“จะไปไหน?” เสียงห้าวทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้พิมพ์ตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก เธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขา ใบหน้าคมเข้มของธีร์ที่บัดนี้เต็มไปด้วยแววตาเย็นชา ปราศจากร่องรอยของความอ่อนโยนที่เคยมีให้เธอเมื่อห้าปีก่อน
“เปล่าค่ะ... แค่จะไปหาอะไรดื่ม” พิมพ์พยายามซ่อนความประหม่าไว้ภายใต้รอยยิ้มจางๆ มือเรียวสั่นเล็กน้อยขณะที่เธอหยิบแก้วน้ำเปล่าที่วางอยู่บนโต๊ะ
“ดึกป่านนี้แล้ว จะไปดื่มอะไรอีก” ธีร์ก้าวเข้ามาใกล้ ร่างสูงใหญ่ของเขากดดันพื้นที่รอบตัวพิมพ์จนเธอรู้สึกอึดอัด เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว ดวงตาคมกริบราวกับจะเจาะทะลวงเข้าไปในจิตใจของเธอ
“ฉัน... ฉันแค่อยากดื่มน้ำค่ะ” พิมพ์ตอบเสียงแผ่ว พยายามหลบสายตาคู่นั้นที่จ้องมองเธออย่างไม่ลดละ
“แน่ใจหรือว่าแค่อยากดื่มน้ำ” ธีร์เอ่ยถาม เสียงของเขาค่อยๆ อ่อนลงเล็กน้อย แต่แววตายังคงเต็มไปด้วยความสงสัย เขาก้าวเข้ามาอีกก้าว จนปลายเท้าของทั้งสองเกือบจะสัมผัสกัน
“ค่ะ... แน่ใจค่ะ” พิมพ์พยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว เธอรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขาที่เป่ารดใบหน้า ยิ่งทำให้เธอสั่นสะท้านไปทั้งตัว
ทันใดนั้นเอง พิมพ์ก็เสียหลักไปข้างหน้าเพราะความประหม่า เธอปล่อยมือจากแก้วน้ำ ทำให้มันหล่นลงพื้นแตกกระจาย น้ำสีใสกระจายไปทั่วพื้น พิมพ์ร้องออกมาด้วยความตกใจ
“โอ๊ย!”
“ระวัง!” ธีร์รีบคว้าแขนของพิมพ์ไว้แน่น ก่อนที่เธอจะล้มลงไปบนเศษแก้วที่แตก พิมพ์เงยหน้าขึ้นสบตากับเขาอีกครั้ง ใบหน้าของเขากระชั้นเข้ามาจนเธอเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในดวงตาคู่สีเข้มนั้น
“คุณ... คุณไม่เป็นไรนะ?” ธีร์ถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเป็นห่วงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ท่าทีเย็นชา
“ไม่เป็นไรค่ะ... ขอบคุณค่ะ” พิมพ์พึมพำตอบ เธอรู้สึกถึงแรงบีบที่แขนของเขาที่ยังคงประคองเธอไว้ ความอบอุ่นจากฝ่ามือเขาแผ่ซ่านมาถึงตัวเธอ ทำให้โลกทั้งใบของเธอพลันหยุดหมุน
ธีร์มองใบหน้าซีดเซียวของพิมพ์ ดวงตาของเธอฉายแววตื่นตระหนกและหวาดกลัว เขาเห็นริ้วรอยบางๆ ที่หางตา ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนเมื่อห้าปีก่อน เขาเห็นความเหนื่อยล้าที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าสวยหวานนั้น แต่ที่สะดุดตาเขาที่สุด คือแววตาที่เปลี่ยนไป... มันมีบางอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
“คุณ... คุณดูเหนื่อยนะ” ธีร์เอ่ยขึ้นอย่างไม่ทันคิด เขาปล่อยมือจากแขนของเธอ แต่ยังคงยืนอยู่ใกล้ๆ
พิมพ์สะดุ้งเล็กน้อยกับคำพูดของเขา เธอรีบดึงแขนกลับ แล้วก้มลงมองเศษแก้วที่แตกกระจาย “ขอโทษค่ะ... ฉันจะรีบเก็บให้”
“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวผมจัดการเอง คุณไปพักผ่อนเถอะ” ธีร์พูดพลางก้มลงหยิบเศษแก้วที่แตกอย่างระมัดระวัง
พิมพ์ยืนนิ่ง มองแผ่นหลังกว้างของธีร์ที่กำลังก้มเก็บเศษแก้ว เธอรู้สึกผิดที่ทำให้เขาต้องมาทำเรื่องแบบนี้ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นบางอย่างที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจ
“คุณ... คุณสบายดีไหมคะ?” พิมพ์ถามออกไปอีกครั้ง หลังจากที่ความเงียบเข้าครอบงำ
ธีร์เงยหน้าขึ้นมองเธอ ดวงตาของเขาสบเข้ากับดวงตาของเธออีกครั้ง “ผมสบายดี... แล้วคุณล่ะ”
“ฉัน... ฉันก็สบายดีค่ะ” พิมพ์ตอบอย่างตะกุกตะกัก
“จริงๆ หรือ?” ธีร์ถามเสียงเรียบ เขาพยายามจับสังเกตความรู้สึกของเธอ แต่พิมพ์ก็ยังคงรักษาท่าทีที่ดูปกติเอาไว้ได้
“ค่ะ” พิมพ์ยิ้มบางๆ พยายามกลบเกลื่อนความรู้สึกที่กำลังปั่นป่วนอยู่ในอก
ธีร์วางเศษแก้วที่เก็บได้ลงในถังขยะ แล้วหันกลับมาเผชิญหน้ากับพิมพ์อีกครั้ง “คุณ... เปลี่ยนไปนะ”
คำพูดนั้นทำให้พิมพ์ใจหายวาบ เธอไม่รู้ว่าควรจะตอบอย่างไร “เปลี่ยน... ไปยังไงคะ?”
“ผมไม่รู้สิ... แต่คุณดู... แข็งแกร่งขึ้น” ธีร์พูดพลางมองสำรวจใบหน้าของเธออย่างละเอียด “เหมือนมีอะไรบางอย่างที่ทำให้คุณต้องสู้”
พิมพ์เม้มปากแน่น เธออยากจะบอกเขาเหลือเกินว่าอะไรที่ทำให้เธอต้องสู้ แต่ก็ทำไม่ได้ เรื่องราวห้าปีที่แล้ว และความลับที่เธอแบกมา มันหนักอึ้งเกินกว่าจะเอ่ยออกมา
“บางที... คนเราก็ต้องเรียนรู้ที่จะสู้เพื่อตัวเองนะคะ” พิมพ์ตอบเสียงแผ่ว เธอพยายามหลีกเลี่ยงการสบตาเขา
“ถ้าคุณต้องการอะไร... ก็บอกผมได้นะ” ธีร์พูดเสียงเบา ราวกับจะปลอบโยน
คำพูดนั้นทำให้พิมพ์รู้สึกจุกที่คอ เธออยากจะพุ่งเข้าไปกอดเขา อยากจะบอกเขาว่าเธอต้องการอะไรมากที่สุด แต่เธอก็รู้ดีว่ามันเป็นไปไม่ได้
“ขอบคุณค่ะ” พิมพ์ตอบเสียงสั่นเครือ
ธีร์มองพิมพ์ด้วยแววตาที่ซับซ้อน เขาเห็นความเศร้าสร้อยที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มจางๆ นั้น เขาอยากจะรู้เหลือเกินว่าอะไรที่ทำให้เธอต้องเป็นแบบนี้
“ไปนอนได้แล้ว... ดึกมากแล้ว” ธีร์พูดพลางปรายตามองนาฬิกาบนผนัง
“ค่ะ” พิมพ์ตอบรับอย่างว่าง่าย เธอรีบเดินเลี่ยงออกมาจากตรงนั้น ทิ้งให้ธีร์ยืนมองแผ่นหลังของเธอด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย
ขณะที่พิมพ์กำลังจะก้าวเดินออกจากห้อง เธอก็สัมผัสได้ถึงสายตาของธีร์ที่จ้องมองเธออยู่ เธอหันกลับไปมอง เขาอยู่ตรงนั้น ยืนนิ่งราวกับรูปปั้น ดวงตาของเขายังคงจ้องมองเธออย่างไม่ลดละ
“ฝันดีนะ พิมพ์” ธีร์เอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา
คำพูดนั้นทำให้พิมพ์ใจเต้นแรงอีกครั้ง เธอไม่แน่ใจว่านี่คือความหวัง หรือเป็นเพียงหลุมพรางที่เขากำลังจะล่อลวงเธอเข้าไป
พิมพ์รีบเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ธีร์ยืนอยู่คนเดียวในความเงียบ เขาถอนหายใจยาวๆ แล้วยกมือขึ้นลูบใบหน้าตัวเองอย่างเหนื่อยอ่อน
“ทำไม... ทำไมเธอถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้” เขาพึมพำกับตัวเอง
ในขณะเดียวกัน พิมพ์ก็เดินกลับเข้าห้องนอนของเธอ เธอทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างอ่อนแรง ภาพใบหน้าของธีร์ที่มองเธออย่างตัดพ้อ ทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งหัวใจ
“ธีร์... ฉันขอโทษ” เธอพึมพำกับตัวเอง น้ำตาแห่งความเสียใจไหลรินออกมา
อุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ นั้น ทำให้พิมพ์และธีร์ได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น แต่ความใกล้ชิดนั้นกลับอันตรายยิ่งกว่าเดิม เพราะมันกำลังปลุกความรู้สึกที่เคยถูกฝังกลบให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
ธีร์เริ่มสังเกตเห็นบางอย่างที่เปลี่ยนไปในตัวพิมพ์ เขาสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ท่าทีที่เข้มแข็งนั้น แต่เขาก็พยายามผลักไสความรู้สึกสงสัยใคร่รู้ และความเป็นห่วงนั้นออกไป เพราะเขารู้ดีว่า พิมพ์ในวันนี้ ไม่ใช่พิมพ์คนเดิมที่เขารู้จักอีกต่อไป
เขาจะปล่อยให้ความรู้สึกที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นนี้ นำพาเขาไปสู่ความจริง หรือจะจมดิ่งอยู่กับความแค้นและความสงสัยที่กัดกินหัวใจของเขาต่อไป... คำตอบนั้นยังคงเป็นปริศนาที่รอวันเปิดเผย

ถูกทิ้งเกมรักลูกหนี้
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก