"ยินดีด้วยกับอัลบั้มใหม่นะแพรว" เสียงทุ้มคุ้นหูที่ดังก้องขึ้นแทบจะพร้อมกับเสียงปรบมือจากแขกเหรื่อในงานเปิดตัวอัลบั้มของแพรวพราว ทำให้เธอสะดุ้งโหยง หันไปมองตามต้นเสียงด้วยความรู้สึกหลากหลายตีวนอยู่ในอก ก่อนที่สายตาจะประสานเข้ากับดวงตาคู่หนึ่งที่คุ้นเคยยิ่งกว่าสิ่งใดในชีวิต
"ปภาวิน..." ชื่อนั้นหลุดออกจากริมฝีปากของแพรวพราวเบาหวิว ราวกับมันคือคาถาโบราณที่ปลุกวิญญาณในอดีตให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมา ภาพใบหน้าของชายหนุ่มตรงหน้าฉายชัดขึ้นมาในหัว ความทรงจำที่เคยถูกตอกฝังไว้ใต้ผืนดินแห่งความเจ็บปวด กำลังจะผุดขึ้นมาอีกครั้ง
ปภาวิน ยิ้มบางๆ ที่มุมปาก แต่ดวงตาคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยประกายที่ยากจะอ่านออก รอยยิ้มที่เคยสดใสเมื่อครั้งยังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยปีสุดท้าย บัดนี้กลับเคลือบไว้ด้วยความซับซ้อนบางอย่างที่แพรวพราวไม่เคยเห็นมาก่อน เขาก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น พร้อมกับแขนที่ยกขึ้นประคองไหล่ของเธอเบาๆ
"ไม่เจอกันนานเลยนะแพรว... ดูดีขึ้นเยอะเลยนะ" คำพูดนั้นลอยมากระทบโสตประสาทของแพรวพราวอีกครั้ง แต่คราวนี้มันกลับฟังดูเหมือนคำพูดประชดประชันมากกว่าคำชมเชย เธอพยายามดึงตัวเองออกจากสัมผัสของเขาอย่างนิ่มนวล แต่ก็สัมผัสได้ถึงสายตาคมกริบที่จ้องมองมาอย่างไม่ละสาย
เมฆา เขากำลังยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว สายตาของเขาก็จ้องมองมาที่แพรวพราวและปภาวินอย่างไม่วางตา แววตาของเขาแข็งกระด้าง ราวกับจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้าให้มอดไหม้เป็นจุล ไม่มีความยินดีใดๆ ปรากฏในแววตานั้น มีเพียงเงาของความไม่พอใจและบางสิ่งที่อธิบายไม่ได้
"คุณเมฆาคะ..." แพรวพราวเรียกชื่อเขาเบาๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่เมฆากลับไม่ขยับตัว เขาเพียงแค่ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ก่อให้เกิดกำแพงที่มองไม่เห็นระหว่างเธอกับปภาวิน
"ผมจำได้ว่าคุณแพรวพราวยังไม่มีแฟนนะครับ" เมฆาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเฉย แต่แฝงไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง ทำให้ปภาวินชะงักไปเล็กน้อย เขาผละมือออกจากไหล่ของแพรวพราวอย่างรวดเร็ว
"ผมกับแพรวเคยเป็นเพื่อนกันสมัยเรียนครับ" ปภาวินตอบกลับทันควัน เขาพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น แต่แพรวพราวสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา
"เพื่อน..." เมฆาเอ่ยคำนั้นซ้ำเบาๆ แล้วหันไปมองหน้าแพรวพราว ดวงตาของเขาสำรวจใบหน้าของเธออย่างละเอียด ราวกับจะค้นหาคำตอบที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มที่เธอพยายามฝืนยิ้มอยู่
"ใช่ค่ะ คุณเมฆา แพรวกับคุณวินเป็นเพื่อนสมัยเรียนกันค่ะ" แพรวพราวรีบเสริม เธอมั่นใจว่าหากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินต่อไปแบบนี้ อาจเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นได้
"เพื่อนสมัยเรียน... ที่สนิทกันมากเลยสินะครับ" เมฆาพูดต่อ น้ำเสียงของเขาเริ่มมีความเย็นชามากขึ้นเรื่อยๆ แพรวพราวรู้สึกได้ถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามา เธอไม่แน่ใจว่าเมฆาจะตีความคำพูดของปภาวินไปในทิศทางไหน
"ก็... ค่อนข้างสนิทครับ" ปภาวินตอบอย่างอึดอัด เขากลืนน้ำลายลงคอ แล้วหันไปมองแพรวพราวอีกครั้ง "แพรว... ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับเธอเป็นการส่วนตัวหน่อยนะ"
คำขอของปภาวิน ทำให้แพรวพราวใจหายวาบ เธอรู้ดีว่าเขาต้องการจะพูดถึงเรื่องอะไร และมันก็เป็นเรื่องที่เธอพยายามหนีมาตลอดหลายปี
"เรื่องอะไรเหรอคะคุณวิน?" เธอถามเสียงสั่น
"เรื่องของเราไงแพรว" ปภาวินตอบ ดวงตาของเขาสบเข้ากับดวงตาของเธออย่างแน่วแน่ "เรื่องที่ค้างคาอยู่..."
เมฆาก้าวเข้ามาประชิดตัวแพรวพราวอีกครั้ง เขาจับมือของเธอไว้แน่น ราวกับจะแสดงความเป็นเจ้าของ "คุณแพรวพราวมีงานต้องทำอีกเยอะนะครับคุณปภาวิน" เขาพูดกับปภาวินด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นกว่าเดิม "ผมว่าเรื่องที่ค้างคาอะไรนั่น ค่อยคุยกันทีหลังดีกว่านะ"
ปภาวินมองมือของเมฆาที่จับมือแพรวพราวอยู่ แล้วหันกลับมามองเมฆาด้วยสายตาที่ท้าทาย "คุณ... เป็นใครครับ?"
"ผม... เป็นคนที่ดูแลคุณแพรวพราวครับ" เมฆาตอบอย่างหนักแน่น
"ดูแล... หรือเป็นเจ้าของ?" ปภาวินเลิกคิ้วสูง เขาปล่อยมือของแพรวพราว แล้วก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว "เอาเถอะ... ถ้าคุณแพรวไม่สะดวกตอนนี้ ฉันจะรอ... รอจนกว่าเธอจะพร้อม"
เขากล่าวจบก็หันหลังเดินจากไป ทิ้งแพรวพราวให้ยืนแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น หัวใจเต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก
แพรวพราวหันไปมองเมฆาที่ยืนมองเธออยู่ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยคำถามที่เธอไม่สามารถตอบได้ในตอนนี้ ความทรงจำเกี่ยวกับปภาวินกำลังถาโถมเข้ามาอีกครั้ง ความทรงจำเกี่ยวกับรักแรก ความทรงจำเกี่ยวกับความผิดหวัง และความทรงจำเกี่ยวกับสัญญาบางอย่างที่เธอพยายามลืมมันไป
"คุณ... รู้จักเขามาก่อนเหรอครับ?" เมฆาถาม เสียงของเขาเบาลง แต่ยังคงมีความรู้สึกบางอย่างที่แพรวพราวอ่านไม่ออก
"ฉัน... ฉันเคยรู้จักเขาค่ะ" แพรวพราวตอบเสียงแผ่วเบา "เขาเป็นเพื่อนสมัยเรียนของฉันค่ะ"
"เพื่อน..." เมฆาพึมพำคำนั้นอีกครั้ง แล้วสายตาของเขาก็กลับไปมองทางที่ปภาวินเดินจากไป "เขาดู... คุ้นเคยกับคุณมากเลยนะครับ"
"ก็... เราเคยสนิทกันมาก" แพรวพราวกล่าวอย่างอึดอัด เธอรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนขอบเหวที่พร้อมจะร่วงหล่นลงไปได้ทุกเมื่อ
"สนิทกันมาก... จนถึงขั้นไหนครับ?" เมฆาถามตรงๆ ดวงตาของเขาสบเข้ากับดวงตาของเธออีกครั้ง คราวนี้มีความคาดหวังบางอย่างแฝงอยู่ในนั้น
แพรวพราวอึ้งไป เธอไม่รู้ว่าจะตอบเขาอย่างไร ความสัมพันธ์ของเธอกับปภาวินนั้นซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบายให้ใครฟังได้ โดยเฉพาะกับเมฆา ผู้ชายที่กำลังเข้ามาเติมเต็มช่องว่างในชีวิตเธอ แต่ก็ยังมีความลับบางอย่างที่ผูกมัดเธอไว้
"มัน... นานมาแล้วค่ะ" เธอเลี่ยงที่จะตอบตรงๆ "และมันก็ผ่านไปแล้ว"
"ผ่านไปแล้ว... จริงเหรอครับ?" เมฆาเลิกคิ้วสูง เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้แพรวพราวอีกครั้ง จนเธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา "ผมรู้สึก... ว่ามันยังไม่ผ่านไปนะครับ"
คำพูดของเมฆาทำให้แพรวพราวใจเต้นแรงขึ้นไปอีก เธอไม่แน่ใจว่าเขากำลังหมายถึงอะไรกันแน่ แต่สิ่งที่เธอรู้แน่ๆ ก็คือ การปรากฏตัวของปภาวินในวันนี้ มันเหมือนกับเงาของอดีตที่ตามหลอกหลอนเธอมาตลอด และตอนนี้ เงานั่นกำลังจะกลับมาทวงคืนสิ่งที่มันเคยสูญเสียไป
"คุณแพรวพราวคะ!" เสียงของโปรดิวเซอร์ดังขึ้นมาจากอีกมุมหนึ่งของงาน "คุณเมฆาคะ ถึงเวลาสัมภาษณ์แล้วค่ะ"
แพรวพราวถอนหายใจอย่างโล่งอก เธอรีบดึงมือออกจากมือของเมฆา แล้วหันไปยิ้มให้โปรดิวเซอร์
"ค่ะ กำลังไปค่ะ" เธอตอบ แล้วหันไปมองเมฆาอีกครั้ง
"ไปเถอะครับ" เมฆาพูด น้ำเสียงของเขาฟังดูราบเรียบ แต่แพรวพราวสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความราบเรียบนั้น
เมื่อเธอเดินนำเมฆาไปยังเวทีสัมภาษณ์ เธอก็อดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองทางที่ปภาวินเดินจากไปอีกครั้ง ภาพใบหน้าของเขาที่เต็มไปด้วยความหวังและความผิดหวังยังคงติดตา การปรากฏตัวของเขาในวันนี้ ไม่ใช่แค่การพบกันของเพื่อนเก่า แต่มันคือสัญญาณเตือนบางอย่าง ว่าอดีตอันเจ็บปวดที่เธอพยายามฝังกลบกำลังจะกลับมาทวงคืน และเธอไม่แน่ใจเลยว่า เธอจะสามารถรับมือกับมันได้หรือไม่

นักร้องกับความลับสัญญา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก