สายลมเย็นยะเยือกพัดพาเอากลิ่นอายของความเก่าแก่และลึกลับมาแตะจมูก “ธีร์” ยืนนิ่งอยู่กลางห้องสมุดโบราณ แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่ เผยให้เห็นฝุ่นละอองที่เต้นระบำอยู่ในอากาศ กลิ่นอับของกระดาษเก่าและหนังฟอกตัวหนาอบอวลไปทั่ว บรรยากาศภายในห้องราวกับถูกแช่แข็งไว้ในกาลเวลา
ธีร์กวาดสายตามองไปรอบๆ ชั้นหนังสือสูงเสียดเพดานเต็มไปด้วยตำราที่ดูเหมือนจะกระซิบเล่าเรื่องราวจากยุคสมัยที่สาบสูญ เขามาที่นี่ตามคำบอกเล่าของ “อาจารย์อุดม” ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ลึกลับ ท่านเคยกล่าวถึงห้องสมุดแห่งนี้ว่าเป็นสถานที่ที่เก็บงำความลับเกี่ยวกับประตูมิติโบราณ ซึ่งเป็นที่มาของปรากฏการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านของเขา
“ประตูมิติ… มันจะมีอยู่จริงหรือ?” ธีร์พึมพำกับตัวเอง พลางลากนิ้วไปตามสันหนังสือที่ปกคลุมไปด้วยฝุ่น เขาไม่ได้เชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติมากนัก แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ “ภาม” เพื่อนสนิทของเขา มันเกินกว่าจะอธิบายด้วยเหตุผลปกติ
ภามหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ท่ามกลางพายุฝนฟ้าคะนองที่ผิดธรรมชาติ ธีร์จำได้ว่าคืนนั้นเขากำลังมีปากเสียงกับภามอย่างรุนแรงเกี่ยวกับเรื่องราวของ “อัญมณีแห่งกาลเวลา” สิ่งประดิษฐ์โบราณที่เล่าลือกันว่ามีพลังในการควบคุมมิติเวลา ซึ่งภามหลงใหลและพยายามค้นหามานาน
“ถ้าภามกำลังตามหาอัญมณีชิ้นนั้นจริงๆ… เขาอาจจะไปถึงที่นี่” ความหวังเล็กๆ เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของธีร์
เขาเดินลึกเข้าไปในห้องสมุด ค้นหาตำราเล่มใดเล่มหนึ่งที่อาจให้เบาะแส เขาไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน ทุกอย่างดูเหมือนกันไปหมด จนกระทั่งสายตาของเขาสะดุดเข้ากับแท่นบูชาหินเก่าแก่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง แท่นบูชานั้นมีลักษณะแปลกประหลาด สลักลวดลายโบราณที่ดูเหมือนดวงดาวและเส้นทางที่คดเคี้ยว
บนแท่นบูชามีหนังสือเล่มหนึ่งวางอยู่ มันเป็นตำราปกหนังสีดำที่ดูเก่าแก่กว่าเล่มอื่นใดในห้องสมุด ธีร์ค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมา เมื่อสัมผัสถูกปกหนังสือ ความรู้สึกเย็นยะเยือกก็แล่นไปทั่วร่าง
“บันทึกแห่งดารา” ธีร์อ่านชื่อหนังสือที่เขียนด้วยอักษรโบราณบนหน้าปก เขาเปิดหนังสือออกอย่างระมัดระวัง หน้ากระดาษเหลืองกรอบเต็มไปด้วยลายมือที่อ่านยาก แต่เมื่อเพ่งมองให้ดี ธีร์ก็พบว่ามันคือแผนที่ดวงดาวโบราณ และมีสัญลักษณ์บางอย่างที่ดูคล้ายกับลวดลายบนแท่นบูชา
ขณะที่ธีร์กำลังพยายามทำความเข้าใจแผนที่นั้น ทันใดนั้น แสงสีฟ้าสว่างวาบก็สาดส่องออกมาจากแท่นบูชา ทำให้ห้องสมุดทั้งห้องเต็มไปด้วยแสงสว่างอันน่าอัศจรรย์ ธีร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ลวดลายบนแท่นบูชาเริ่มส่องประกายเรืองรอง พร้อมกับเสียงฮัมที่ดังขึ้นเรื่อยๆ
“นี่มัน…” ธีร์รู้สึกถึงแรงดึงดูดมหาศาลที่กำลังกระชากเขาเข้าไปหาแท่นบูชา เขาพยายามยึดตัวเองไว้กับพื้น แต่ก็ไม่เป็นผล แรงนั้นแข็งแกร่งเกินกว่าที่เขาจะต้านทานได้
แสงสีฟ้าสว่างเจิดจ้าจนธีร์ต้องหลับตาปี๋ เขารู้สึกเหมือนร่างกายกำลังถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ ความรู้สึกเหมือนถูกเหวี่ยงเข้าไปในความว่างเปล่าอันไร้ที่สิ้นสุด
เมื่อความรู้สึกปั่นป่วนเริ่มจางลง ธีร์ค่อยๆ ลืมตาขึ้น ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้เขาแทบหยุดหายใจ
เขาไม่ได้อยู่ในห้องสมุดอีกต่อไปแล้ว เบื้องหน้าของเขาคือทิวทัศน์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ท้องฟ้าเป็นสีม่วงอ่อน มีดวงดาวระยิบระยับเต็มไปหมด แม้จะเป็นเวลากลางวัน ต้นไม้รอบตัวมีสีสันแปลกตา ใบไม้เป็นสีเงินยวงและสีทองอร่าม ดอกไม้ที่ไม่เคยพบเห็นบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมหวานที่แปลกใหม่
“นี่ฉัน… มาอยู่ที่ไหนกัน?” ธีร์ถามตัวเองเสียงสั่นเครือ เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาดู แต่ไม่มีสัญญาณใดๆ แม้แต่หน้าจอก็ยังดูผิดเพี้ยนไปจากเดิม
เขายังคงสวมเสื้อผ้าชุดเดิมที่ใส่มาห้องสมุด แต่รู้สึกได้ว่าอุณหภูมิรอบข้างเย็นสบายผิดปกติ อากาศที่หายใจเข้าไปก็มีความสดชื่นราวกับถูกรีเฟรช
ธีร์ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง เขารู้สึกเหมือนกำลังก้าวเข้าไปในความฝัน แต่ทุกสิ่งรอบตัวดูสมจริงจนน่าขนลุก
“ภาม… นายอยู่ที่ไหน?” เขาเรียกชื่อเพื่อนสนิทของเขา ดังก้องไปในความเงียบของโลกใบใหม่นี้
เขาเดินไปตามทางที่ปูด้วยหินสีเขียวมรกต ซึ่งดูเหมือนจะนำไปสู่สิ่งก่อสร้างที่อยู่ไกลออกไป เป็นอาคารที่มีรูปทรงแปลกตา ผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมโบราณและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ธีร์ไม่เคยเห็นสิ่งก่อสร้างแบบนี้มาก่อนในชีวิต
ขณะที่เขากำลังเดินไปใกล้ๆ สิ่งก่อสร้างนั้น เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง ธีร์รีบหันกลับไปมอง
เขาเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังเดินตรงมาหาเขา ชายหนุ่มคนนั้นมีรูปร่างสูงโปร่ง ผมสีดำยาวสลวย ใบหน้าคมคาย ดวงตาสีฟ้าเข้มดุจท้องทะเลลึก สวมอาภรณ์สีเข้มที่ดูสง่างามราวกับชุดของกษัตริย์
ธีร์ยืนนิ่งราวกับถูกสาป ร่างกายของเขาแข็งทื่อ ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้า ชายหนุ่มคนนั้นมีใบหน้าที่คุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับเคยเห็นที่ไหนมาก่อน…
“เจ้า… มาจากที่ใด?” เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มดังขึ้น เป็นภาษาไทยที่ชัดเจน แต่ฟังดูเย็นชาและสงสัย
ธีร์ถึงกับผงะ เขายังไม่ทันได้ตอบคำถามใดๆ จู่ๆ ความรู้สึกอ่อนแรงก็เข้าครอบงำ ทำให้เขาทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้น
“ข้า… ข้าไม่รู้…” ธีร์ตอบเสียงแผ่วเบา
ชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้ขึ้น เขาชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพของธีร์ก่อนจะทรุดตัวลง เขาชะโงกหน้าเข้ามามองธีร์ใกล้ๆ ดวงตาสีฟ้าของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“เจ้าบาดเจ็บหรือไม่?” ชายหนุ่มถาม พลางเอื้อมมือมาสัมผัสข้อมือของธีร์
เมื่อปลายนิ้วของชายหนุ่มสัมผัสกับผิวของธีร์ ธีร์ก็รู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นผ่านร่างกาย เขาเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มอีกครั้ง และในวินาทีนั้นเอง ความทรงจำบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขา
ดวงตาคู่นั้น… รอยยิ้มที่มุมปาก…
“ภาม?” ธีร์เอ่ยชื่อเพื่อนสนิทของเขาออกมาอย่างแผ่วเบา
ชายหนุ่มผู้มาใหม่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขาผงะถอยหลังไปเล็กน้อย ใบหน้าของเขาแสดงออกถึงความสับสนและความไม่เชื่อ
“เจ้า… รู้จักข้าได้อย่างไร?” ชายหนุ่มถามเสียงแข็ง
“นาย… นายคือภามไม่ใช่หรือ?” ธีร์พยายามจะลุกขึ้นยืน แต่ร่างกายยังคงอ่อนแรง
ชายหนุ่มจ้องมองธีร์นิ่งนาน ราวกับกำลังประเมินสถานการณ์บางอย่าง ก่อนที่เขาจะถอนหายใจออกมาเบาๆ
“ข้า… ไม่ใช่ภาม” เขาตอบเสียงเนิบนาบ “ข้าคือ ‘ไค’ … เจ้าแห่งอาณาจักรมิติ”
คำพูดของชายหนุ่มทำให้ธีร์ยิ่งสับสน “อาณาจักรมิติ? เจ้าแห่ง… นี่มันอะไรกัน?”
“เจ้าหลงเข้ามาใน ‘เซเรนิตี้’ ดินแดนแห่งมิติที่ซ่อนเร้น… ดินแดนที่มนุษย์จากโลกของเจ้าไม่ควรจะมาถึง” ไคตอบ พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ตัวเขาอย่างระแวง
ธีร์พยายามประมวลผลคำพูดของไค เขาเข้าใจเพียงว่าเขาได้เดินทางข้ามมิติมายังโลกที่ไม่คุ้นเคย และชายหนุ่มตรงหน้าคือผู้ปกครองของที่นี่
“แล้ว… แล้วภามล่ะ? เพื่อนของข้า เขาหายตัวไป… เขามาอยู่ที่นี่หรือเปล่า?” ธีร์ถามอย่างร้อนรน
ไคเงียบไปชั่วครู่ สีหน้าของเขาเริ่มเคร่งขรึมขึ้น “ข้า… ไม่แน่ใจนัก แต่หากเป็นเรื่องเกี่ยวกับ ‘อัญมณีแห่งกาลเวลา’… ก็อาจเป็นไปได้”
“อัญมณีแห่งกาลเวลา?” ธีร์อุทาน “นายรู้จักมันด้วยหรือ?”
“เป็นตำนานเล่าขานที่เชื่อมโยงกับเหล่าผู้ปกครองมิติ… และเป็นสิ่งที่เราตามหามานาน” ไคตอบ ดวงตาของเขามีประกายบางอย่างที่ธีร์อ่านไม่ออก
“แล้ว… นายช่วยข้าได้ไหม? ข้าอยากกลับบ้าน” ธีร์อ้อนวอน
ไคมองธีร์ด้วยสายตาที่ยากจะหยั่งถึง “การเดินทางข้ามมิติไม่ใช่เรื่องง่าย… โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเจ้ามาถึงที่นี่โดยที่มิได้ตั้งใจ”
“แต่… ข้ามีวิธี” ไคพูดต่อ พลางยืดตัวขึ้นยืน “แต่ก่อนอื่น… เจ้าต้องบอกข้าให้ได้เสียก่อน ว่าเจ้ามาถึง ‘เซเรนิตี้’ ได้อย่างไร”
ธีร์พยายามรวบรวมสติ เขาเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตั้งแต่การค้นพบห้องสมุดโบราณ ไปจนถึงเหตุการณ์ประหลาดที่ทำให้เขามาอยู่ที่นี่
ไคตั้งใจฟังอย่างเงียบๆ ใบหน้าของเขาเรียบเฉย แต่ธีร์สัมผัสได้ถึงความสนใจที่ซ่อนอยู่
“ห้องสมุดโบราณ… แท่นบูชา… ตำรา ‘บันทึกแห่งดารา’…” ไคทวนคำ “นั่นเป็นเส้นทางที่ถูกลืมไปนาน… เป็นประตูสู่มิติที่สาบสูญ”
“หมายความว่า… ข้าผ่านประตูมิตินั้นมาจริงๆ หรือ?” ธีร์ถามอย่างไม่เชื่อ
“ถูกต้อง” ไคพยักหน้า “และเจ้าคือคนแรกในรอบหลายพันปี ที่สามารถเปิดเส้นทางนั้นได้”
คำพูดของไคทำให้ธีร์รู้สึกทั้งตื่นเต้นและหวาดหวั่น เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีความสามารถพิเศษเช่นนี้
“แล้ว… ภามล่ะ? เขาจะอยู่ที่ไหน?” ธีร์ถามอีกครั้ง
ไคเงียบไปอีกครั้ง ใบหน้าของเขาดูครุ่นคิด “หากภามของเจ้ากำลังตามหาอัญมณี… เขาอาจจะกำลังอยู่ในอันตราย”
“อันตราย? แบบไหน?” ธีร์ถามด้วยความเป็นห่วง
“เซเรนิตี้… ไม่ใช่ดินแดนที่สงบสุขเสมอไป… มีพลังงานบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่… และมีผู้ที่ปรารถนาจะครอบครองอำนาจของอัญมณี” ไคตอบ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความระมัดระวัง
ธีร์รู้สึกถึงความกังวลที่ถาโถมเข้ามา เขามาที่นี่เพื่อตามหาภาม แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าภามอาจจะกำลังตกอยู่ในอันตรายจริงๆ
“ข้าจะช่วยท่านตามหาภาม” ไคกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว “แต่มีเงื่อนไขบางประการที่เราต้องตกลงกัน”
“เงื่อนไขอะไร?” ธีร์ถาม
“เจ้าต้องอยู่ภายใต้การคุ้มครองของข้า… และต้องทำตามคำสั่งของข้าทุกประการ” ไคตอบ สายตาของเขาจ้องมองธีร์อย่างมีความหมาย “และ… เจ้าต้องไม่เปิดเผยความลับใดๆ เกี่ยวกับ ‘เซเรนิตี้’ ให้กับผู้ใดจากโลกของเจ้า”
ธีร์พิจารณาคำพูดของไค เขาไม่ค่อยสบายใจนักกับการต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของใครบางคน แต่เมื่อนึกถึงภาม เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น
“ตกลง” ธีร์ตอบ “ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อตามหาภาม”
ไคพยักหน้า เขายื่นมือออกไปข้างหน้า “เช่นนั้น… ข้าขอต้อนรับเจ้าสู่ ‘เซเรนิตี้’ อย่างเป็นทางการ… ธีร์”
ธีร์มองมือของไคด้วยความรู้สึกหลากหลายปะปนกัน เขาไม่รู้ว่าอนาคตของเขาจะเป็นอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้แน่ๆ คือ ชีวิตของเขาได้เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาลแล้ว

รักข้ามโลก
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก