เสียงหวีดหวิวของยางรถยนต์ที่เสียดสีกับพื้นถนนดังลั่นราวกับเสียงกรีดร้องของความโชคร้าย…
ฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ทำให้ทัศนวิสัยย่ำแย่ลงกว่าเดิมหลายเท่า สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ที่ทอดเงายาวเหยียดบนถนนที่เปียกลื่น ภาพสะท้อนของแสงไฟหน้ารถที่สาดส่องไปในความมืด ชวนให้รู้สึกวังเวงเหลือเกิน พิมพ์ชนกพยายามบังคับพวงมาลัยรถให้มั่นคง เธอเพิ่งจะขับรถออกมาจากบ้านเพื่อนหลังจากไปทานมื้อเย็นเสร็จ ลูกสาวตัวน้อย ‘น้องนับดาว’ ที่นั่งเบาะหลังหลับใหลอย่างสบายใจ แต่แล้ว…
“ว้าย!”
ทันใดนั้นเอง รถยนต์คันหนึ่งที่วิ่งสวนมาด้วยความเร็วสูง ได้เสียหลักพุ่งข้ามเลนมาอย่างกะทันหัน พิมพ์ชนกเบรกอย่างแรง แต่ด้วยสภาพถนนที่ลื่นและรถอีกคันที่เข้ามาประชิดเกินไป ทำให้การหลบหลีกเป็นไปไม่ได้ การชนประสานงาจึงเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เสียงโลหะบิดเบี้ยวและกระจกแตกกระจายดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ
“แม่!!!” เสียงเล็กๆ ของน้องนับดาวดังขึ้นอย่างตื่นตระหนก
“ดาว! ไม่เป็นไรนะลูก!” พิมพ์ชนกพยายามประคองร่างของลูกสาวอย่างสุดกำลัง แม้ว่าตัวเธอเองจะรู้สึกเจ็บปวดไปทั่วร่างกายก็ตาม
ในขณะเดียวกัน ณ จุดเกิดเหตุ ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก พลเอกภาคินกำลังนั่งอยู่ในรถยนต์คันหรูของเขา เขาเพิ่งจะเสร็จสิ้นภารกิจบางอย่าง และกำลังเดินทางกลับไปยังที่พัก เสียงรายงานจากลูกน้องคนสนิทที่นั่งอยู่เบาะข้างๆ ดังขึ้น
“นายท่านครับ มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นข้างหน้าครับ ดูเหมือนจะเป็นอุบัติเหตุใหญ่”
ภาคินเงยหน้าขึ้นมองไปตามทิศทางที่ลูกน้องชี้ เขาเห็นแสงไฟหน้ารถที่กระพริบอย่างผิดปกติ และเสียงหวีดหวิวที่บ่งบอกถึงความรุนแรงของการชน
“หยุดรถ!” ภาคินออกคำสั่งเสียงเฉียบพลัน เขาไม่ได้อยากจะยุ่งเกี่ยวกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง แต่สัญชาตญาณบางอย่างบอกเขาว่าเรื่องนี้อาจจะมีความสำคัญ
เขาเดินออกจากรถด้วยท่าทางสง่างาม แม้จะอยู่ในชุดลำลองก็ตาม ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงตกหนัก เขาเดินตรงไปยังจุดเกิดเหตุ ภาพที่ปรากฏต่อสายตาทำให้หัวใจของเขาบีบรัด
รถยนต์สีขาวคันเล็กบอบช้ำอย่างหนัก ส่วนรถยนต์อีกคันนั้นเสียหายยับเยินกว่ามาก พิมพ์ชนกกำลังพยายามพยุงตัวเองออกมาจากซากรถ โดยมีน้องนับดาวอยู่ในอ้อมแขน ใบหน้าของเธอซีดเผือด ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
“พิมพ์ชนก!” ภาคินอุทานออกมาเบาๆ เสียงของเขาแฝงไปด้วยความตกใจและเป็นห่วงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เขาไม่รอช้า รีบวิ่งเข้าไปหาพิมพ์ชนกทันที โดยไม่สนสายตาของลูกน้องที่มองมาอย่างประหลาดใจ
“คุณ! เป็นอะไรหรือเปล่าครับ!” ภาคินถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความร้อนรน ผิดจากบุคลิกที่เย็นชาของเขาไปอย่างสิ้นเชิง
พิมพ์ชนกเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่ปรากฏตัวขึ้น ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสับสน เธอจำเขาได้...ชายผู้เป็นศัตรูของครอบครัวเธอ ชายผู้มีใบหน้าเ***้ยมเกรียมที่เธอฝันร้ายถึง
“คุณ…” เธอเอ่ยเสียงสั่นเครือ “คุณมาทำอะไรที่นี่?”
“ผมบังเอิญผ่านมาครับ” ภาคินโกหกอย่างแนบเนียน เขาไม่อยากให้เธอรู้ว่าเขาอยู่ใกล้ๆ เธอมาตลอด “คุณไม่เป็นอะไรนะครับ แล้วเด็กคนนี้ล่ะ?”
“ดาว…” พิมพ์ชนกมองลูกสาวอย่างเป็นห่วง “ดาวไม่เป็นอะไรมากค่ะ แค่ตกใจ”
ภาคินมองหน้าน้องนับดาวที่ซบหน้าอยู่กับอกของแม่ ใบหน้าเล็กๆ นั้นแดงก่ำด้วยความตกใจ ดวงตาใสแป๋วนั้นมองมาที่เขาอย่างไม่เข้าใจ
“ให้ผมช่วยนะครับ” ภาคินเสนอ เขาพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น “ผมมีรถอยู่ตรงนั้น และคนของผมพร้อมให้ความช่วยเหลือ”
พิมพ์ชนกมองภาคินนิ่ง ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความลังเล เธอไม่ไว้ใจเขาเลยแม้แต่น้อย แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ เธอไม่เหลือทางเลือกอื่น
“ก็ได้ค่ะ” เธอตอบเสียงแผ่ว “แต่ฉันขอให้คุณอย่าเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตของฉันและลูกอีก”
ภาคินเม้มปากแน่น คำพูดของเธอเหมือนมีดที่กรีดลงกลางใจ แต่เขาต้องยอมรับมันไปก่อน “ผมรับปากครับ”
เขาโบกมือเรียกให้ลูกน้องเข้ามาช่วยเหลือ จากนั้นก็ประคองพิมพ์ชนกและน้องนับดาวขึ้นรถของเขา ระหว่างทางไปโรงพยาบาล ภาคินพยายามสังเกตการณ์พิมพ์ชนกตลอดเวลา เขาสังเกตเห็นรอยฟกช้ำตามแขนของเธอ และใบหน้าที่ซีดเซียว เขาอดที่จะรู้สึกผิดไม่ได้
“คุณ… คุณเจ็บตรงไหนมากหรือเปล่าครับ” เขาถาม
“นิดหน่อยค่ะ” พิมพ์ชนกตอบสั้นๆ เธอหันไปกอดลูกสาวแน่น “สิ่งที่ฉันเป็นห่วงคือลูก”
ภาคินมองไปยังน้องนับดาวที่กำลังซบหน้าอยู่กับแม่ เขาอดที่จะคิดถึงภาพพ่อที่เขาไม่เคยได้เห็นไม่ได้ ภาพเด็กน้อยที่เติบโตมาโดยไม่มีเขาอยู่เคียงข้าง… ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาอีกครั้ง
เมื่อถึงโรงพยาบาล ภาคินจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย เขาคอยดูแลพิมพ์ชนกและน้องนับดาวอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งหมอตรวจเสร็จ และยืนยันว่าทั้งคู่ปลอดภัยดี ไม่มีอาการบาดเจ็บรุนแรง
“ขอบคุณมากค่ะ” พิมพ์ชนกกล่าวขอบคุณด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิม “ฉันไม่รู้จะขอบคุณคุณยังไงดี”
“ไม่เป็นไรครับ” ภาคินตอบ เขาอยากจะบอกว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากตอบแทน แต่เขาทำได้เพียงเก็บงำความรู้สึกนั้นไว้ “ผมต้องขอตัวแล้วครับ”
“เดี๋ยวก่อนค่ะ!” พิมพ์ชนกเรียกเขาไว้ “คุณ… คุณชื่ออะไรคะ?”
ภาคินชะงักไปเล็กน้อย เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ “ผม… ภาคิน”
“ภาคิน…” เธอทวนชื่อนั้นเบาๆ ราวกับกำลังพยายามจะจดจำ “ฉันพิมพ์ชนกค่ะ”
“ผมรู้ครับ” ภาคินตอบ เขาเคยได้ยินชื่อนี้มานานแล้ว
เมื่อทั้งคู่แยกจากกัน พิมพ์ชนกยังคงมองตามแผ่นหลังของภาคินไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ส่วนภาคิน เมื่อเดินออกมาจากโรงพยาบาล เขาก็ยังคงคิดถึงภาพพิมพ์ชนกและลูกสาว เขาอดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าทำไมโชคชะตาถึงเล่นตลกกับเขาเช่นนี้ เขาตั้งใจจะอยู่ห่างๆ แต่สุดท้ายก็ต้องมาเจอกันอีกครั้งในสถานการณ์เช่นนี้
“ทำไม… ทำไมถึงเป็นแบบนี้” เขาพึมพำกับตัวเอง
ในขณะที่น้องนับดาวที่นั่งอยู่บนรถของแม่ ก็มองตามรถคันหรูของภาคินที่ขับออกไป เธอจำใบหน้าของชายคนนั้นได้… ชายที่ดูดี สุภาพ และเหมือนจะใจดี
“แม่ขา… คนนั้นเขาเป็นใครคะ?” น้องนับดาวถาม
พิมพ์ชนกหันมามองลูกสาว “เขา… เขาเป็นคนดีนะลูก เขาช่วยเรา”
“แต่… ดาวรู้สึกเหมือนเคยเห็นเขาที่ไหนมาก่อนเลยค่ะ” น้องนับดาวยังคงครุ่นคิด “เหมือนเขา… เหมือนเขาเป็นคุณพ่อของเพื่อนดาวเลย”
คำพูดของลูกสาวทำให้พิมพ์ชนกใจหายวาบ เธอรีบส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่หรอกจ้ะ ดาวคงจำผิดไป”
แต่ในใจของเธอกลับเต็มไปด้วยความกังวล… ความกังวลที่ว่าความสัมพันธ์ที่เธอพยายามจะปิดบัง กำลังจะถูกเปิดเผยในไม่ช้า

รักเย็นชาของนายพล
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก