สมุดเฟรนด์ชิปบทสุดท้าย

ตอนที่ 16 — จุดจบของโลกทั้งใบ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,355 คำ

นัทก้าวเดินช้าๆ ราวกับแต่ละย่างก้าวคือการนับถอยหลังสู่จุดจบที่เขาไม่แน่ใจว่าอยากจะไปถึงหรือไม่ เสียงเพลง “วันวานยังหวานอยู่” ที่ดังแผ่วมาจากหอประชุมค่อยๆ กลายเป็นเพียงฉากหลังพร่าเลือน ความสนใจทั้งหมดของเขาพุ่งไปที่สองร่างตรงหน้า ห้องเรียน ‌6/1 ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นโลกทั้งใบของพวกเขา บัดนี้กำลังจะกลายเป็นเพียงความทรงจำ ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้ามันอาจจะกลายเป็นห้องว่างเปล่าที่ไร้ชีวิตชีวา เหมือนกับหัวใจของนัทที่กำลังจะกลายเป็นความว่างเปล่าหากความฝันที่เขาสั่งสมมาตลอดสามปีต้องพังทลายลง

เขาเห็นปั้นในชุดครุยสีเข้มที่ดูดีเกินคาด เสื้อครุยที่ไหล่กว้างของปั้นดูสง่าและเป็นธรรมชาติ ขณะที่น้ำหวานในชุดครุยสีขาวของเธอ ใบหน้าของเธอดูซีดเซียวเล็กน้อย ​แต่รอยยิ้มที่ปั้นส่งให้ก็ทำให้ใบหน้าของเธอมีสีสันขึ้นมาบ้าง เสี้ยวหนึ่งของความรู้สึกที่นัทไม่อยากให้เกิดขึ้นผุดขึ้นมาในใจ – ความรู้สึกอิจฉา ความริษยาที่กัดกร่อนอย่างเงียบงัน มันไม่ใช่แค่เสื้อครุยที่ดูดีบนตัวปั้น แต่เป็นความสบายใจที่น้ำหวานแสดงออกต่อหน้าปั้นต่างหากที่ทำให้นัทรู้สึกเหมือนโดนกรีดแทง

นัทเดินไปหยุดห่างจากพวกเขาเพียงไม่กี่ก้าว เขาสามารถได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ‍ของน้ำหวานและเสียงทุ้มต่ำของปั้นได้อย่างชัดเจน แม้ว่าบทสนทนาจะยังจับใจความไม่ได้ แต่ท่าทีที่ผ่อนคลายของทั้งคู่ก็เพียงพอที่จะฉุดรั้งให้หัวใจของนัทดิ่งลงเหว ความกลัวที่เคยเป็นเพียงกระแสลมบางเบา บัดนี้กลับกลายเป็นพายุที่โหมกระหน่ำในอก แขนของเขาที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อครุยกำแน่นจนเล็บจิกเนื้อ เขากลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว รอคอย... ‌ไม่รู้ว่ารอคอยอะไร อาจจะเป็นสัญญาณของการสิ้นสุด หรืออาจจะเป็นปาฏิหาริย์ที่เขาไม่เคยเชื่อ

“...ก็อย่างที่บอกนั่นแหละหวาน” เสียงของปั้นดังขึ้นชัดเจนขึ้นเมื่อนัทหยุดนิ่ง “เรื่องนั้นน่ะ ฉันคิดว่าเธอควรจะ...”

ปั้นหันมาเห็นนัทพอดี ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่รอยยิ้มอารมณ์ดีจะปรากฏบนใบหน้า ‍“อ้าว นัท! มาแล้วเหรอวะ”

น้ำหวานหันตามมาด้วยรอยยิ้มที่ดูจะฝืนเล็กน้อยเมื่อเห็นนัท เธอพยักหน้าให้เบาๆ “นัท”

ความรู้สึกโล่งใจและผิดหวังปะปนกันในใจนัท เขาไม่รู้ว่าควรจะดีใจที่พวกเขาหยุดคุยเรื่องสำคัญ หรือควรจะเสียใจที่ไม่รู้ว่าเรื่องสำคัญที่ว่านั้นคืออะไรกันแน่

“เออ มาแล้ว” ​นัทพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติมากที่สุด ทั้งที่ข้างในมันปั่นป่วนไปหมด เขาพยายามส่งยิ้มให้ทั้งคู่ “คุยอะไรกันอยู่เหรอวะ ดูเหมือนจะจริงจังเลย”

ปั้นมองหน้านัทก่อนจะหันกลับไปมองน้ำหวาน รอยยิ้มนั้นจางหายไปเล็กน้อย กลายเป็นความลังเลบางอย่าง “ก็ไม่มีอะไรมากหรอก ​แค่เรื่องอนาคตทั่วๆ ไปน่ะ”

“อนาคต...” นัททวนคำช้าๆ ราวกับพยายามค้นหาความหมายที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำพูดนั้น คำว่า 'อนาคต' ที่เคยเป็นคำที่เต็มไปด้วยความหวังและความตื่นเต้น ตอนนี้กลับกลายเป็นคำที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและความเจ็บปวด

“ใช่ ​ก็... เรื่องมหาวิทยาลัยอะไรทำนองนั้น” ปั้นตอบ พลางใช้สายตาสื่อสารบางอย่างกับน้ำหวาน ซึ่งน้ำหวานก็พยักหน้ารับรู้เบาๆ ราวกับว่าพวกเขามีรหัสลับที่นัทไม่มีวันเข้าใจ

มิตรภาพที่แข็งแกร่งตลอดสามปีที่ผ่านมาดูเหมือนจะมีรอยร้าวที่มองไม่เห็น มันไม่ใช่รอยร้าวที่เกิดจากความโกรธเกลียด แต่เป็นรอยร้าวที่เกิดจากความลับที่ถูกเก็บงำ ความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะพูดออกมา นัทรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนนอกที่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างเส้นทางที่สองคนกำลังก้าวเดินไปข้างหน้า

ความทรงจำจาก "สมุดเฟรนด์ชิป" แวบเข้ามาในหัว สมุดเล่มนั้นที่พวกเขาเคยเขียนความฝัน ความหวัง และคำสัญญาว่าจะไม่ทิ้งกัน แต่วันนี้... คำสัญญานั้นยังคงอยู่จริงหรือเปล่า?

“แล้ว... ตกลงกันได้หรือยังว่าจะไปที่ไหน” นัทถามเสียงแผ่ว พยายามทำใจให้เป็นกลางที่สุด แต่เสียงของเขาก็สั่นเล็กน้อยจนตัวเองก็ยังรู้สึกได้

น้ำหวานเงยหน้าขึ้นมาสบตานัท แววตาของเธอมีความลังเลและเศร้าหมองจางๆ “ก็... ยังไม่แน่ใจเลยนัท หวานก็ยังคิดๆ อยู่”

“แต่ฉันคิดว่าดีแล้วนะหวาน” ปั้นเสริมขึ้นมาทันที ราวกับต้องการเร่งรัดให้เรื่องนี้จบลง “ถึงจะยากหน่อย แต่ฉันว่าเธอทำได้แน่นอน”

นัทมองไปที่ปั้นและน้ำหวานสลับกัน เขารู้สึกเหมือนมีกำแพงบางๆ กั้นอยู่ระหว่างเขากับเพื่อนทั้งสอง กำแพงที่สร้างขึ้นจากความลับที่พวกเขาแชร์กัน และนัทไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป น้ำเสียงที่ปั้นใช้กับน้ำหวานนั้นอ่อนโยนและให้กำลังใจอย่างประหลาด มันไม่ใช่แค่คำพูดของเพื่อนที่ห่วงใย แต่มันมีความรู้สึกที่ลึกซึ้งกว่านั้นซ่อนอยู่

“ทำอะไรได้เหรอวะ” นัทถามตรงๆ เขาไม่ต้องการเล่นเกมอีกต่อไปแล้ว เขาอยากรู้ความจริง ไม่ว่าจะเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม “เรื่องอะไรที่พวกมึงคุยกันอยู่”

บรรยากาศรอบข้างที่เคยอบอวลไปด้วยเสียงเพลงอำลาและเสียงหัวเราะของผู้คน บัดนี้ดูเหมือนจะเงียบงันลงไปถนัดตาสำหรับนัท เขาได้ยินเพียงเสียงหัวใจตัวเองเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง และเสียงลมหายใจของเพื่อนทั้งสองที่ยืนอยู่ตรงหน้า

ปั้นมองหน้านัทด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหนักใจ เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะไหล่น้ำหวานเบาๆ ราวกับจะให้กำลังใจหรือขออนุญาตอะไรบางอย่าง

“คืออย่างนี้นัท...” ปั้นเริ่มพูด เสียงของเขาจริงจังขึ้นกว่าเดิมมาก “น้ำหวานกำลังตัดสินใจเรื่องเรียนต่อที่ต่างประเทศน่ะ”

คำพูดนั้นกระแทกเข้ากลางอกนัทอย่างจัง ราวกับถูกหมัดตรง เขาชาไปทั้งตัว โลกทั้งใบที่เคยมีน้ำหวานเป็นศูนย์กลางดูเหมือนจะหมุนคว้างอย่างบ้าคลั่ง เขาไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน ไม่เคยมีใครบอกเขา ไม่เคยมีใครปรึกษาเขาเลยแม้แต่น้อย

ต่างประเทศ... มันไกลเกินกว่าที่เขาจะเอื้อมถึง มันไกลเกินกว่าที่มิตรภาพจะประคองไปได้ และมันไกลเกินกว่าที่ความรักในใจเขาจะไปถึง

น้ำหวานมองนัทด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด เธอหลบสายตาของนัทเมื่อเขาจ้องมองเธอด้วยความไม่เข้าใจและเจ็บปวด

“หวาน... ทำไมไม่เคยบอกนัทเลย” เสียงของนัทแหบพร่า เขาแทบจะพูดไม่ออก ความรู้สึกผิดหวังถาโถมเข้ามาจนจุกในลำคอ

“หวานขอโทษนะนัท...” น้ำหวานพูดเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน “หวานไม่รู้ว่าจะเริ่มบอกยังไงดี... มันกะทันหันด้วย แล้วก็ยังไม่แน่ใจว่าจะได้ไปจริงๆ หรือเปล่า”

“กะทันหันเหรอ?!” นัทแทบจะตะคอกออกไป แต่เขาก็พยายามควบคุมเสียงตัวเองไว้ “แล้วทำไมปั้นถึงรู้เรื่องนี้ก่อนฉันวะ? ทำไมปั้นถึงได้มาคุยกับหวานในเรื่องที่สำคัญขนาดนี้?”

คำถามนั้นทำให้บรรยากาศยิ่งตึงเครียดขึ้น ปั้นถอนหายใจอีกครั้ง เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้เล็กน้อย ราวกับจะยืนขวางระหว่างนัทกับน้ำหวาน

“ฉันแค่อยากให้น้ำหวานมีทางเลือกที่ดีที่สุดนะนัท” ปั้นพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว “เรื่องเรียนต่อต่างประเทศน่ะ มันเป็นโอกาสดีมากๆ สำหรับหวาน”

“โอกาสดีที่สุดเหรอ? แล้วเพื่อนล่ะ? มิตรภาพของเราล่ะ?” นัทไม่สามารถเก็บความรู้สึกเจ็บปวดไว้ได้อีกต่อไป เขาจ้องมองน้ำหวานด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดคั้น “หวานคิดถึงเรื่องพวกนี้บ้างไหม? ว่าถ้าหวานไปแล้ว... เราจะเป็นยังไงกัน”

น้ำหวานหลบตาเธอ น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ “หวานคิดนะนัท หวานคิดมาตลอด หวานถึงได้ไม่กล้าบอก... หวานไม่อยากให้ใครต้องลำบากใจเพราะหวาน”

“ลำบากใจ? หรือกลัวว่าจะต้องผูกมัดตัวเองด้วยคำสัญญาเดิมๆ?” นัทพูดประชดประชันออกมาโดยไม่ตั้งใจ เขารู้สึกแย่ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดออกจากปาก แต่ก็ไม่สามารถดึงกลับมาได้แล้ว

ปั้นขยับตัวเล็กน้อย ราวกับจะก้าวเข้ามาขัดจังหวะ แต่เขาก็เลือกที่จะเงียบ ปล่อยให้นัทและน้ำหวานได้เผชิญหน้ากันเอง

“นัท! ทำไมถึงพูดแบบนั้น” น้ำหวานเงยหน้าขึ้นมามองนัท แววตาของเธอเต็มไปด้วยความเสียใจและเจ็บปวด “หวานไม่เคยคิดจะทิ้งเพื่อนนะ!”

“แล้วทำไมไม่บอกฉัน! ทำไมถึงให้ปั้นรู้ก่อน!” นัทตอกกลับไปอย่างไม่ลดละ ความเจ็บปวดทำให้เขาลืมความยั้งคิดไปชั่วขณะ

น้ำหวานจ้องหน้านัท ดวงตาของเธอแดงก่ำ เธอไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที แต่กลับมองไปที่ปั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองนัทด้วยสายตาที่แน่วแน่ขึ้น

“เพราะหวาน... หวานขอให้ปั้นช่วย” น้ำหวานพูดเสียงแผ่ว แต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ “ปั้นเขาช่วยหวานเรื่องเอกสาร เรื่องการหาข้อมูล และหลายๆ อย่างที่หวานไม่รู้จะปรึกษาใคร”

ประโยคนั้นเหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ขาดสะบั้นลง หัวใจของนัทแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ เขาไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกยังไง มันไม่ใช่แค่เรื่องที่น้ำหวานจะไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่เป็นเรื่องที่เธอเลือกที่จะไปปรึกษาปั้น ไม่ใช่เขา คนที่แอบรักเธอมาตลอดสามปี คนที่อยู่ข้างเธอเสมอ

ความอิจฉา ความเจ็บปวด ความรู้สึกถูกทอดทิ้งถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง เขานึกถึงภาพเก่าๆ ที่พวกเขาสามคนเคยวิ่งเล่นด้วยกันในโรงเรียนนี้ นึกถึงตอนที่น้ำหวานยิ้มให้เขา นึกถึงทุกบทในสมุดเฟรนด์ชิปที่พวกเขาเขียนความฝันร่วมกัน

แล้ววันนี้... ทำไมเขาถึงกลายเป็นคนนอก?

“งั้น... หวานก็คงตัดสินใจแล้วสินะ ว่าจะไป” นัทพูดเสียงเย็นชา ดวงตาของเขาว่างเปล่า แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความหวังบัดนี้มืดมิดลง

น้ำหวานเงียบไป เธอหลุบตาลงอีกครั้ง ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ “หวาน... คิดว่านี่คือโอกาสที่ดีที่สุดสำหรับหวานจริงๆ นัท”

คำว่า 'โอกาสที่ดีที่สุด' สะท้อนอยู่ในหัวของนัทซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า ห้องเรียน 6/1 ที่เคยเป็นโลกทั้งใบของพวกเขา กำลังจะกลายเป็นซากปรักหักพังในใจของนัทในไม่กี่วินาทีข้างหน้า

“แล้ว... ปั้นล่ะ” นัทหันไปถามปั้น ดวงตาของเขามีประกายบางอย่างที่ปั้นเองก็อ่านไม่ออก “ปั้นก็คงดีใจสินะ ที่หวานได้ไปในที่ที่ดีที่สุดอย่างที่ปั้นบอก”

ปั้นมองหน้านัทด้วยสีหน้าลำบากใจ เขากำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้ว...

จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ของน้ำหวานก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะ มันเป็นเสียงเรียกเข้าที่คุ้นเคย ซึ่งเป็นเพลงที่นัทเองก็เคยตั้งเป็นเสียงเรียกเข้าให้เธอในวันเกิดเมื่อปีที่แล้ว น้ำหวานหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้เธอเบิกตากว้างเล็กน้อย

“คุณพ่อโทรมา...” เธอพูดเสียงแผ่วๆ ก่อนจะกดรับสาย

นัทและปั้นยืนนิ่งมองน้ำหวานที่กำลังพูดคุยโทรศัพท์ เธอมีสีหน้ากังวลมากขึ้นเรื่อยๆ แววตาของเธอมองออกไปไกล ราวกับกำลังมองเห็นอนาคตที่ไม่แน่นอนอยู่ตรงหน้า พวกเขาทั้งสองคนได้ยินเพียงเสียงน้ำหวานพูดโต้ตอบเบาๆ

“ค่ะคุณพ่อ... ค่ะ... อ๋อ... ใช่ค่ะ”

คำพูดเพียงไม่กี่คำนั้นทำให้นัทรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว เขารู้สึกถึงบางสิ่งที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างถาวร บางสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมของเขา

น้ำหวานวางสาย สีหน้าของเธอซีดเผือดลงกว่าเดิม มือที่ถือโทรศัพท์สั่นเล็กน้อย เธอยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองนัทและปั้นสลับกัน ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความสับสนและความหวาดหวั่น

“มีอะไรเหรอหวาน” ปั้นถามด้วยความเป็นห่วง

น้ำหวานอ้าปากจะพูด แต่คำพูดนั้นกลับติดอยู่ที่ลำคอ เธอหอบหายใจเบาๆ ราวกับเพิ่งวิ่งมาราธอนมา เธอมองนัทด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา เป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความเสียใจ และความรู้สึกผิดอย่างท่วมท้น

“นัท... ปั้น...” น้ำหวานพูดเสียงสั่นเครือ “คุณพ่อบอกว่า... พ่อกับแม่ตัดสินใจแล้ว...”

นัทรู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้น เขาแทบจะกลั้นหายใจรอฟังประโยคต่อไป เขารู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขาไปตลอดกาล ลางสังหรณ์ที่บอกว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้ยังไม่จบลงแค่น้ำหวานไปเรียนต่างประเทศ แต่มันมีบางอย่างที่สำคัญกว่านั้น และอาจจะเจ็บปวดกว่านั้นซ่อนอยู่

น้ำหวานกัดริมฝีปากแน่น เธอกำลังพยายามรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้ายออกมาด้วยเสียงที่แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน

“พ่อกับแม่... จะหย่ากัน”

หน้านิยาย
หน้านิยาย
สมุดเฟรนด์ชิปบทสุดท้าย

สมุดเฟรนด์ชิปบทสุดท้าย

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!