วิมานมายา

ตอนที่ 4 — ความฝันหลอกหลอน

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 778 คำ

═══════════════════════════════════

เหตุการณ์ประหลาดที่คฤหาสน์วิมานลดาไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในเวลากลางวัน หรือแค่ในสถานที่ทำงานอีกต่อไป มันเริ่มคืบคลานเข้าสู่ห้วงชีวิตส่วนตัวของ ณิชาอย่างช้าๆ และน่าสะพรึงกลัว นับตั้งแต่คืนที่ไฟดับและเธอได้ยินเสียงกระซิบชัดเจน ณิชาแทบจะนอนไม่หลับ เธอต้องใช้ยานอนหลับช่วยในบางคืน ‌แต่แม้จะหลับไป เธอก็ยังต้องเผชิญหน้ากับมันในรูปแบบของความฝัน

ความฝันแรกมาในคืนถัดมา ณิชาพบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ท่ามกลางห้องโถงกว้างของคฤหาสน์วิมานลดา แต่คราวนี้มันกลับดูมีชีวิตชีวา ห้องโถงประดับประดาด้วยโคมไฟระย้าที่ส่องประกายระยิบระยับ เฟอร์นิเจอร์สวยงาม ผ้าคลุมหน้าต่างเป็นผ้าม่านลูกไม้สีขาวสะอาด มีเสียงดนตรีบรรเลงเบาๆ ​และเสียงหัวเราะของผู้คนก้องกังวานอยู่ในอากาศ เธอเห็นผู้คนในชุดโบราณกำลังเต้นรำและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ณิชามองหาหญิงสาวในภาพวาด และไม่นานเธอก็พบ เธออยู่ในชุดผ้าไหมสีชมพูอ่อนที่งดงาม เธอกำลังยิ้มแย้มและหัวเราะอย่างมีความสุขกับชายหนุ่มข้างกายที่น่าจะเป็นสามีของเธอ พร้อมกับเด็กๆ สองคนที่กำลังวิ่งเล่นอย่างร่าเริง

ณิชายืนมองฉากแห่งความสุขนั้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบายได้ ‍เธอรู้สึกเหมือนเป็นผู้บุกรุกเข้าไปในอดีต แต่แล้วภาพก็เริ่มบิดเบือนไปอย่างช้าๆ เสียงดนตรีเริ่มเปลี่ยนเป็นเสียงแหลมสูงที่บาดแก้วหู แสงไฟในห้องโถงเริ่มหรี่ลง ผู้คนเริ่มส่งเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าของพวกเขาบิดเบี้ยวด้วยความทุกข์ทรมาน หญิงสาวในชุดสีชมพูหันมามอง ณิชา ‌ดวงตาของเธอบัดนี้เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและภาพสะท้อนของความหวาดกลัวอย่างสุดขีด เธอยื่นมือมาหา ณิชา ราวกับจะร้องขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีเสียงใดๆ ออกมา มีเพียงริมฝีปากที่สั่นเทาและดวงตาที่อ้อนวอน

ทันใดนั้น ภาพก็มืดมิดลง ‍ณิชาได้ยินเสียงกรีดร้องอันโหยหวนและเสียงบางอย่างที่คล้ายกับการทุบตี ก่อนที่เธอจะสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก เหงื่อกาฬไหลท่วมตัว หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมาจากอก ณิชานั่งหอบอยู่บนเตียง พยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติ เธอรู้ทันทีว่าความฝันนั้นไม่ใช่แค่ความฝันธรรมดา แต่มันคือการย้อนรอยอดีตที่คฤหาสน์แห่งนั้น

หลังจากคืนนั้น ​ความฝันหลอกหลอนก็กลับมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกคืนที่ ณิชาหลับตาลง เธอจะถูกดึงเข้าสู่ฝันร้ายที่เกิดขึ้นในคฤหาสน์วิมานลดา แต่ละคืนภาพในฝันจะชัดเจนขึ้นและน่าสะพรึงกลัวมากขึ้นเรื่อยๆ เธอเห็นหญิงสาวคนเดิม ผู้ซึ่ง ณิชาเริ่มมั่นใจแล้วว่าเป็นคุณนายวรฤทธิ์ ​กำลังร้องไห้คร่ำครวญอย่างรุนแรง ภาพของเด็กๆ ที่ถูกแยกออกจากอ้อมกอดของแม่ เสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือที่เจ็บปวด และภาพของเงามืดลึกลับที่เคลื่อนไหวอยู่รอบๆ ครอบครัวนั้น มันเป็นความมืดมิดที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่เงา แต่เหมือนมีตัวตนและพลังอำนาจบางอย่าง

ในความฝันครั้งหนึ่ง ​ณิชาเห็นคุณนายวรฤทธิ์ถูกจับตัวไปโดยเงามืดนั้น เธอถูกลากเข้าไปในห้องมืดๆ ใต้ดิน เสียงกรีดร้องของเธอถูกบีบคั้นจนเหลือเพียงเสียงสะอื้นอันแผ่วเบา ณิชาพยายามจะเข้าไปช่วย แต่ร่างกายของเธอกลับไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น เธอได้แต่ยืนมองเหตุการณ์อันน่าสยดสยองนั้นด้วยความรู้สึกไร้พลังและสิ้นหวัง

