“แก้วใบนี้...แพงกว่าค่ารักษาพยาบาลของแม่เธอทั้งชีวิตเสียอีก” เสียงทุ้มแหบพร่าของธามดังขึ้นในความเงียบของห้องอาหารหรู ราวกับมีดที่กรีดลงบนความรู้สึกเปราะบางของแพร
แพรรู้สึกชาไปทั้งใบหน้า เธอเงยหน้าขึ้นมองธามอย่างไม่เข้าใจ ท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับของโคมระย้าคริสตัล เธอเห็นเพียงแผ่นหลังของชายหนุ่มผู้เป็นสามีโดยนิตินัย เขากำลังยืนพิงขอบโต๊ะ จ้องมองออกไปนอกหน้าต่างบานใหญ่ที่เผยให้เห็นวิวทิวทัศน์ของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืน ภาพสะท้อนของเขาบนกระจกดูราวกับรูปปั้นที่ไร้ชีวิตชีวา
“คุณหมายความว่ายังไงคะ” แพรเอ่ยถาม เสียงสั่นเล็กน้อย เธอพยายามบังคับตัวเองให้คงความสงบ แต่ความกดดันจากสายตาที่มองไม่เห็นของธามทำให้เธอรู้สึกอึดอัดจนแทบจะหายใจไม่ออก
ธามไม่ตอบ เขาเพียงแค่หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาคมกริบของเขาสะท้อนแสงไฟวูบวาบ แต่มันกลับดูว่างเปล่า ไร้ซึ่งความอบอุ่นใดๆ ราวกับมองผ่านเธอไป ราวกับเธอเป็นเพียงอากาศธาตุที่ไม่มีตัวตน
“ก็อย่างที่ได้ยินนั่นแหละ” เขาตอบเสียงเรียบ “แก้วใบนี้...เป็นของเก่า ของสะสม ราคาประเมินไม่ได้ มันมีค่ามากกว่าสิ่งของใดๆ ที่เธอเคยสัมผัสมาในชีวิต”
แพรรู้สึกเหมือนถูกตอกย้ำถึงสถานะของตัวเองอีกครั้ง เธอคือผู้หญิงที่ถูกขายให้กับมหาเศรษฐีเพื่อชดใช้หนี้สิน การแต่งงานครั้งนี้คือการต่อรองที่แสนโหดร้าย และเธอคือสินทรัพย์ที่ถูกจับจอง
“ฉัน...ฉันเข้าใจค่ะ” แพรพยายามกลั้นน้ำตา “แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำมันแตกนะคะ มัน...มันแค่พลัดหลุดมือไป”
“พลัดหลุดมือ?” ธามหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงที่ไร้ซึ่งความขบขัน “เธอรู้ไหมว่าแก้วใบนี้ถูกส่งต่อมาจากรุ่นสู่รุ่นในตระกูลของฉัน มันมีความหมายมากกว่าแค่ความสวยงาม มันคือประวัติศาสตร์ คือมรดก”
แววตาของเขาวูบไหวชั่วขณะ ราวกับมีความเจ็บปวดบางอย่างฉายผ่าน แต่แล้วมันก็หายไปอย่างรวดเร็ว ถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็ง
“แต่คุณก็บอกเองว่า ‘แพงกว่าค่ารักษาพยาบาลของแม่ฉัน’ ใช่ไหมคะ” แพรสวนกลับอย่างไม่ทันคิด เธอรู้สึกโกรธและน้อยใจในเวลาเดียวกัน ทำไมเขาถึงต้องย้ำเตือนเธอถึงสถานะอันต่ำต้อยของเธอเสมอ
ธามเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมของเขามองตรงมาที่แพร ราวกับจะจับผิดทุกการกระทำของเธอ
“ใช่” เขาตอบเสียงหนักแน่น “และนั่นก็เป็นเหตุผลว่าทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ พร้อมกับฉัน”
คำพูดนั้นเหมือนมีดที่แทงเข้ากลางใจแพร เธอรู้ดีว่ามันเป็นความจริง แต่การได้ยินจากปากของเขาเอง มันกลับเจ็บปวดยิ่งกว่า
ตลอดเวลาหลายเดือนที่ผ่านมาที่เธอต้องทนใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับธาม ชีวิตของเธอคือการถูกควบคุม ถูกจับตามอง และถูกปฏิบัติราวกับเป็นคนใช้ในคฤหาสน์หลังใหญ่แห่งนี้ ธามไม่เคยแตะต้องตัวเธอในเชิงชู้สาว แต่การมีอยู่ของเขา การมองของเขาที่เต็มไปด้วยความไม่แยแส มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกจองจำ
เขามักจะปรากฏตัวขึ้นในเวลาที่ไม่คาดคิด ราวกับคอยจับผิดทุกการเคลื่อนไหวของเธอ บางครั้งเธอก็รู้สึกราวกับมีเงาตามติดตลอดเวลา แต่เมื่อหันกลับไป ก็ไม่เคยมีใครอยู่ตรงนั้น
“ฉัน...ฉันจะหาเงินมาคืนให้คุณนะคะ” แพรพยายามพูดประโยคเดิมๆ ที่เคยพูดไปแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
“ไม่ต้อง” ธามตอบทันควัน “เธอไม่มีทางหาเงินได้มากพอหรอก”
“แต่...”
“ไม่มีแต่” ธามขัดขึ้น “ภาระหนี้สินของครอบครัวเธอ...มันไม่ใช่แค่เงิน มันคือสิ่งอื่นด้วย”
แพรรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล “สิ่งอื่น? หมายความว่ายังไงคะ”
ธามมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง คราวนี้ใบหน้าของเขาดูหม่นหมองลงอย่างเห็นได้ชัด แพรสังเกตเห็นรอยย่นที่มุมปากของเขา ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
“ความเงียบของเธอ...มันมีค่ามากกว่าคำพูด” เขาพึมพำเหมือนพูดกับตัวเอง
“คุณธามคะ” แพรเอ่ยเรียกอีกครั้ง พยายามรวบรวมความกล้า “คุณ...คุณกำลังจะบอกอะไรคะ”
ธามหันกลับมามองเธออีกครั้ง ดวงตาของเขาฉายแววบางอย่างที่แพรไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่ความเย็นชา ไม่ใช่ความเฉยเมย แต่มันคือความเศร้า...และความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนเร้นไว้อย่างลึกซึ้ง
“บางครั้ง” ธามพูดช้าๆ “การที่เราต้องทำอะไรบางอย่าง...ไม่ใช่เพราะเราอยากทำ แต่มันคือสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้”
แพรรู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ที่แล่นผ่านร่าง เธอไม่เข้าใจความหมายของคำพูดนั้น แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีที่แข็งกระด้างของเขา
“คุณ...คุณกำลังพูดถึงอะไรคะ” แพรถามอีกครั้งอย่างอ่อนแรง
ธามเดินเข้ามาใกล้เธอช้าๆ ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดน้อยลงจนแพรรู้สึกได้ถึงลมหายใจของเขา แพรตัวแข็งทื่อด้วยความไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร
“เธอยังเด็กเกินไปที่จะเข้าใจ” ธามพูดเสียงเบา “สิ่งที่เกิดขึ้น...มันซับซ้อนกว่าที่เธอคิด”
เขาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับจะอ่านทุกความรู้สึกที่ซ่อนอยู่
“แต่จำไว้...แพร” เขาเอ่ยชื่อของเธอเบาๆ “ไม่ใช่ทุกสิ่งที่เธอเห็น...จะเป็นความจริงเสมอไป”
ก่อนที่แพรจะทันได้เอ่ยถามอะไรออกไป ธามก็หมุนตัวเดินจากไป ทิ้งให้แพรยืนนิ่งอยู่กลางห้องอาหารที่เงียบสงัด แสงไฟจากโคมระย้าสาดส่องลงมา แต่กลับไม่สามารถขับไล่ความมืดมิดในใจของเธอได้
คำพูดสุดท้ายของธามยังคงก้องอยู่ในหูของเธอ “ไม่ใช่ทุกสิ่งที่เธอเห็น...จะเป็นความจริงเสมอไป”
อะไรคือความจริงที่เขาพูดถึง? อะไรคือสิ่งที่เขาปกปิด? และทำไมแววตาของเขาในตอนนั้น...มันถึงดูเศร้าสร้อยเหลือเกิน?
แพรรู้สึกราวกับกำลังยืนอยู่บนปากเหวของปริศนาที่ใหญ่เกินกว่าที่เธอจะคาดเดาได้ และเธอก็ไม่รู้ว่าการก้าวต่อไปของเธอ จะนำพาเธอไปสู่ความจริง หรือจะผลักเธอลงไปในวังวนแห่งความมืดมิดยิ่งกว่าเดิม
เธอเหลือบมองแก้วคริสตัลที่แตกกระจายอยู่บนพื้น ท่ามกลางเศษแก้วเหล่านั้น เธอเห็นเงาสะท้อนของตัวเองที่บิดเบี้ยวราวกับอนาคตที่กำลังจะมาถึง...เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและอันตรายที่มองไม่เห็น
“นี่มันหมายความว่ายังไงกันแน่” แพรพึมพำกับตัวเองอย่างสับสน
เธอไม่รู้เลยว่า การที่ธามจ้องมองเธอด้วยแววตานั้น มันไม่ใช่แค่การแสดงออกถึงความเย็นชา แต่มันคือการพยายามบอกอะไรบางอย่างที่เขาไม่สามารถพูดออกมาได้ตรงๆ...บางสิ่งบางอย่างที่เชื่อมโยงกับความลับดำมืดของตระกูลเขา และกำลังจะส่งผลกระทบต่อชีวิตของเธออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แค้นนี้ต้องชำระ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก