วิมานมายา

ตอนที่ 12 — ความเงียบงัน พลังร้ายคุกคาม

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,144 คำ

ความเงียบที่เข้าครอบงำห้องใต้ดินหลังจากการระเบิดของรูปปั้นดินเผานั้นไม่ใช่ความเงียบสงบ แต่เป็นความเงียบที่หนักอึ้ง กดดัน และเต็มไปด้วยความคาดหวัง ณิชาสัมผัสได้ถึงพลังงานชั่วร้ายที่ยังคงวนเวียนอยู่รอบกาย มันไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบการปรากฏตัว คล้ายกับสัตว์ร้ายที่บาดเจ็บ ‌แต่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า

ชลธีนั่งตัวสั่นอยู่บนพื้น กอดเข่าแน่น ใบหน้าซีดเผือดจนเห็นเส้นเลือดฝอยชัดเจน เขามองไปรอบๆ ห้องที่ว่างเปล่า ราวกับกำลังคาดหวังว่าจะมีอะไรโผล่ออกมาอีกทุกเมื่อ

“มันยังไม่จบใช่ไหมครับณิชา…” ชลธีถามย้ำ เสียงของเขาแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน ​“ผมรู้สึกว่ามันยิ่งแย่กว่าเดิม”

ณิชาพยักหน้าช้าๆ ดวงตาของเธอฉายแววหนักใจ แต่ก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เธอรู้ว่าไม่มีทางถอยหลังแล้ว เธอหยิบสมุดบันทึกของคุณนายช่อผกาขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับสมุดคาถาเล่มเก่าที่เธอพบในห้องลับใต้ดิน เธอเคยอ่านผ่านๆ มาบ้างแล้วในตอนที่ค้นพบ ‍แต่ตอนนี้ทุกตัวอักษรมีความหมายที่ลึกซึ้งและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า

“ไม่จบหรอกชลธี และใช่… มันแย่กว่าเดิม” ณิชาตอบ เสียงของเธอจริงจัง “การทำลายรูปปั้นนั่น เป็นเพียงการทำลาย ‘จุดยึดเหนี่ยว’ ‌ของวิญญาณตระกูลวรฤทธิ์ที่ถูกกักขังไว้ เพื่อไม่ให้พวกเขากลายเป็นพลังงานให้คุณหลวงไพรัช แต่พลังชั่วร้ายของคุณหลวง… พลังที่แท้จริงของเขา… มันไม่ได้อยู่ในรูปปั้น”

ชลธีกลืนน้ำลายอึกใหญ่ “แล้วมันอยู่ที่ไหนครับณิชา? ถ้าไม่ใช่รูปปั้น แล้วมันคืออะไร?”

ณิชาเปิดสมุดบันทึกของคุณนายช่อผกาไปยังหน้าที่ถูกคั่นไว้ด้วยริบบิ้นเก่าๆ ‍ภาพวาดสเก็ตช์แปลกประหลาดที่คล้ายแผนผังบางอย่าง ปนเปกับตัวอักษรที่เขียนด้วยหมึกจางๆ แต่เนื้อหาที่อ่านได้นั้น สั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ

“มันอยู่ที่ ‘วิมานมายา’ เอง” ณิชาเอ่ยขึ้นช้าๆ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความน่าขนลุก ​“คฤหาสน์หลังนี้ ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ที่วิญญาณถูกกักขัง แต่เป็น ‘เครื่องมือ’ เป็น ‘กับดัก’ ที่คุณหลวงไพรัชสร้างขึ้นด้วยความมืดบอดและบ้าคลั่งของเขา”

ชลธีเบิกตากว้าง “เครื่องมือ? ​กับดัก? หมายความว่ายังไงครับณิชา?”

“คุณนายช่อผกาเขียนไว้ในบันทึกของเธอ… ว่าคุณหลวงไพรัชไม่ได้เพียงแค่ผูกวิญญาณของตระกูลวรฤทธิ์ไว้กับรูปปั้นดินเผา แต่เขานำศาสตร์มืดโบราณมาผสมผสานกับการออกแบบสถาปัตยกรรมของคฤหาสน์หลังนี้ตั้งแต่แรกเริ่มก่อสร้าง” ณิชาอธิบาย เธอชี้ไปที่ภาพวาดในสมุด “ทุกโครงสร้าง ทุกเสา ​ทุกกำแพง ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมที่ยิ่งใหญ่ พิธีกรรมที่เปลี่ยนคฤหาสน์แห่งนี้ให้กลายเป็น ‘วิมานมายา’ อย่างแท้จริง… เป็นวิมานที่ภายนอกสวยงาม ล่อลวง แต่ภายในกลับเป็นคุกขังวิญญาณ และเป็นแหล่งดูดกลืนพลังงานชีวิต”

เธอพลิกไปอีกหน้าในสมุดคาถา ที่มีภาพสัญลักษณ์แปลกตาคล้ายผังวงกลมซ้อนกัน และอักษรโบราณที่เธอต้องใช้เวลาถอดความอยู่นาน

“คุณหลวงไพรัชต้องการความเป็นอมตะ เขาต้องการอำนาจที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป เขาเชื่อว่าการสร้างสถานที่ที่ดูดกลืนวิญญาณและพลังงานของมนุษย์ได้ จะทำให้เขามีชีวิตอยู่ได้ชั่วนิรันดร์ และมีพลังมหาศาล เขาไม่ได้ต้องการแค่เก็บวิญญาณไว้ แต่เขาต้องการ ‘บริโภค’ วิญญาณเหล่านั้น และคฤหาสน์หลังนี้…คือปากของสัตว์ร้ายที่กำลังหิวโหย”

คำอธิบายของณิชาทำให้ชลธีรู้สึกเย็นยะเยือกไปทั้งสรรพางค์กาย เขามองไปรอบๆ ห้องใต้ดินที่เคยรู้สึกมิดชิดปลอดภัย แต่บัดนี้กลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของอวัยวะภายในของสัตว์ประหลาดที่มองไม่เห็น

“แล้ว… แล้วพวกเราจะทำยังไงครับณิชา ถ้ามันคือทั้งคฤหาสน์ เราจะทำลายมันได้ยังไง?” ชลธีถามด้วยความหวังที่ริบหรี่

“ในสมุดคาถานี้ มีวิธี” ณิชาตอบ พลางลูบปกสมุดเก่าคร่ำคร่า “แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ชลธี สิ่งที่คุณหลวงไพรัชสร้างขึ้นมา มันไม่ใช่แค่คำสาป แต่มันคือโครงสร้างพลังงานที่ซับซ้อน มันมี ‘แกนกลาง’ ของมัน เหมือนหัวใจของสัตว์ร้าย และนั่นคือสิ่งที่เราต้องค้นหาและทำลาย”

ณิชาเล่าต่อว่า ตามบันทึกของคุณนายช่อผกาและคำอธิบายในสมุดคาถา แกนกลางของวิมานมายาคือสิ่งที่เรียกว่า ‘อาคมเก้าห้วงนรก’ มันไม่ใช่แค่วัตถุเดียว แต่มันคือการเชื่อมโยงพลังงานในจุดสำคัญเก้าจุดทั่วทั้งคฤหาสน์ และมี ‘แก่น’ แท้จริงที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุด คุณหลวงไพรัชได้ผสานจิตวิญญาณที่มืดมิดของเขาเข้ากับแก่นนั้น ทำให้เขากลายเป็นส่วนหนึ่งของคฤหาสน์ และคฤหาสน์ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของเขา นี่คือเหตุผลว่าทำไมการทำลายรูปปั้นจึงไม่เพียงพอ เพราะคุณหลวงไพรัชยังมีตัวตนอยู่ในโครงสร้างทั้งหมดนี้

“เราต้องค้นหาจุดทั้งเก้า และหาแก่นแท้ของมันให้พบ” ณิชาพูดพร้อมกับชี้ไปที่แผนผังแปลกๆ ในสมุดบันทึก “แต่การจะทำลายมันได้ เราจะต้องทำพิธี ‘ถอนอาคม’ ซึ่งต้องใช้พลังงานมหาศาล และต้องทำในเวลาที่เหมาะสมที่สุด”

ทันใดนั้นเอง ห้องใต้ดินที่เคยเงียบงันก็เริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ ฝุ่นผงร่วงหล่นจากเพดาน คล้ายกับคฤหาสน์กำลังหายใจอย่างหนักหน่วง เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ไร้ที่มาเริ่มดังขึ้นรอบๆ ตัวพวกเขา คล้ายเสียงลมที่พัดผ่านรอยแตกของกำแพง แต่กลับมีน้ำเสียงที่แฝงด้วยความอาฆาต

“มันรู้สึกได้… ว่าเรากำลังจะทำลายมัน” ชลธีพูด เสียงของเขาสั่นเครือกว่าเดิม

ณิชาพยักหน้า เธอรู้ดีว่านี่คือการตอบโต้ของคฤหาสน์ ของคุณหลวงไพรัชที่ยังคงวนเวียนอยู่ การทำลายจุดยึดเหนี่ยวของวิญญาณตระกูลวรฤทธิ์ ทำให้เขาอ่อนแอลงเพียงเล็กน้อย แต่ก็ทำให้เขารู้สึกถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา

“เราต้องขึ้นไป” ณิชาตัดสินใจ “สมุดบันทึกเล่มนี้บอกใบ้ถึงจุดทั้งเก้าจุด มันไม่ใช่แค่ห้องลับ หรือวัตถุลึกลับ แต่มันอาจจะอยู่ในโครงสร้างสำคัญของคฤหาสน์ เช่น ห้องโถงใหญ่ ห้องสมุด หรือแม้แต่ในห้องนอนของคุณหลวงเอง”

พวกเขาออกจากห้องใต้ดินด้วยความระมัดระวัง ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความตึงเครียด อากาศในโถงทางเดินชั้นล่างดูจะหนาวเย็นลงกว่าเดิมหลายเท่า แสงไฟจากหลอดไฟที่ณิชาติดตั้งไว้กะพริบถี่ๆ ราวกับกำลังจะดับลงทุกขณะ

“ณิชา… ผมรู้สึกเหมือนมีคนจ้องมองเราอยู่ตลอดเวลา” ชลธีกระซิบ

ณิชาไม่ได้ตอบ เธอเองก็รู้สึกเช่นนั้น ขนอ่อนบนต้นคอของเธอตั้งชันขึ้นมาเอง ลมเย็นยะเยือกที่ไม่มีที่มาพัดผ่านใบหน้า เสียงหัวเราะแผ่วเบาที่ฟังดูบิดเบี้ยวเริ่มดังขึ้นในความมืดที่อยู่ปลายสุดของโถงทางเดิน

พวกเขาเดินไปถึงห้องโถงใหญ่ที่มืดสลัว ณิชาใช้ไฟฉายส่องไปรอบๆ ห้องที่เคยดูโอ่อ่าบัดนี้กลับดูน่ากลัวและเต็มไปด้วยเงาหลอน เธอเปิดสมุดคาถาอีกครั้ง พยายามถอดรหัสภาพวาดและสัญลักษณ์โบราณที่ปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษ

“จุดแรก… มันอยู่ที่ ‘ศูนย์กลางแห่งความรุ่งโรจน์’” ณิชาอ่านออกเสียงเบาๆ “ในห้องโถงที่แสดงถึงอำนาจและบารมีของผู้เป็นเจ้าของ… นั่นคือห้องโถงใหญ่แห่งนี้”

ขณะที่ณิชากำลังก้มลงพิจารณาสมุดคาถา ชลธีก็สังเกตเห็นบางอย่างที่ผิดปกติ ผนังห้องโถงใหญ่ซึ่งเคยเรียบตึง บัดนี้กลับมีรอยร้าวปรากฏขึ้นมาอย่างช้าๆ รอยร้าวนั้นดูเหมือนจะเชื่อมโยงกันเป็นลวดลายประหลาด คล้ายกับเส้นเลือดที่กำลังเต้นอยู่เบาๆ ใต้ผิวหนังของสิ่งมีชีวิต

“ณิชา… ดูนั่นสิครับ” ชลธีเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือ พลางชี้ไปยังผนังเบื้องหน้า

ณิชาเงยหน้าขึ้นมอง เธอเห็นรอยร้าวที่กำลังขยายตัวออกอย่างช้าๆ มันไม่ใช่รอยร้าวธรรมดา แต่มันคือลวดลายที่ซับซ้อน คล้ายกับอักขระโบราณที่ถูกซ่อนอยู่ใต้ปูนฉาบ และกำลังปรากฏให้เห็นอย่างช้าๆ เมื่อคฤหาสน์กำลัง ‘ตื่น’ ขึ้นมา

“นี่แหละ… หนึ่งในเก้าจุด” ณิชาพูด เสียงของเธอแหบพร่า “มันคืออาคมที่ถูกผนึกไว้ในโครงสร้าง”

แต่ในขณะที่พวกเขากำลังจ้องมองลวดลายประหลาดนั้น ผนังที่อยู่ตรงหน้าพวกเขา ก็เริ่มมีของเหลวสีดำข้นหนืดไหลซึมออกมาจากรอยร้าวอย่างช้าๆ ของเหลวนั้นส่งกลิ่นเหม็นเน่าฉุนกึก คล้ายกลิ่นศพที่เน่าเปื่อย และดูเหมือนมันกำลัง ‘เคลื่อนไหว’ อย่างช้าๆ ราวกับสิ่งมีชีวิต

“อะไรน่ะณิชา…” ชลธีถอยหลังไปหนึ่งก้าว ใบหน้าของเขาซีดเผือด “มัน… มันคืออะไรกันแน่?”

ของเหลวสีดำข้นหนืดนั้นยังคงไหลซึมออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน มันเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่าง คล้ายกับดวงตาที่จ้องมองมายังพวกเขา สองดวงตาที่ปรากฏขึ้นบนผนังห้องโถงใหญ่ จ้องมองพวกเขาด้วยความเกลียดชังอย่างมหันต์ และทันใดนั้นเอง ผนังห้องโถงที่เคยแข็งแกร่ง ก็เริ่ม ‘บิดเบี้ยว’ และ ‘พองตัว’ ออกมา คล้ายกับเนื้อหนังที่ถูกยืดออก ราวกับคฤหาสน์แห่งนี้กำลังจะกลืนกินพวกเขาเข้าไปทั้งเป็น

เสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ฟังดูแหบพร่าและบิดเบี้ยว ดังกึกก้องไปทั่วทั้งห้องโถงใหญ่ มันไม่ใช่เสียงหัวเราะของมนุษย์ แต่เป็นเสียงที่มาจากส่วนลึกที่สุดของคฤหาสน์… เสียงของวิมานมายาที่กำลังตื่นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ และพร้อมที่จะทวงคืนวิญญาณทุกดวงที่บังอาจเข้ามาลบหลู่

ณิชาและชลธีถูกรายล้อมด้วยของเหลวสีดำที่ไหลออกมาจากผนัง มันเริ่มแผ่ขยายวงกว้างออกไปอย่างรวดเร็ว คล้ายกับเงาที่กำลังคืบคลานเข้าหาพวกเขาจากทุกทิศทาง

“เราต้องไปจากที่นี่ ชลธี!” ณิชาตะโกน เธอรู้ดีว่าการต่อสู้กับสิ่งนี้ในตอนนี้เป็นไปไม่ได้

แต่เมื่อพวกเขากำลังจะหันหลังกลับ ประตูไม้บานใหญ่ของห้องโถงที่พวกเขาเข้ามา ก็ปิดลงเองอย่างรวดเร็วด้วยเสียงกระแทกที่รุนแรงราวกับมีแรงผลักที่มองไม่เห็นมาปิดมันไว้ พวกเขาถูกขังอยู่ในห้องโถงที่กำลังกลายร่างเป็นกับดักมรณะ

แล้วเสียงกระซิบที่เคยแผ่วเบา ก็ดังขึ้นอย่างชัดเจนในโสตประสาทของณิชา มันไม่ใช่เสียงลมอีกต่อไป แต่เป็นเสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความอาฆาต และมันเรียกชื่อของเธอ…

“ณิชา… วิมานมายาแห่งนี้… ต้องการวิญญาณของเจ้า…”

ผนังรอบกายของพวกเขายังคงบิดเบี้ยวและพองตัวออก ของเหลวสีดำข้นหนืดจากผนังเริ่มรวมตัวกันก่อเป็นรูปร่างขนาดใหญ่ที่น่าสะพรึงกลัว มันไม่ใช่ภาพลวงตาอีกต่อไป แต่เป็นความจริงที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้… คล้ายกับสัตว์ประหลาดที่กำลังอ้าปากกว้างเพื่อกลืนกินเหยื่อที่อยู่ในกำมือ

หน้านิยาย
หน้านิยาย
วิมานมายา

วิมานมายา

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!