รอยร้าวเล็กๆ ที่เคยถูกมองข้าม บัดนี้ได้ขยายใหญ่ขึ้นจนกลายเป็นเหวลึกที่ยากจะเชื่อมต่ออีกครั้ง แพรยืนนิ่งอยู่กลางห้องนอนโอ่อ่าที่กลายเป็นกรงทองของเธอมานานนับเดือน แสงอาทิตย์ยามบ่ายลอดผ่านม่านโปร่งแสง ทาบทอประกายสีทองลงบนฝุ่นละอองที่ลอยฟุ้ง สะท้อนภาพความว่างเปล่าในใจเธอ มือเรียวค่อยๆ ยกขึ้นกุมหัวใจที่เต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก นี่ไม่ใช่แค่ความเหนื่อยล้า นี่คือจุดแตกหัก...จุดที่ความอดทนของเธอสิ้นสุดลง
"ฉันทนต่อไปไม่ไหวแล้ว..." เสียงกระซิบนั้นแผ่วเบาราวกับสายลม แต่ก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของเธอเอง การแต่งงานที่ถูกบังคับ หนี้สินที่ผูกมัดชีวิต และสายตาเย็นชาของธามที่เหมือนจะแช่แข็งทุกอย่างรอบตัว...มันกัดกินเธอจนแทบไม่เหลือชิ้นดี ทุกรอยยิ้มที่เคยมี กลายเป็นแค่ภาพลวงตา ทุกสัมผัสที่เคยคิดว่าอบอุ่น กลับกลายเป็นความเจ็บปวดที่ฝังลึก
เธอเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าหรูหราที่ธามซื้อให้ ราวกับจะตอกย้ำว่าเธอเป็นเพียงสิ่งของราคาแพงที่เขาครอบครอง แต่เสื้อผ้าเหล่านั้นกลับไม่เคยทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นเลยสักครั้ง มันเป็นเพียงเครื่องบ่งชี้ว่าเธออยู่ภายใต้อำนาจของใคร ความรู้สึกไร้ค่าตีตื้นขึ้นมาจนแทบจะกลืนกินเธอ
"ต้องไป...ต้องหนีไปให้พ้น" ความคิดนี้ผุดขึ้นมาอย่างฉับพลัน ราวกับแสงสว่างวาบที่ปลายอุโมงค์มืดมิด เธอไม่ต้องการหนีไปเฉยๆ แต่เธอต้องการหายไปจากชีวิตของธาม หายไปจากคฤหาสน์หลังนี้ หายไปจากฝันร้ายที่เป็นจริง
แพรเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง หยิบกระเป๋าใบเล็กที่ซ่อนไว้ใต้ลิ้นชัก เธอใส่ของที่จำเป็นลงไปเพียงไม่กี่ชิ้น เสื้อผ้าที่ซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง สมุดบัญชีเล็กๆ ที่มีเงินเก็บก้อนสุดท้าย และรูปถ่ายใบเก่าของพ่อกับแม่...ใบเดียวที่เธอเหลืออยู่ ทุกครั้งที่มองใบหน้านั้น น้ำตาจะไหลรินออกมา แต่วันนี้ น้ำตาของเธอแห้งผากไปแล้ว เหลือเพียงความมุ่งมั่นอันเยือกเย็น
เธอแอบมองออกไปนอกหน้าต่าง ยามพลบค่ำกำลังจะมาเยือน ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีเป็นส้มแดงเจือม่วง เป็นภาพที่สวยงามแต่กลับทำให้ใจเธอห่อเ***่ยว แพรไม่รู้ว่าธามอยู่ที่ไหน เขาอาจจะกำลังประชุมธุรกิจที่สำคัญ หรืออาจจะกำลังจิบไวน์ราคาแพงอยู่กับใครสักคน...เธอไม่สนใจอีกต่อไป
เธอเดินออกจากห้องนอนอย่างเงียบเชียบราวกับเงา ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความระแวง เธอเดินผ่านโถงทางเดินกว้างใหญ่ที่เคยทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวเมื่อแรกเข้ามา แต่ตอนนี้ ความหวาดกลัวนั้นถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะหลุดพ้น
เธอเห็นแม่บ้านบางคนกำลังทำความสะอาดอยู่ แต่พวกเธอก็ไม่ได้สังเกตเห็นเธอเป็นพิเศษ หรืออาจจะแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น ใครจะรู้? ในคฤหาสน์หลังนี้ ทุกคนต่างก็มีบทบาทของตัวเอง และเธอ...เธอคือภรรยาของมหาเศรษฐีที่ถูกจับตามองอยู่เสมอ
เมื่อมาถึงประตูหลังบ้าน แพรสูดหายใจลึกๆ เป็นครั้งสุดท้าย เธอไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เธออาจจะเจอแต่ความลำบาก หรืออาจจะตกอยู่ในอันตรายที่คาดไม่ถึง แต่สิ่งหนึ่งที่เธอรู้แน่ๆ คือ เธอไม่สามารถอยู่ภายใต้การควบคุมของธามได้อีกต่อไป
เธอเปิดประตูออกไป สัมผัสกับอากาศเย็นยามค่ำคืนที่พัดมากระทบใบหน้า กลิ่นดิน กลิ่นหญ้าที่หอมสดชื่น...มันต่างจากกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ลอยอบอวลอยู่ในคฤหาสน์ราวฟ้ากับเหว
แพรวิ่งออกไปอย่างไม่คิดชีวิต เธอวิ่งผ่านสวนกว้างใหญ่ มุ่งหน้าไปยังรั้วบ้านที่ดูเหมือนจะสูงเสียดฟ้า แต่สำหรับเธอในตอนนี้ มันคือประตูสู่เสรีภาพ
เธอปีนข้ามรั้วไปอย่างทุลักทุเล เสื้อผ้าราคาแพงของเธอเกี่ยวเข้ากับหนามกุหลาบเล็กน้อย แต่เธอก็ไม่สนใจ มันเป็นเพียงรอยเล็กๆ ที่จะจางหายไป ต่างจากรอยแผลในใจที่เธอไม่อาจลบเลือน
เมื่อเท้าสัมผัสกับพื้นดินนอกรั้วบ้าน แพรทรุดตัวลงกับพื้น เธอหอบหายใจอย่างหนัก แต่ในขณะเดียวกัน รอยยิ้มบางๆ ก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ
"ฉันทำได้แล้ว..."
เธอเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่เริ่มมืดสนิท ดวงดาวเริ่มส่องแสงระยิบระยับ ราวกับเป็นพยานในการตัดสินใจครั้งใหญ่ของเธอ
แพรลุกขึ้นยืน ช้าๆ เธอปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้า และมองย้อนกลับไปยังคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลัง ราวกับจะบอกลาอดีตที่เจ็บปวด
"ลาก่อน...ธาม"
เธอหันหลังกลับ และเดินหายเข้าไปในความมืดของยามค่ำคืน โดยไม่เหลียวมองกลับมาอีกเลย...
แต่ในขณะที่เธอกำลังเดินจากไป ไกลออกไปไม่ไกลนัก รถยนต์สีดำคันหรูคันหนึ่งกำลังแล่นเข้ามาใกล้คฤหาสน์ ธามในชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าเรียบเฉย กำลังจะก้าวลงจากรถ...

แค้นนี้ต้องชำระ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก