“ทำไมหน้าซีดเชียว” เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง ทำเอาน้ำสะดุ้งเฮือก หันไปมองก็พบกับภาคย์ ยืนพิงกรอบประตูห้องทำงานของเธอ ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววสงสัยระคนเป็นห่วง ดวงตาสีเข้มกวาดมองสำรวจร่างผอมบางของเธออย่างไม่วางตา
น้ำพยายามปั้นยิ้มให้ดูเป็นปกติที่สุด “เปล่าค่ะคุณภาคย์ แค่นอนไม่ค่อยพอเมื่อคืน” เธอรีบซ่อนมือที่กำลังปวดบิดในท้องเอาไว้ใต้โต๊ะ ทำงานมาหลายเดือนแล้ว อาการแพ้ท้องช่วงเช้าเริ่มทุเลาลงบ้าง แต่บางครั้งมันก็กลับมาเล่นงานเธออย่างไม่ทันตั้งตัว โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญหน้ากับภาคย์
“นอนไม่พอ?” ภาคย์เดินเข้ามาใกล้ แววตาคมกริบยังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าซีดเซียวของเธอ “เมื่อคืนเห็นคุณยังทำงานดึกอยู่เลย”
“นิดหน่อยค่ะ” น้ำตอบเสียงแผ่ว พยายามหลบสายตาเขา เธอรู้ดีว่าเขาเก่งแค่ไหนในการจับพิรุธ และเธอก็ไม่อยากให้เขาเห็นความผิดปกติใดๆ เกินกว่าที่จำเป็น
ภาคย์ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของเธอ มือหนากำลังจะยกขึ้นแตะแก้มเธอเบาๆ แต่น้ำก็ผงะถอยหลังไปเล็กน้อย ทำเอาภาคย์ชะงักไป ดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยความประหลาดใจ “เป็นอะไรไปน้ำ?”
“ขอโทษค่ะคุณภาคย์ น้ำไม่ค่อยสบาย” เธอเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก พยายามควบคุมลมหายใจที่เริ่มติดขัด “อาจจะเป็นไข้หวัดนิดหน่อย”
ภาคย์มองเธออย่างพิจารณา ใบหน้าของน้ำที่เคยมีเลือดฝาด บัดนี้กลับซีดเผือด ดวงตาที่เคยสดใสก็ดูหมองลงอย่างเห็นได้ชัด ไหนจะอาการซึมๆ ที่เป็นบ่อยขึ้นในช่วงหลังๆ นี้ เขาเคยคิดว่าเธอคงเหนื่อยกับการทำงานหนัก แต่เมื่อสังเกตใกล้ๆ เขากลับรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติไป
“ไปหาหมอมาหรือยัง?” เขาถามเสียงเข้มขึ้น
“ยังค่ะ ไม่เป็นไรมาก” น้ำพยายามกลบเกลื่อน “เดี๋ยวพักผ่อนก็คงดีขึ้น”
“ผมว่าคุณควรไปหาหมอ” ภาคย์ยืนยันเสียงหนักแน่น “ผมจะให้คนขับรถไปส่ง”
“ไม่ต้องหรอกค่ะคุณภาคย์ น้ำจัดการเองได้” เธอปฏิเสธอย่างรวดเร็ว ความคิดที่จะให้ภาคย์พาไปโรงพยาบาลยิ่งทำให้เธอใจเต้นแรง เธอรู้ดีว่าถ้าภาคย์รู้ความจริง เขาจะทำอย่างไรกับเธอ และที่สำคัญกว่านั้น เธอจะรับมือกับความรู้สึกผิดและสับสนที่มีต่อเขาได้อย่างไร
ภาคย์มองน้ำด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก เขายังคงนั่งอยู่ที่เดิม ไม่ได้ลุกขึ้นไปไหน “น้ำ” เขาเรียกชื่อเธอเสียงนุ่มลง “คุณกำลังจะปิดบังอะไรผมอยู่ใช่ไหม?”
คำถามนั้นทำเอาน้ำแทบหยุดหายใจ เธอไม่รู้จะตอบเขาอย่างไร ใบหน้าของเธอซีดเผือดลงไปอีก สีหน้าบ่งบอกความกังวลอย่างชัดเจน
“ถ้ามีปัญหาอะไร บอกผมได้นะ” ภาคย์พูดต่อ “ผมไม่ได้ใจร้ายอย่างที่คุณคิด”
น้ำเงยหน้ามองเขา สบตากับดวงตาคู่นั้นที่ดูอ่อนโยนลงอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ภาพของภาคย์ที่เย็นชา เด็ดขาด และไร้หัวใจ ค่อยๆ จางหายไป พร้อมกับภาพของชายหนุ่มที่กำลังแสดงความห่วงใยอย่างจริงใจ
“คุณภาคย์…” น้ำเอ่ยเสียงเบา คล้ายจะหลุดปากบางอย่างออกไป แต่ก็รีบกลืนคำพูดนั้นกลับไป
ทันใดนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของภาคย์ก็ดังขึ้น ขัดจังหวะบทสนทนาที่กำลังจะลึกซึ้ง ภาคย์หยิบมือถือขึ้นมามองหน้าจอ ก่อนจะตอบรับสายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ครับ… มีอะไร… รับทราบ… ผมจะรีบไป” ภาคย์พูดสั้นๆ ก่อนจะวางสาย เขาหันกลับมามองน้ำอีกครั้ง คราวนี้แววตาของเขาเปลี่ยนไป มีความเร่งรีบเข้ามาแทนที่ “ผมมีเรื่องด่วนต้องไปจัดการครับน้ำ คุณดูแลตัวเองด้วยนะ ถ้าไม่ไหวจริงๆ อย่าลังเลที่จะบอกผม”
ภาคย์ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว เดินออกจากห้องทำงานไป โดยไม่รอคำตอบจากน้ำ น้ำมองตามแผ่นหลังกว้างที่หายลับไป เธอถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกแปลกๆ กับความห่วงใยที่เขาแสดงออกมา
วันต่อมา น้ำยังคงมีอาการอ่อนเพลียอยู่บ้าง แต่พยายามทำหน้าที่เลขาให้ดีที่สุด ภาคย์ดูเหมือนจะยุ่งมาก เขาเข้าออกห้องทำงานของเธออยู่หลายครั้ง บางครั้งก็ขอให้เธอไปช่วยดูเอกสารบางอย่างที่ห้องทำงานของเขาเอง
“คุณดูเหนื่อยนะ” ภาคย์เอ่ยขึ้นขณะที่เขากำลังยืนดูน้ำที่กำลังคัดแยกเอกสารกองโต “เมื่อคืนนอนกี่ชั่วโมง?”
“ก็… ปกติดีค่ะ” น้ำตอบเสียงอ้อมแอ้ม
“เมื่อวานผมเห็นคุณดูไม่สบาย ผมเลยให้คนไปหายาบำรุงกับวิตามินมาให้คุณแล้ว” ภาคย์พูดพลางยื่นกล่องยาเม็ดเล็กๆ สีขาวให้เธอ “กินซะนะ”
น้ำรับกล่องยามาด้วยความรู้สึกประหลาดใจ “ขอบคุณค่ะคุณภาคย์”
“ไม่ต้องขอบคุณ” ภาคย์ตอบ “คุณเป็นเลขาของผม ผมก็ต้องดูแลคุณ”
แต่คำว่า “ดูแล” ที่ออกจากปากภาคย์นั้น กลับทำให้หัวใจของน้ำเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้ เธอพยายามเก็บความรู้สึกที่เริ่มก่อตัวขึ้นมาเอาไว้ เพราะรู้ดีว่ามันเป็นสิ่งที่เธอไม่ควรจะรู้สึก
เย็นวันนั้น ภาคย์เรียกน้ำเข้าไปที่ห้องทำงานของเขา “ผมจะให้คนขับรถไปส่งคุณนะ”
“ไม่เป็นไรค่ะคุณภาคย์ น้ำกลับเองได้”
“ผมเป็นห่วง” ภาคย์พูดเสียงจริงจัง “ช่วงนี้คุณดูไม่ค่อยสบาย ผมไม่อยากให้มีอะไรเกิดขึ้น”
น้ำมองเข้าไปในดวงตาของเขาอีกครั้ง แววตาของเขาฉายความกังวลอย่างเห็นได้ชัด จนเธอไม่สามารถปฏิเสธได้อีกต่อไป “ก็ได้ค่ะ”
ขณะที่รถหรูเคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์อันโอ่อ่า น้ำก็มองออกไปนอกหน้าต่าง ภาพของภาคย์ที่ยืนมองรถของเธอจนลับสายตา ทำให้เธออดคิดไปต่างๆ นานาไม่ได้
“เขาเป็นห่วงฉันจริงๆ หรือเปล่า?” น้ำพึมพำกับตัวเอง “หรือแค่หน้าที่? หรือว่า… เขากำลังสงสัยอะไรบางอย่าง?”
ความคิดนั้นทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัว ความลับที่เธอเก็บซ่อนไว้มันหนักอึ้งเสียจนบางครั้งเธอก็แทบจะแบกรับไม่ไหว
วันแล้ววันเล่า ภาคย์ก็ยังคงสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ในตัวน้ำเสมอ อาการแพ้ท้องที่บางครั้งก็แสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัด การที่เธอต้องขอตัวไปเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้น หรือแม้กระทั่งเวลาที่เธอเผลอเอามือไปลูบท้องของตัวเองเบาๆ
ภาคย์เริ่มสงสัยอย่างจริงจัง เขาเริ่มสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับน้ำ เงื่อนไขที่เธอต้องเข้ามาทำงานใช้หนี้เขาอย่างละเอียด แต่ก็ไม่พบอะไรผิดปกติ นอกจากเรื่องหนี้สินจำนวนมหาศาลของครอบครัวเธอ
แต่ความผิดปกติในตัวน้ำนั้นมันมีอยู่จริง ภาคย์สัมผัสได้ถึงมัน และยิ่งเขาพยายามหาคำตอบ เขาก็ยิ่งต้องเข้ามาดูแลน้ำอย่างใกล้ชิดมากขึ้นเรื่อยๆ ความใกล้ชิดที่มากขึ้นนั้น ยิ่งทำให้เส้นแบ่งระหว่างเจ้านายกับลูกจ้างเริ่มเลือนราง และความรู้สึกบางอย่างที่ควรจะถูกกดเอาไว้ ก็เริ่มผุดขึ้นมาอย่างอันตราย
ขณะที่น้ำกำลังจะก้าวลงจากรถหน้าอพาร์ตเมนต์เล็กๆ ของเธอ คนขับรถก็ยื่นกล่องยาที่ภาคย์ให้มาให้ “คุณภาคย์ฝากมาให้ครับคุณน้ำ”
น้ำรับกล่องยามาด้วยสีหน้าอ่อนล้า เธอเปิดมันออกดู ข้างในมีวิตามินรวมและยาแก้แพ้ท้องบางส่วน “ขอบคุณค่ะ” เธอพึมพำ
ขณะที่กำลังจะปิดประตูรถ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
“คุณน้ำ… คุณภาคย์ให้ของมาอีกแล้วเหรอคะ?”
น้ำหันไปมอง ก็พบกับหญิงสาวหน้าตาคมคายในชุดทำงานที่ดูหรูหรา ยืนยิ้มอยู่ไม่ไกลนัก รอยยิ้มนั้นดูเป็นมิตร แต่แววตาของเธอกลับมีบางอย่างที่ทำให้น้ำรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก

เลขาท้องลึกลับ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก