ในขณะที่ “เมกาคอร์ป” กำลังพยายามฟื้นฟูสถานการณ์ทางการเงิน และเริ่มโครงการใหม่ๆ เพื่อสร้างรายได้ ลลิตาก็ทำงานอย่างหนักเพื่อผลักดันโครงการอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นรูปเป็นร่างมากที่สุด พัชรพลเองก็ให้การสนับสนุนเธออย่างเต็มที่ ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองเริ่มแน่นแฟ้นขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาเริ่มไว้วางใจและพึ่งพาอาศัยกันในหลายๆ เรื่อง
แต่แล้ว... ความราบรื่นที่กำลังก่อตัวขึ้น ก็ต้องถูกท้าทาย เมื่อมี “คู่แข่ง” รายใหม่ปรากฏตัวขึ้น
เช้าวันหนึ่ง ขณะที่ลลิตากำลังนั่งตรวจเอกสารอยู่ในห้องทำงานของเธอ ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดออกอย่างรวดเร็ว โดยปราศจากการเคาะ
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ ท่านประธาน” ลลิตาเงยหน้าขึ้นทักทายตามปกติ แต่เมื่อเห็นว่าใครคือคนที่เข้ามา เธอก็แทบจะอ้าปากค้าง
“สวัสดีค่ะคุณลลิตา” เสียงหวานใสแต่แฝงไปด้วยความมั่นใจดังขึ้น หญิงสาวคนหนึ่งในชุดสูทสีเทาเข้ม ใบหน้าสวยเฉียบ ดวงตาเป็นประกายท้าทาย ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ
“คุณ...” ลลิตาเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก
“ฉันชื่อ ‘อัญชัน’ ค่ะ เป็นที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์จากบริษัท ‘วิชั่นเน็กซ์’ ค่ะ” หญิงสาวคนนั้นแนะนำตัว พร้อมกับยื่นนามบัตรให้ “ท่านประธานได้เรียกให้ฉันมาช่วยดูเรื่องการปรับโครงสร้างองค์กรค่ะ”
ลลิตารับนามบัตรมาดูด้วยความสับสน เธอไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน
“ท่านประธานพัชรพล... ท่านเรียกคุณมา...” ลลิตาถามด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจ
“ใช่ค่ะ ฉันเพิ่งเดินทางมาจากต่างประเทศเมื่อคืนนี้ และท่านประธานนัดให้ฉันเข้ามาพบตั้งแต่เช้าเลยค่ะ” อัญชันยิ้มบางๆ “ฉันได้ยินมาว่า คุณลลิตาเป็นคนเสนอแนวคิดโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่น่าสนใจมาก ดิฉันเองก็สนใจจะศึกษาข้อมูลส่วนนั้นด้วยเหมือนกันค่ะ”
น้ำเสียงของอัญชันนั้นฟังดูเป็นมิตร แต่แววตาของเธอกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและท้าทาย ราวกับว่ากำลังจะเข้ามาแย่งชิงบางสิ่งบางอย่างไป
ลลิตารู้สึกได้ถึงคลื่นบางอย่างที่ปะทะเข้ามา เธอไม่รู้ว่าอัญชันมีบทบาทอะไรในบริษัทกันแน่ แต่การที่ผู้หญิงคนนี้เข้ามาในเวลาที่เธอและพัชรพลกำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกันเช่นนี้ มันทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก
“ค่ะ... ดิฉันยินดีค่ะ” ลลิตาตอบพยายามเก็บอาการ “ถ้าคุณอัญชันมีอะไรสงสัยเกี่ยวกับโครงการ สามารถสอบถามดิฉันได้เสมอค่ะ”
“ขอบคุณค่ะ” อัญชันตอบ “จริงๆ แล้ว ฉันก็มีข้อเสนอแนะบางอย่างเกี่ยวกับทิศทางการดำเนินงานของบริษัท ซึ่งอาจจะแตกต่างจากแนวทางปัจจุบันอยู่บ้าง”
คำพูดนั้นทำให้ลลิตารู้สึกเหมือนโดนตอกย้ำ เธอสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามที่กำลังจะมาถึง
ตลอดทั้งวัน อัญชันปรากฏตัวอยู่ทั่วบริษัท เธอพูดคุยกับผู้บริหารหลายคน และดูเหมือนว่าทุกคนจะให้ความสนใจกับแนวคิดของเธอเป็นอย่างมาก พัชรพลเองก็ดูเหมือนจะให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของอัญชันไม่น้อย
เมื่อถึงช่วงบ่าย พัชรพลเรียกประชุมคณะทำงานเฉพาะกิจของโครงการอสังหาริมทรัพย์อีกครั้ง แต่ครั้งนี้... อัญชันก็เข้ามานั่งร่วมประชุมด้วย
“ผมได้ปรึกษาคุณอัญชันเกี่ยวกับสถานการณ์ของบริษัทแล้ว” พัชรพลกล่าว “คุณอัญชันมีมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างองค์กร ซึ่งอาจจะช่วยให้เราลดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าเดิม”
ลลิตามองไปที่อัญชันด้วยความประหลาดใจ เธอไม่เคยคิดว่าอัญชันจะเข้ามามีบทบาทมากขนาดนี้
“จากข้อมูลที่ฉันได้ศึกษามา” อัญชันเริ่มพูด “ฉันมองว่าโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่คุณลลิตาเสนอนั้น แม้จะน่าสนใจ แต่ก็มีความเสี่ยงค่อนข้างสูง และอาจต้องใช้เวลาในการคืนทุนนานเกินไป”
คำพูดนั้นทำให้ลลิตาหน้าเสียเล็กน้อย เธอพยายามสงบสติอารมณ์
“ดิฉันได้ทำการศึกษาความเป็นไปได้มาอย่างถี่ถ้วนแล้วค่ะคุณอัญชัน” ลลิตาตอบอย่างนุ่มนวล แต่แฝงความมั่นใจ “และดิฉันเชื่อว่ามันสามารถสร้างผลกำไรที่ดีให้กับบริษัทได้ในระยะยาว”
“ในระยะยาว... เราอาจจะรอไม่ไหวก็ได้ค่ะคุณลลิตา” อัญชันกล่าว “บางทีเราควรจะพิจารณาทางเลือกอื่นที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้รวดเร็วกว่านี้”
“ทางเลือกอื่นของคุณอัญชันคืออะไรคะ” พัชรพลถาม
“คือการขายสินทรัพย์บางส่วนที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในปัจจุบันค่ะ” อัญชันตอบ “เช่น ที่ดินเปล่าบางแปลงที่เรามีอยู่ ซึ่งสามารถนำไปขายต่อให้กับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายอื่นได้ทันที และเงินทุนที่ได้มา ก็สามารถนำมาเสริมสภาพคล่องให้กับบริษัทได้อย่างรวดเร็ว”
คำพูดนั้นทำเอาลลิตาแทบจะยืนไม่อยู่ นี่มันคือการย้อนกลับไปสู่แนวคิดเดิมที่พวกเขาพยายามจะหลีกเลี่ยง!
“แต่... ที่ดินเหล่านั้นเป็นโอกาสของเราในอนาคตนะคะ” ลลิตาพยายามทักท้วง “หากเราขายไปตอนนี้ เราจะเสียโอกาสในการสร้างรายได้ระยะยาวค่ะ”
“โอกาสในระยะยาว... อาจจะมาไม่ถึง หากเราไม่มีเงินทุนเพียงพอในปัจจุบันค่ะ” อัญชันตอบอย่างเฉียบขาด “สถานการณ์ของบริษัทตอนนี้ ต้องการทางออกที่รวดเร็วและมั่นคงที่สุด”
พัชรพลนั่งฟังอย่างเงียบๆ เขาดูเหมือนจะกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างข้อเสนอของทั้งสองฝ่าย
ลลิตารู้สึกได้ถึงความไม่สบายใจอย่างรุนแรง เธอรู้สึกว่าอัญชันกำลังพยายามจะทำลายสิ่งที่เธอทุ่มเทมาตลอด
“ท่านประธานคะ” ลลิตาหันไปมองพัชรพล “ดิฉันเข้าใจว่าสถานการณ์ของบริษัทตอนนี้ ต้องการการตัดสินใจที่รอบคอบ แต่ดิฉันเชื่อมั่นในโครงการนี้ และดิฉันก็เชื่อว่าเราสามารถทำได้ค่ะ”
พัชรพลมองลลิตา นัยน์ตาของเขามีแววครุ่นคิด “ผมเข้าใจความตั้งใจของคุณลลิตา” เขากล่าว “แต่ผมก็ต้องพิจารณาถึงข้อเสนอของคุณอัญชันด้วยเช่นกัน เพราะมันอาจเป็นทางออกที่รวดเร็วสำหรับบริษัทในขณะนี้”
คำตอบของพัชรพล ทำให้ลลิตาใจแป้ว เธอรู้สึกเหมือนโดนหักหลังเล็กน้อย
“ผมจะขอเวลาพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้ง” พัชรพลกล่าว “และผมจะตัดสินใจในเร็วๆ นี้”
เมื่อการประชุมสิ้นสุดลง ลลิตารีบเดินออกจากห้องประชุมไปอย่างรวดเร็ว เธอไม่สามารถเผชิญหน้ากับพัชรพล หรืออัญชันได้ในขณะนั้น
ขณะที่เธอกำลังเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานของเธอ อัญชันก็เดินเข้ามาหาเธออีกครั้ง
“คุณลลิตาคะ” อัญชันเรียกเธอ “ฉันเข้าใจว่าคุณอาจจะรู้สึกไม่พอใจ”
“ดิฉันไม่ได้รู้สึกไม่พอใจค่ะ” ลลิตาตอบอย่างเย็นชา “ดิฉันแค่รู้สึกเสียใจที่เห็นโอกาสในการเติบโตของบริษัทถูกมองข้ามไป”
“บางที... โอกาสที่แท้จริง อาจจะอยู่ที่การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันมากกว่าค่ะ” อัญชันกล่าว “ฉันเชื่อว่าท่านประธานพัชรพล จะเลือกทางที่ดีที่สุดสำหรับบริษัท”
ลลิตามองอัญชันอย่างพิจารณา เธอเห็นความทะเยอทะยานในดวงตาของอัญชัน และเธอไม่แน่ใจว่าอัญชันจะเข้ามาเพื่อช่วยเหลือบริษัทจริงๆ หรือไม่
“ดิฉันหวังว่าจะเป็นเช่นนั้นค่ะ” ลลิตากล่าว “เพราะดิฉันเชื่อว่า... การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน สำคัญกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าค่ะ”
ลลิตาเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานของเธอ เธอรู้สึกหนักใจและสับสน พัชรพลกำลังเผชิญกับการตัดสินใจครั้งสำคัญ และเธอไม่แน่ใจว่าเขาจะเลือกทางไหน
คู่แข่งที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างไม่คาดฝันนี้... ได้เข้ามาสร้างความปั่นป่วนให้กับทั้งสถานการณ์ของบริษัท และความรู้สึกของเธออย่างไม่คาดคิด
เธอไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ที่กำลังก่อตัวขึ้นระหว่างเธอกับพัชรพล จะต้องเผชิญกับอุปสรรคครั้งใหญ่เพียงใด.

CEO หัวใจอ่อน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก