"ถ้าชาติหน้ามีจริง ขอให้เราเกิดมาเป็นคู่กันอีกนะ วิศรุต" เสียงหวานกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู While ริมฝีปากบางประทับจูบลงบนแก้มสากที่เริ่มมีไรหนวดขึ้นให้เห็นชัดขึ้น แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านม่านลูกไม้สีขาวบางตา เผยให้เห็นภาพของห้องนอนที่เคยเต็มไปด้วยความเย็นชาและความห่างเหิน บัดนี้กลับอบอุ่นไปด้วยไอรักที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง
มินตราพลิกตัวซบแผงอกแกร่งของวิศรุตที่โอบกอดเธอไว้แน่น หัวใจดวงน้อยเต้นเป็นจังหวะเดียวกับชีพจรของเขา ราวกับว่าทั้งสองชีวิตได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันไปแล้ว ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ดิ้นรน ความเจ็บปวดจากอดีตที่ตามหลอกหลอน เริ่มเลือนรางไปเมื่อมีเขาอยู่เคียงข้าง
"ตลอดไป... ชาตินี้และชาติหน้า" วิศรุตตอบรับเสียงทุ้มต่ำ เขาพลิกตัวให้ใบหน้าของมินตราหันมาสบตา ดวงตาสีเข้มของเขามีประกายอ่อนโยนที่มินตราไม่เคยเห็นมาก่อน มันสะท้อนภาพของเธอที่เต็มไปด้วยความรัก ความผูกพัน และความปรารถนาอันแรงกล้า
"คุณแน่ใจเหรอคะ วิศรุต... ว่าเราจะผ่านมันไปได้จริงๆ" มินตราเอ่ยถาม เสียงสั่นเล็กน้อย ความทรงจำอันโหดร้ายยังคงวนเวียนอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ แม้ว่าตอนนี้เธอจะอยู่ตรงนี้กับเขา แต่เงาของอดีตก็ยังคงเป็นเหมือนฝันร้ายที่พร้อมจะปรากฏตัวขึ้นได้ทุกเมื่อ
วิศรุตยกมือเรียวที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการต่อสู้ ปลายนิ้วสัมผัสแก้มเนียนของเธอเบาๆ "ฉันแน่ใจ... เพราะฉันมีเธอ และเธอก็มีฉัน" เขาพูดเน้นทุกคำ "ที่ผ่านมา เราเสียสละกันมามากพอแล้ว ถึงเวลาที่เราจะได้มีความสุขกันอย่างแท้จริงเสียที"
เขาเลื่อนสายตาไปมองยังเปลเด็กอ่อนที่วางอยู่มุมห้อง แสงแดดอ่อนๆ สาดลงมาต้องใบหน้าของลูกน้อยที่กำลังหลับใหลอย่างสงบ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของวิศรุต "ลูกของเรา... คือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของเรานับจากนี้"
มินตรามองตามสายตาของเขา ลูกน้อยคือของขวัญล้ำค่าที่สุดที่พวกเขามี มันคือบทพิสูจน์ของความรักที่แม้จะผ่านพ้นมรสุมชีวิตมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ยังคงหยั่งรากลึกและแข็งแกร่ง การมีอยู่ของลูกน้อยคือแรงผลักดันที่ทำให้พวกเขาอยากจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกันอย่างแท้จริง
"เราจะสร้างครอบครัวที่อบอุ่น... โดยมีลูกเป็นศูนย์กลาง" มินตรากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เธอแน่ใจแล้วว่าการตัดสินใจครั้งนี้ถูกต้องที่สุด "เราจะไม่มีวันปล่อยให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีก"
วิศรุตโน้มใบหน้าลงมาประทับจูบลงบนหน้าผากของเธออย่างแผ่วเบา "ไม่... ไม่มีวัน" เขาย้ำ "ฉันสัญญา"
หลังจากนั้นไม่นาน มินตราก็ลุกขึ้นไปชงนมให้ลูกน้อย ขณะที่วิศรุตจัดการธุระส่วนตัว เขาเห็นว่าเสื้อผ้าของเขาถูกวางไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยบนเก้าอี้ข้างเตียง ซึ่งเป็นสิ่งที่มินตราเป็นคนจัดเตรียมให้ เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มให้กับความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ นี้
เมื่อกลับมาที่ห้องนอน มินตรากำลังอุ้มลูกน้อยไว้ในอ้อมแขน กำลังป้อนนมอย่างอ่อนโยน วิศรุตเดินเข้าไปหาอย่างเงียบๆ ยืนมองภาพนั้นด้วยความชื่นชม
"ให้ผมช่วยไหม" เขาถามเสียงเบา
มินตราเงยหน้าขึ้นมองเขา ใบหน้าของเธอเปล่งประกายด้วยความสุข "ไม่เป็นไรค่ะ... คุณไปอาบน้ำก่อนก็ได้นะคะ เดี๋ยวฉันจะพาลูกลงไปทานอาหารเช้า"
วิศรุตพยักหน้า เขาเดินเข้าไปในห้องน้ำ ทิ้งให้มินตราอยู่กับลูกน้อยเพียงลำพัง แต่ไม่นานนัก เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นจากโต๊ะข้างเตียง มินตราวางลูกน้อยลงในเปลอย่างเบามือ แล้วเดินไปหยิบโทรศัพท์
"ฮัลโหลค่ะ"
"คุณมินตรา... ผมมีเรื่องจะแจ้งให้ทราบ" เสียงทุ้มต่ำที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้นจากปลายสาย
มินตราขมวดคิ้ว "คุณเป็นใครคะ"
"ผมเป็นตัวแทนของคุณ 'ราชา' ครับ"
ชื่อ 'ราชา' ทำให้หัวใจของมินตราสะดุ้งวูบ ราชาคือชื่อของศัตรูตัวฉกาจของวิศรุต ผู้ที่เคยพยายามจะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่วิศรุตมี รวมถึงตัวเธอด้วย
"มีอะไร" มินตราถาม พยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น
"ท่านราชา ฝากข้อความมาถึงคุณวิศรุตครับ... เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ... อดีตของเขา" ชายคนนั้นพูดเน้นคำว่า 'อดีต' "และมันจะเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตของคุณวิศรุต... และชีวิตของคุณ... ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป"
มินตราตัวแข็งทื่อ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ เธอหันไปมองประตูห้องน้ำที่วิศรุตกำลังอาบน้ำอยู่ หัวใจเต้นระส่ำด้วยความกังวล
"ข้อความนั้นเกี่ยวกับอะไร" เธอถามอย่างร้อนรน
"เป็นเรื่องที่... ซับซ้อนกว่าที่คุณคิดครับ คุณมินตรา... และมันอาจจะย้อนกลับมาทำร้ายพวกคุณได้... หากไม่รีบจัดการ"
เสียงของชายคนนั้นขาดหายไป พร้อมกับเสียงสัญญาณตัดสาย มินตราถือโทรศัพท์ค้างอยู่กลางอากาศ มือสั่นเทา เธอไม่รู้ว่าข้อความนั้นคืออะไร แต่เพียงแค่ได้ยินคำว่า 'อดีต' และ 'ทำร้าย' เธอก็รู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์ร้าย
ทันใดนั้น ประตูห้องน้ำก็เปิดออก วิศรุตเดินออกมาในชุดคลุมอาบน้ำ ใบหน้ายังคงเปียกชื้น "ใครโทรมาเหรอ" เขาถาม
มินตราพยายามยิ้มให้เขา แต่รอยยิ้มนั้นกลับดูฝืดเคือง "ไม่มีอะไรค่ะ... เป็นแค่คนส่งของ... ที่มาผิดบ้าน"
วิศรุตมองเธออย่างสงสัย ดวงตาคู่คมของเขาสังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าของเธอ "แน่ใจนะ"
มินตราพยักหน้าอย่างรวดเร็ว "แน่ใจค่ะ... คุณไปแต่งตัวเถอะค่ะ เดี๋ยวลูกจะหิว"
วิศรุตพยักหน้าอีกครั้ง แต่แววตาของเขายังคงเต็มไปด้วยคำถาม เขาเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าเพื่อหาเสื้อผ้า แต่สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นโทรศัพท์ที่มินตราวางอยู่บนโต๊ะ ชายคนนั้นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู แล้วก็ต้องขมวดคิ้ว
"เบอร์แปลก... ใครโทรมา" เขาถาม
มินตราใจหายวาบ เธอรีบเดินเข้าไปคว้าโทรศัพท์มา "ไม่มีอะไรจริงๆ ค่ะ... คุณอย่าคิดมากนะคะ"
วิศรุตหยุดชะงัก เขามองใบหน้าของมินตราที่เต็มไปด้วยความกังวล ราวกับว่าเธอมีบางสิ่งบางอย่างกำลังปิดบังเขา
"มินตรา..." เขาเรียกชื่อเธอเสียงเบา "เธอมีอะไรจะบอกฉันหรือเปล่า"
มินตรากลืนน้ำลาย เธอสบตากับเขา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความอึดอัดและความไม่สบายใจ แต่สุดท้าย เธอก็ตัดสินใจที่จะเก็บความลับนี้ไว้ก่อน
"ไม่มีอะไรจริงๆ ค่ะ... ฉันแค่... รู้สึกไม่ค่อยสบายใจนิดหน่อย" เธอโกหก "เราไปทานอาหารเช้ากันเถอะค่ะ"
วิศรุตมองใบหน้าของเธออีกครั้ง เขาเห็นความไม่สบายใจที่ซ่อนอยู่ แต่ก็เลือกที่จะไม่ซักไซ้ไล่เลียง เขาเชื่อใจมินตรา และเขาคิดว่าเธอคงมีเหตุผลของเธอ
"ก็ได้" เขาตอบ "แต่ถ้ามีอะไร... เธอบอกฉันได้เสมอ"
มินตราพยักหน้าอย่างโล่งอก เธอประคองลูกน้อยไว้ในอ้อมแขน แล้วทั้งสามก็เดินออกจากห้องนอนไป ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกไม่สบายใจที่เกาะกุมหัวใจของมินตรา และคำถามที่ยังคงค้างคาอยู่ในใจของวิศรุต

เกมรักมาเฟียอันตราย
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก