“แต่งงานกันนะพราว” คำพูดนั้นยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของพราว ราวกับเพิ่งได้ยินเมื่อวานนี้ ทั้งที่ความจริงคือมันผ่านมานานหลายเดือนแล้ว ชีวิตคู่ที่เธอเคยฝันไว้ ภาพสามีภรรยาที่รักใคร่กลมเกลียว กลับกลายเป็นฝันร้ายที่คุกคามทุกค่ำคืน รวินท์… ชื่อนี้เคยเป็นทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับเธอ เป็นความหวัง เป็นอนาคต แต่ตอนนี้ มันกลับกลายเป็นคำสาปที่พันธนาการหัวใจเธอไว้แน่นหนา
เช้าวันนั้น พราวลงมาที่ห้องอาหารอย่างเกียจคร้าน ใบหน้าของเธอซีดเผือด ดวงตาคล้ำเหมือนคนอดนอน แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ กลับไม่ได้ช่วยขับไล่ความมืดหม่นในใจเธอได้เลยสักนิด บนโต๊ะอาหารที่ปูด้วยผ้าปูโต๊ะสีขาวสะอาดตา มีเพียงจานอาหารเช้าที่จัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ และชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มที่นั่งอยู่ตรงข้ามเธอ
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ” พราวเอ่ยเสียงแผ่วเบา พยายามฝืนยิ้มให้กับสามีของเธอ
รวินท์เงยหน้าขึ้นจากหนังสือพิมพ์ธุรกิจ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยอบอุ่น บัดนี้กลับเย็นชาและเฉยเมย ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองเธอเพียงแวบเดียว ก่อนจะกลับไปจดจ่อกับข่าวสารตรงหน้า “อืม” เขาตอบรับสั้นๆ น้ำเสียงแหบพร่าที่ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ
ไม่มีคำถามว่าคืนนี้เธอนอนหลับฝันดีไหม ไม่มีคำถามว่าวันนี้เธอจะไปไหน หรือมีแผนจะทำอะไร ทุกอย่างกลายเป็นความเงียบงันที่น่าอึดอัด มีเพียงเสียงช้อนส้อมกระทบจาน เสียงกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ถูกพลิก และเสียงลมหายใจของคนสองคนที่อยู่ร่วมชายคาเดียวกัน แต่กลับรู้สึกห่างไกลกันราวกับอยู่คนละโลก
พราวค่อยๆ ตักอาหารเข้าปาก ความรู้สึกผิดหวังถาโถมเข้ามาอีกครั้ง เธอจำได้ว่าก่อนหน้านี้ รวินท์เคยใส่ใจเธอมากแค่ไหน เขาจะถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ จะชวนเธอคุยเรื่องราวต่างๆ นานา แม้กระทั่งเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เขาก็ยังแสดงความใส่ใจ แต่ตอนนี้… ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว
“คุณรวินท์คะ” พราวเอ่ยขึ้น พยายามหาหัวข้อสนทนา “วันนี้คุณมีประชุมสำคัญหรือเปล่าคะ”
รวินท์วางหนังสือพิมพ์ลง มองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก “มี” เขาตอบสั้นๆ “แล้วทำไม”
“เปล่าค่ะ แค่ถาม” พราวตอบแก้เก้อ “เผื่อว่าจะได้ไม่รบกวน”
“ไม่เคยรบกวน” รวินท์พูดประโยคนี้ด้วยน้ำเสียงที่ทำให้พราวรู้สึกเหมือนถูกตอกย้ำ เขาไม่ได้พูดอย่างสุภาพ แต่เหมือนกำลังบอกให้เธอรู้ว่า สถานะของเธอในชีวิตเขาคืออะไร
ชีวิตแต่งงานของพราว คือการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับบุคคลที่เธอรักที่สุด แต่กลับรู้สึกเหมือนอยู่กับคนแปลกหน้า ราวกับว่าเธอได้แต่งงานกับเงาของรวินท์ในอดีต รวินท์ในวันนี้เย็นชา โหดเ***้ยม และไม่แยแส เขาปฏิบัติต่อเธอเหมือนกับเธอเป็นเพียงเครื่องประดับ เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดานชีวิตของเขา ที่เขาจะใช้เมื่อไหร่ หรือทิ้งขว้างเมื่อไหร่ ก็ได้
ทุกครั้งที่เธอพยายามจะเข้าหา เขาจะถอยห่างออกไปทุกที ทุกครั้งที่เธอพยายามจะพูดคุย เขาจะตอบกลับมาด้วยประโยคสั้นๆ ที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกผลักไส การสัมผัสของเขาที่เคยอบอุ่น บัดนี้กลับกลายเป็นความเย็นชาที่ทำให้เธอขนลุก เขาไม่เคยแตะต้องตัวเธอเลยตั้งแต่แต่งงานกัน ไม่มีความใกล้ชิด ไม่มีความผูกพัน ราวกับว่าร่างกายของเธอเป็นสิ่งต้องห้าม
คืนแล้วคืนเล่า พราวนอนมองแผ่นหลังของรวินท์ที่หันหลังให้เธออยู่บนเตียงนอนขนาดใหญ่ ทุกคืนเธอภาวนาให้เขากลับมาเป็นรวินท์คนเดิม แต่ทุกเช้า เธอก็ต้องพบกับความจริงอันโหดร้ายว่ามันไม่มีวันเกิดขึ้น เขาเปลี่ยนไปแล้ว หรือบางที… เขาอาจจะไม่ได้เปลี่ยนไป แต่เธอต่างหากที่มองไม่เห็นตัวตนที่แท้จริงของเขามาก่อน
“มื้อเช้าอร่อย” รวินท์พูดขึ้น ขณะที่เขากำลังจะลุกออกจากโต๊ะอาหาร
พราวพยักหน้า “ค่ะ” เธอตอบรับเบาๆ
“ฉันต้องไปแล้ว” เขาพูดต่อ โดยไม่มองหน้าเธอ “ดูแลตัวเองให้ดี”
คำพูดนั้นฟังดูเหมือนจะมีความห่วงใยอยู่บ้าง แต่พราวกลับรู้สึกได้ถึงความห่างเหินในน้ำเสียง เขาไม่ได้พูดด้วยความเป็นห่วง แต่เหมือนพูดตามหน้าที่ เหมือนกำลังบอกให้บริวารดูแลตัวเอง
เมื่อรวินท์เดินออกไปจากห้องอาหารแล้ว พราวก็ทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรง น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ก็ไหลรินออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอกำลังจมดิ่งลงสู่ความทุกข์ระทม ชีวิตแต่งงานที่เธอเฝ้ารอคอย กลับกลายเป็นนรกบนดินที่บีบคั้นหัวใจเธอจนแทบจะแหลกสลาย
เธอจำได้ว่าก่อนที่ทุกอย่างจะเลวร้ายลง รวินท์เคยบอกเธอว่า เขาจะทำให้เธอมีความสุขที่สุดในโลก เขาจะมอบทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอต้องการ แต่ตอนนี้… สิ่งที่เธอต้องการที่สุด คือความรัก ความเข้าใจ และความอบอุ่น แต่สิ่งเหล่านั้นกลับเป็นสิ่งที่เธอไม่มีวันได้รับจากเขา
บางครั้ง พราวก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ทั้งหมดนี้เป็นเพราะอะไร ทำไมรวินท์ถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้ หรือว่ามันมีบางอย่างที่เธอไม่รู้? บางที… ความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการแต่งงานครั้งนี้ อาจจะเป็นสิ่งที่กำลังกัดกินหัวใจของเธออยู่
“ฮึก… ฮึก…” เสียงสะอื้นของพราวดังขึ้นอย่างแผ่วเบา เธอเช็ดน้ำตาด้วยหลังมือ พยายามรวบรวมสติ
เธอจะต้องเข้มแข็งกว่านี้ เธอจะไม่ยอมให้ตัวเองจมดิ่งลงไปในวังวนแห่งความเศร้า เธอจะต้องหาคำตอบให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับรวินท์ และทำไมเขาถึงปฏิบัติต่อเธอเช่นนี้
เมื่อรวินท์เดินไปถึงรถยนต์หรูที่จอดรออยู่ พนักงานขับรถเปิดประตูให้ เขาก้าวขึ้นไปนั่งอย่างสง่าผ่าเผย บนใบหน้ายังคงมีร่องรอยของความเย็นชา
“คุณผู้หญิงเป็นยังไงบ้างครับ” พนักงานขับรถเอ่ยถาม
รวินท์มองออกไปนอกกระจกรถ สายตาจับจ้องไปยังคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เขากำลังจากมา “เหมือนเดิม” เขาตอบสั้นๆ
“คุณท่านยังไม่ยอมทานข้าวเช้าอีกเหรอครับ”
“ช่างเธอ” รวินท์พูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความรำคาญ “เธอจะทำอะไรก็เรื่องของเธอ ฉันไม่สนใจ”
คำพูดนั้นสะท้อนกลับไปยังพราวที่อยู่ในห้องอาหาร ราวกับว่าเธอได้ยินมันจริงๆ ความรู้สึกเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่าง เธอรู้สึกเหมือนถูกเหยียบย่ำ ถูกดูแคลน
รวินท์ไม่ได้มองพราวเป็นมนุษย์คนหนึ่งอีกต่อไป เขาเห็นเธอเป็นเพียงสิ่งกีดขวาง เป็นเพียงเบี้ยบนกระดานที่เขาจะต้องจัดการ
“มุ่งหน้าไปบริษัทได้เลย” รวินท์ออกคำสั่ง พนักงานขับรถรับคำ และรถยนต์คันหรูก็เคลื่อนตัวออกไป ทิ้งให้พราวอยู่เพียงลำพังกับความว่างเปล่า และความลับดำมืดที่กำลังปกคลุมชีวิตคู่ของเธอ
พราวเดินออกจากห้องอาหารไปยังห้องนั่งเล่น เธอมองเห็นรูปถ่ายใบหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะข้างโซฟา เป็นรูปของเธอกับรวินท์สมัยที่ยังเป็นนักศึกษา เป็นวันที่พวกเขากำลังหัวเราะอย่างมีความสุข
เธอยกมือขึ้นลูบใบหน้าของรวินท์ในรูปอย่างแผ่วเบา น้ำตาไหลอาบแก้มอีกครั้ง
“ทำไมคุณถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้คะรวินท์” เธอพึมพำกับตัวเอง “หรือว่า… ทั้งหมดนี้มันเป็นแค่การแสดง”
ความคิดนี้วนเวียนอยู่ในหัวของเธอ ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างกำลังกระตุ้นให้เธอต้องหาคำตอบ
บางที… รวินท์ที่กำลังทำร้ายเธออยู่ในตอนนี้ อาจจะไม่ใช่รวินท์คนเดียวกับที่เธอเคยรู้จัก
และบางที… เบื้องหลังความเย็นชาของเขา อาจจะมีบางสิ่งที่ดำมืดกว่านั้นซุกซ่อนอยู่
คืนนั้น พราวกลับมาที่ห้องนอน เธอเห็นรวินท์กำลังนั่งทำงานอยู่บนโซฟาในห้องทำงานที่อยู่ติดกับห้องนอน เขาดูเคร่งเครียด ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล
พราวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปหาเขา
“คุณรวินท์คะ” เธอเอ่ยเรียกเสียงเบา
รวินท์เงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยสายตาที่ฉายแววเหนื่อยล้า “มีอะไร”
“คืนนี้… ฉันนอนไม่หลับค่ะ” พราวพูดอย่างอายๆ “พอจะ… รบกวนคุณได้ไหมคะ”
รวินท์มองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก เขาประเมินเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาว
“ฉันมีงานต้องทำอีกมาก” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเหนื่อยหน่าย “เธอไปนอนเถอะ”
คำตอบนั้นเหมือนมีดที่กรีดลงบนหัวใจของพราวอีกครั้ง เธอรู้สึกเหมือนถูกปฏิเสธอย่างชัดเจน
“ค่ะ” พราวตอบรับเสียงเบา ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องทำงานไป
ขณะที่เธอเดินกลับไปยังห้องนอน พราวก็รู้สึกถึงสายตาของรวินท์ที่กำลังมองตามหลังเธอไป เธอไม่รู้ว่าในแววตาคู่นั้นมีความรู้สึกอะไรซ่อนอยู่
แต่สิ่งหนึ่งที่เธอรู้แน่ๆ คือ ชีวิตคู่ของเธอกำลังเดินทางไปสู่จุดที่มืดมนกว่าเดิม
และเธอ… กำลังจะถูกทอดทิ้งไว้กลางพายุแห่งความลับและความเจ็บปวด…

รุ่นพี่กลับมาแก้แค้น
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก