่แห่งนี้มีบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่ บางสิ่งบางอย่างที่กำลังพยายามสื่อสารกับเธอ และไม่ต้องการให้เธอทำการเปลี่ยนแปลงใดๆ เลย

รอยร้าวในความเชื่อมั่นของเธอ เริ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำแพงเก่าแก่ของคฤหาสน์วิมานลดาที่กำลังส่งเสียงคร่ำครวญออกมาจากภายใน.

═══════════════════════════════════

หน้านิยาย
หน้านิยาย
วิมานมายา

วิมานมายา

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!