ความฝันเหล่านั้นส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อ ณิชา เธอเริ่มมีอาการอ่อนเพลีย ขอบตาคล้ำ ผมเผ้ายุ่งเหยิง ร่างกายซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด สมาธิในการทำงานลดลง เธอไม่สามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งไหนคือความจริงสิ่งไหนคือความฝัน บางครั้งขณะที่กำลังเดินสำรวจคฤหาสน์ในเวลากลางวัน ภาพเหตุการณ์ในฝันก็แวบเข้ามาในหัว ทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวจนต้องหยุดชะงัก

ชลธีสังเกตเห็นความผิดปกติของ ณิชา เขาพยายามถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง “ณิชาครับ คุณดูไม่ค่อยดีเลยนะครับ มีอะไรหรือเปล่าครับ”

ณิชาพยายามปั้นหน้ายิ้ม “ไม่มีอะไรหรอกชลธี ฉันแค่ทำงานหนักไปหน่อยน่ะ”

“แต่คุณดูเหมือนคนไม่ได้นอนมาหลายวันแล้วนะครับ” ชลธีกล่าวด้วยสีหน้าเป็นกังวล “คุณได้ยินเสียงกระซิบอะไรอีกบ้างไหมครับ หรือเห็นอะไรแปลกๆ อีกหรือเปล่า”

ณิชานิ่งไปครู่หนึ่ง เธอรู้ดีว่าเธอไม่สามารถเก็บเรื่องนี้ไว้กับตัวเองได้อีกต่อไป เธอมองหน้าชลธี แล้วตัดสินใจเล่าเรื่องความฝันที่ตามหลอกหลอนเธอให้เขาฟังทั้งหมด

“ฉันฝันเห็นคุณนายวรฤทธิ์บ่อยมากเลยชลธี เธอร้องขอความช่วยเหลือ และภาพในฝันมันก็จริงมาก เหมือนฉันย้อนเวลากลับไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ” ณิชาเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

ชลธีฟังด้วยความตกใจ “ตายแล้วณิชา นี่มันไม่ใช่เรื่องปกติแล้วนะครับ ผมว่าคุณควรไปทำบุญ หรือไปหาพระอาจารย์ที่ไหนซักที่นะครับ”

“ฉันไม่เชื่อเรื่องพวกนั้นหรอกชลธี” ณิชาพยายามปฏิเสธ แต่ในใจของเธอกลับไม่มั่นคงเหมือนเดิมแล้ว “แต่ฉันก็ไม่รู้จะอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างไรเหมือนกัน”

คืนนั้น ณิชาตัดสินใจที่จะอยู่เฝ้าคฤหาสน์อีกครั้ง เธออยากจะพิสูจน์ให้ตัวเองเห็นว่าความฝันเหล่านั้นเป็นเพียงแค่ภาพหลอนที่เกิดจากความเครียดและความเหนื่อยล้า เธอเตรียมอุปกรณ์ป้องกันตัวเล็กๆ น้อยๆ และนั่งรอคอยความมืดมิดที่กำลังจะมาถึง

เมื่อแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า คฤหาสน์วิมานลดาก็ตกอยู่ในความเงียบสงัดอีกครั้ง ณิชาจุดตะเกียงน้ำมันเพียงดวงเดียวไว้ในห้องทำงาน แสงไฟริบหรี่ช่วยขับไล่ความมืดมิดออกไปได้เพียงเล็กน้อย เธอพยายามทำงานไปพลางๆ แต่ก็ไม่อาจจดจ่อได้เลย เสียงกระซิบแผ่วเบายังคงลอยมาจากกำแพง แต่คราวนี้มันเป็นเสียงที่ดูเหมือนจะใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ

จู่ๆ เธอรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่พุ่งเข้าใส่จากด้านหลัง ณิชาหันไปมองทันที ในความมืดสลัว เธอเห็นเงาร่างของผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าต่าง เธอมีผมยาวสยาย สวมชุดไทยโบราณสีอ่อนๆ ที่คุ้นตา ดวงตาของเธอมองตรงมาที่ ณิชา แววตาเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยและความอ้อนวอน

“คุณนายวรฤทธิ์...” ณิชาพึมพำชื่อนั้นออกไปอย่างไม่รู้ตัว

เงาร่างนั้นขยับเข้ามาใกล้ทีละก้าว ทีละก้าว ณิชารู้สึกว่าหัวใจของเธอกำลังหยุดเต้น เธออยากจะกรีดร้อง แต่เสียงกลับจุกอยู่ที่ลำคอ เธออยากจะวิ่งหนี แต่ขากลับก้าวไม่ออก

เงาร่างนั้นยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ห่างกันไม่กี่ก้าว ณิชาเห็นใบหน้าที่ซีดเซียวของเธออย่างชัดเจน ริมฝีปากของเธอกำลังขยับ และ ณิชาได้ยินเสียงกระซิบที่ชัดเจนราวกับมีคนกำลังพูดอยู่ข้างหู

“ช่วย... ข้า... ด้วย...”

น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานอย่างสุดแสน ณิชาไม่สามารถปฏิเสธได้อีกต่อไปว่าสิ่งที่เธอเห็นไม่ใช่แค่จินตนาการ มันคือความจริงที่น่าสะพรึงกลัว และ ณิชาเองก็กำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวลี้ลับที่ซ่อนอยู่ในคฤหาสน์วิมานลดาแห่งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้.

═══════════════════════════════════

หน้านิยาย
หน้านิยาย
วิมานมายา

วิมานมายา

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!