"คุณภาคย์... คุณภาคย์คะ" เสียงหวานเจือความประหม่าเอ่ยขึ้น เรียกสติที่กำลังล่องลอยของชายหนุ่มให้กลับคืนสู่ความเป็นจริง เขาเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร มองหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาเรียบเฉย แต่ในใจกลับปั่นป่วนราวกับพายุหมุน
แพร… ผู้หญิงคนนี้คือ แพร จริงๆ หรือ? ห้าปีที่แล้ว ภาพของเธอซ้อนทับกับภาพของผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างไม่มีผิดเพี้ยน ใบหน้าเดิม ดวงตาคู่เดิม รอยยิ้มมุมปากที่คุ้นเคย แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือแววตาที่ฉายประกายความมั่นใจและความแข็งแกร่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
“คุณแพร” ภาคย์เอ่ยชื่อเธอออกมาอย่างแผ่วเบา เสียงของเขาแหบพร่าผิดปกติ เหมือนคนที่ไม่เคยใช้มันมานาน “ไม่คิดว่าจะได้เจอคุณที่นี่”
“ค่ะ” แพรตอบรับพลางยิ้มบางๆ “โลกกลมจริงๆ ค่ะคุณภาคย์”
โลกกลม? หรือเป็นโชคชะตาที่เล่นตลกกับพวกเขา? ภาคย์คิดในใจ เขาไม่เคยลืมแพร… ไม่เคยแม้แต่วันเดียว ภาพเหตุการณ์วันนั้นยังคงตามหลอกหลอนเขาอยู่เสมอ ความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินหัวใจทุกครั้งที่นึกถึงใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาของเธอ
“ผม… ผมไม่คิดว่าคุณจะกลับมาทำงานในวงการนี้อีก” ภาคย์พยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น เผยให้เห็นความรู้สึกที่ซ่อนเร้นภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
“ทำไมคะ? ดิฉันทำไม่ได้หรือไง?” แพรเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาของเธอท้าทายจนภาคย์ต้องผงะเล็กน้อย เขาจำได้ว่าแพรเคยเป็นคนอ่อนโยน อ่อนหวาน และยอมคนเสมอ แต่ผู้หญิงตรงหน้ากลับดูแข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้า
“เปล่าครับ” ภาคย์รีบแก้ตัว “ผมแค่… ประหลาดใจ”
“ความประหลาดใจก็เป็นเรื่องธรรมดาค่ะ” แพรพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “แต่ตอนนี้ ดิฉันมีงานต้องทำ ดิฉันขอตัวนะคะ”
เธอหมุนตัวเตรียมจะเดินจากไป แต่แล้วภาคย์ก็เอื้อมมือไปคว้าแขนเธอไว้แน่น “เดี๋ยวก่อนครับ คุณแพร”
แพรชะงัก หันกลับมามองเขาด้วยแววตาฉงน “มีอะไรอีกคะ?”
“คุณ… กำลังจะไปไหน?” ภาคย์ถามอย่างร้อนรน เขาไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงทำแบบนี้ เขาแค่อยากจะยื้อเวลา อยากจะพูดคุยกับเธออีกสักครั้ง อยากจะถามถึงสิ่งที่เขาไม่เคยได้ถาม
“ไปทำงานค่ะ” แพรตอบสั้นๆ “ฉันมีประชุมกับทีมออกแบบอีกสิบนาที”
“ประชุม?” ภาคย์เลิกคิ้ว “คุณ… มาดูแลโปรเจกต์นี้?”
“ใช่ค่ะ” แพรยิ้มมุมปาก “แล้วไงคะ? คุณภาคย์ไม่พอใจ?”
“เปล่าครับ” ภาคย์รีบปฏิเสธ “แค่… ไม่คาดคิด”
“ความไม่คาดคิดมักจะทำให้ชีวิตมีสีสันนะคะ” แพรพูดพลางดึงแขนตัวเองกลับอย่างนุ่มนวล “ไว้เราคงได้คุยกันอีกค่ะ”
เธอเดินจากไป ทิ้งให้ภาคย์ยืนนิ่งอยู่กับที่ ความรู้สึกหลากหลายตีตลบอบอวนอยู่ในอก เขาไม่เข้าใจตัวเอง เขารู้ดีว่าเขาทำผิดกับแพรไว้มากแค่ไหน แต่ทำไมเมื่อได้เจอกันอีกครั้ง เขากลับมีความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้… ความรู้สึกที่ทั้งเจ็บปวดและโหยหา
ตลอดทั้งวัน ภาคย์ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีสมาธิ ภาพของแพรวนเวียนอยู่ในหัวของเขาตลอดเวลา ทุกครั้งที่เขาก้มลงมองเอกสารเกี่ยวกับโปรเจกต์ใหม่ เขาก็จะเห็นใบหน้าของเธอปรากฏขึ้นมาแทนที่ เขาจมอยู่กับความทรงจำเก่าๆ ที่กลับมาหลอกหลอน
ห้าปีที่แล้ว…
แพรยืนอยู่ตรงหน้าเขา ด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด มือที่สั่นเทาถือใบตรวจครรภ์ไว้แน่น “ภาคย์… ฉัน… ฉันท้อง”
คำพูดนั้นยังคงดังก้องอยู่ในหูของเขาไม่เคยจางหาย ภาคย์ในตอนนั้นเป็นเพียงเด็กหนุ่มที่กำลังจะก้าวเข้าสู่โลกธุรกิจอย่างเต็มตัว ความรับผิดชอบที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้เขาสะดุ้งกลัว เขายังไม่พร้อม… ยังไม่พร้อมที่จะเป็นพ่อคน
“เธอ… แน่ใจนะแพร?” ภาคย์ถามเสียงตะกุกตะกัก หัวใจของเขาเต้นระส่ำ
“แน่ใจสิคะ” แพรตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ฉัน… ฉันรักคุณนะภาคย์”
แต่ความรักของแพรในตอนนั้น กลับไม่เพียงพอที่จะทำให้ภาคย์ตัดสินใจรับผิดชอบ เขาเลือกที่จะหนี เขาเลือกที่จะปฏิเสธ เขาเลือกที่จะทิ้งเธอไป พร้อมกับลูกในท้องที่เขายังไม่เคยได้เห็นหน้า
“แพร… ผม… ผมขอโทษ” ภาคย์พึมพำกับตัวเอง เขารู้ดีว่าคำขอโทษนั้นมันไร้ค่าเพียงใด เขาทำลายชีวิตของผู้หญิงที่รักเขาอย่างบริสุทธิ์ใจ เขาทำลายอนาคตของลูกที่เขาไม่เคยรู้จัก
วันนี้ เมื่อแพรปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในฐานะผู้บริหารสาวผู้ประสบความสำเร็จ ภาคย์รู้สึกเหมือนถูกตอกย้ำถึงความผิดพลาดในอดีต เขาไม่รู้ว่าเธอมาที่นี่เพื่ออะไร มาเพื่อทวงแค้น? มาเพื่อแก้แค้น? หรือมาเพื่อ… อะไรกันแน่?
ภาพของแพรที่กำลังเดินจากไปเมื่อช่วงเช้ายังคงติดตาเขาอยู่ แววตาที่ฉายประกายความมั่นใจนั้นมันบ่งบอกอะไรบางอย่าง มันบ่งบอกว่าเธอผ่านอะไรมามากมาย และเธอก็แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมาก
ภาคย์ถอนหายใจยาว เขาเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังวิวเมืองที่เต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้า สลับกับภาพความทรงจำที่เลือนรางในวัยเยาว์ของเขาและแพร
เขาจำได้ว่าสมัยเรียน พวกเขาเคยเดินจับมือกันไปตามสวนสาธารณะแห่งนี้ นั่งมองพระอาทิตย์ตกดินด้วยกัน พูดคุยถึงความฝันและอนาคตที่สดใส
“เธอ… เปลี่ยนไปมากจริงๆ นะแพร” ภาคย์พูดเบาๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและเสียดาย
เขาไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เขาไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับแพรจะเป็นไปในทิศทางไหน เขาเพียงแต่รู้ว่า โลกของเขา… กำลังจะถูกสั่นคลอนอย่างแน่นอน
ในขณะเดียวกัน แพรเดินกลับมาที่โต๊ะทำงานของเธอ นั่งลงและถอนหายใจยาว เธอพยายามควบคุมความรู้สึกที่กำลังปั่นป่วนอยู่ภายใน
การกลับมาพบภาคย์อีกครั้ง มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ภาพวันวานยังคงตามหลอกหลอนเธออยู่ทุกครั้งที่สบตาเขา ภาพของวันที่เธอถูกทอดทิ้ง ภาพของวันที่เธอต้องเผชิญหน้ากับโลกอันโหดร้ายเพียงลำพัง
เธอจำได้ดีถึงความเจ็บปวดที่กัดกินหัวใจในวันนั้น วันที่เธอได้รู้ว่าผู้ชายที่เธอรักหมดหัวใจ กลับเลือกที่จะเดินจากไป โดยไม่สนใจแม้แต่ชีวิตน้อยๆ ที่กำลังจะเกิดมา
แต่แพรก็ไม่ใช่แพรคนเดิมอีกต่อไปแล้ว เธอได้เรียนรู้ที่จะเข้มแข็ง เธอได้เรียนรู้ที่จะสู้ เธอได้เรียนรู้ที่จะลุกขึ้นยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง
“ระบบ… ฉันทำได้ใช่ไหม?” แพรพึมพำกับตัวเองเบาๆ
“แน่นอนครับ คุณแพร” เสียงเย็นๆ ดังขึ้นในหัวของเธอ “คุณแพรแข็งแกร่งกว่าที่คิดเสมอ”
แพรยิ้มให้กับตัวเอง เธอรู้ว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น การกลับมาครั้งนี้ของเธอ ไม่ใช่แค่การกลับมาทำงาน แต่เป็นการกลับมาเพื่อทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอถูกพรากไป
เธอเงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางที่ภาคย์เคยยืนอยู่ แววตาของเธอฉายประกายความมุ่งมั่น “ฉันจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด”
เธอหยิบแท็บเล็ตขึ้นมา เปิดดูโปรเจกต์ที่เธอต้องดูแล สีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นจริงจังอีกครั้ง เธอรู้ว่านี่คือโอกาสของเธอ โอกาสที่จะพิสูจน์ตัวเอง และโอกาสที่จะทำให้ภาคย์รู้ว่าเขาได้พลาดอะไรไป
แต่แล้ว… เสียงข้อความแจ้งเตือนก็ดังขึ้นมาจากโทรศัพท์มือถือของเธอ
“คำสั่งใหม่จากระบบ: ภารกิจ ‘สร้างความสับสนให้เป้าหมาย’ เริ่มต้น! จงใช้ ‘ความลับ’ ที่คุณมี เพื่อสั่นคลอนความมั่นใจของเป้าหมาย! รางวัล: เพิ่มค่า ‘ความโกรธแค้น’ 10%”
แพรเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย ความลับ? ความลับอะไร? เธอมีอะไรที่จะสั่นคลอนภาคย์ได้อีก?
เธอเพ่งมองข้อความนั้นอีกครั้ง ก่อนที่ดวงตาของเธอจะเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตา…
“ระบบ… นี่มัน… นี่มันหมายความว่ายังไง?”
เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่า… ความลับที่เธอเก็บงำไว้ มันจะกลายเป็นอาวุธที่ทรงพลังถึงเพียงนี้

ระบบช่วยฉันชนะทุกอย่าง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก