“แก้วตา” เสียงทุ้มเย็นชาดังขึ้นข้างหูพิม ทำให้เธอสะดุ้งเฮือก เกือบทำแก้วกาแฟหลุดมือ
“ขอโทษค่ะคุณภาคย์” พิมรีบขอโทษ เสียงสั่นเล็กน้อย เธอยังไม่ชินกับน้ำเสียงที่ราวกับจะแช่แข็งทุกอย่างรอบตัวของเจ้านายคนใหม่
ภาคย์ยืนมองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก มือข้างหนึ่งยกกระเป๋าเอกสารขึ้นมาอีกข้างหนึ่งก็วางทาบอยู่บนบ่าของเธอเบาๆ ราวกับจะประคอง แต่การสัมผัสของเขาทำให้พิมรู้สึกเหมือนถูกไฟช็อต
“ต่อไปนี้ไม่ต้องเรียกแก้วตา เรียกชื่อจริงของเธอ” ภาคย์พูด น้ำเสียงยังคงราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความเฉียบขาด
“คะ?” พิมเงยหน้ามองเขา ริมฝีปากบางเม้มแน่น พยายามประมวลคำพูดที่เขาเพิ่งเอ่ย
“ฉันบอกว่า เรียกชื่อจริงของเธอ” เขาย้ำอีกครั้ง สายตาคมกริบจับจ้องมาที่เธอ “คุณพิม”
พิมรู้สึกเหมือนหัวใจเต้นผิดจังหวะ การเรียกชื่อจริงของเธอแบบนี้ มันให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไป ไม่ใช่แค่เจ้านายกับลูกหนี้ แต่เหมือน... อะไรบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่านั้น
“ค่ะ คุณภาคย์” เธอกลอบแกลบ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวั่นไหว
“กาแฟร้อนดี” เขาละสายตาจากเธอ หันไปมองแก้วกาแฟในมือของเธอ “คุณทำมันได้ดี”
คำชมเล็กๆ น้อยๆ นี้ ทำให้พิมประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม ภาคย์เป็นคนที่ไม่ค่อยพูดชมใคร และคำพูดของเขาก็ดูจริงใจเสียจนน่าสงสัย
“ขอบคุณค่ะ” เธอตอบเสียงแผ่ว
“วันนี้มีประชุมตอนบ่าย เตรียมเอกสารให้พร้อม” เขาพูดจบ ก็เดินจากไป ทิ้งให้พิมยืนนิ่ง มองตามแผ่นหลังกว้างที่หายลับไป
ตั้งแต่เข้ามาทำงานที่นี่ ชีวิตของพิมก็เหมือนตกอยู่ในวงล้อมของภาคย์ เขาเป็นเจ้านายที่เข้มงวด วางแผนทุกอย่างอย่างรอบคอบ และคาดหวังความสมบูรณ์แบบเสมอ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็มีมุมที่น่าค้นหา
วันเวลาผ่านไป พิมทำงานอย่างหนัก เธอต้องเรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับธุรกิจของภาคย์ และต้องอยู่ใกล้ชิดเขาเกือบตลอดเวลา การทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ทำให้เธอได้เห็นอีกด้านหนึ่งของภาคย์ ที่ไม่ใช่แค่คนเย็นชา ไร้อารมณ์
เย็นวันหนึ่ง ฝนตกหนัก พิมกำลังจัดเอกสารอยู่ในห้องทำงานของภาคย์ เธอได้ยินเสียงเพลงเศร้าๆ ดังออกมาจากห้องทำงานส่วนตัวของเขา ปกติภาคย์จะเปิดเพลงเบาๆ หรือไม่ก็เงียบสนิท นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ยินเพลงที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกจากเขา
ด้วยความสงสัย พิมค่อยๆ แง้มประตูห้องทำงานของเขาเข้าไป เธอเห็นภาคย์นั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาซบลงบนหมอน กอดรูปถ่ายใบหนึ่งไว้แน่น แสงไฟสลัวๆ ทำให้เห็นเงาของน้ำตาที่คลออยู่รอบดวงตาของเขา
พิมรู้สึกใจหายวาบ ภาพตรงหน้าช่างขัดแย้งกับภาพลักษณ์ที่เธอเคยเห็น ภาคย์ที่เธอรู้จักคือภูผาที่แข็งแกร่ง ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น
“คุณภาคย์...” เสียงของเธอเบาหวิวราวกับกระซิบ
ภาคย์สะดุ้งเล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาแดงก่ำจ้องมองมาที่เธอ แต่แววตาของเขาดูอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
“คุณพิม...” เขาเอ่ยชื่อเธอ เสียงแหบพร่า
พิมก้าวเข้าไปหาเขาอย่างช้าๆ เธอไม่รู้จะพูดอะไรดี ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาที่เธอ ราวกับเธอได้รุกล้ำความเป็นส่วนตัวของเขา
“คุณ... ไม่เป็นไรนะคะ?” เธอถาม
ภาคย์ยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ดูเจ็บปวด “ผมแค่นึกถึงบางอย่าง”
เขาไม่พูดอะไรต่อ ทิ้งให้พิมยืนอยู่ตรงนั้น ความเงียบปกคลุมระหว่างพวกเขา แต่ในความเงียบนั้น พิมกลับรู้สึกถึงสายสัมพันธ์บางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้น
“คุณ... อยากให้ฉันอยู่เป็นเพื่อนไหมคะ?” เธอถามอย่างไม่แน่ใจ
ภาคย์มองเธออยู่นาน ราวกับกำลังประเมินอะไรบางอย่าง ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ
พิมนั่งลงข้างๆ เขา เธอไม่ได้แตะต้องเขา แต่การนั่งอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ ก็ทำให้เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
“รูปนี้...” พิมพยายามชวนคุย “เป็นใครคะ?”
ภาคย์มองตามสายตาของเธอ รูปถ่ายใบนั้นเป็นรูปของเขาในวัยหนุ่ม กับผู้หญิงคนหนึ่ง ใบหน้าของเธอสวยคม แต่แววตาดูเศร้าสร้อย
“คนที่ผมเคยรัก” เขาตอบเสียงเบา “แต่ตอนนี้... ไม่อยู่แล้ว”
พิมรู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่มแทงหัวใจ ความเศร้าในน้ำเสียงของเขา ทำให้เธออยากจะเข้าไปปลอบประโลม
“ขอโทษนะคะ” เธอพูด
“ไม่เป็นไร” เขาตอบ “บางที... การได้นึกถึงความเจ็บปวด ก็ทำให้รู้ว่าเรายังมีความรู้สึกอยู่”
คืนนั้น พิมได้เห็นภาคย์ในมุมที่ไม่เคยมีใครเคยเห็น เขาไม่ได้เป็นแค่เจ้านายที่เย็นชา แต่เป็นผู้ชายที่มีหัวใจ มีความรู้สึก และมีความเจ็บปวดซ่อนอยู่
ขณะที่พิมกำลังจะลุกขึ้นกลับไปทำงาน ภาคย์ก็เอื้อมมือมาคว้าแขนเธอไว้แน่น
“อย่าเพิ่งไป” เขาพูด เสียงแหบพร่า “อยู่กับผมก่อน”
พิมนิ่งอึ้ง จ้องมองเข้าไปในดวงตาของเขา เธอเห็นความต้องการบางอย่างที่เปล่งประกายอยู่ภายใต้ความเศร้า
“คุณภาคย์...” เธอเรียกชื่อเขา เสียงสั่น
“ผม... รู้สึกดีที่มีคุณอยู่ตรงนี้” เขาพูด ดวงตาคมกริบจับจ้องมาที่เธอ ราวกับจะสะกดให้เธออยู่กับเขาตลอดไป
ในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเศร้าและเสียงเพลงที่คร่ำครวญ พิมรู้สึกเหมือนถูกดึงดูดเข้าสู่โลกของภาคย์อย่างไม่อาจต้านทาน เปลวไฟแห่งความรู้สึกบางอย่างที่เธอพยายามจะดับมันไว้ กำลังเริ่มลุกโชนขึ้นอย่างรวดเร็ว
เธอไม่รู้ว่านี่คือกับดัก หรือโอกาสที่จะได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของเขา แต่ที่แน่ๆ คือ หัวใจของเธอเริ่มหวั่นไหวไปกับเขาเสียแล้ว
“คุณภาคย์... ปล่อยมือฉันค่ะ” เธอพูด เสียงขาดห้วง
ภาคย์ไม่ตอบ แต่กลับค่อยๆ ดึงเธอเข้าไปใกล้ เขาโน้มใบหน้าลงมา...

ในคืนหักมุม
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก