"ฉันไม่เคยบอกว่ารักคุณเลยสักคำ!" เสียงตะโกนของคิรากรสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงที่เคยอบอุ่นหัวใจของเมษา มันคือประโยคที่คมกริบเหมือนมีดกรีดแทงทะลุผ่านเกราะป้องกันสุดท้ายที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องหัวใจอันบอบช้ำ ความจริงที่เพิ่งถูกเปิดเผยเมื่อไม่นานมานี้เกี่ยวกับเบื้องหลังการแต่งงานของพวกเขามันหนักหนาสาหัสพออยู่แล้ว แต่คำพูดของเขาในตอนนี้ ราวกับเป็นการตอกย้ำความเจ็บปวดให้ทวีคูณ
เมษากระพริบตาปริบๆ น้ำตาที่คลอหน่วยพยายามจะไหลรินออกมา แต่เธอกลับกลั้นมันไว้แน่น เธอเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่ายและผิดหวังของคิรากร มันไม่ใช่ความผิดหวังที่เธอทำอะไรผิดพลาด แต่มันคือความผิดหวังที่เธอไม่ได้เป็น "คนที่ใช่" ในสายตาของเขา
"แล้วคุณเคยคิดว่าฉันรักคุณบ้างไหมคะ?" เสียงของเมษาแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า เธอมองใบหน้าของคิรากร ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเป็นเหมือนแสงสว่างเดียวในชีวิตที่มืดมิดของเธอ แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นภาพสะท้อนของความเย็นชาที่เธอไม่อาจเข้าถึง
"มันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว เมษา" คิรากรตอบเสียงเรียบ เขาเดินเลี่ยงสายตาของเธอไป ราวกับไม่อยากจะมองเห็นความเจ็บปวดที่กำลังกัดกินเธอ "ความจริงมันถูกเปิดเผยแล้ว และคุณก็รู้ทุกอย่างแล้ว"
ทุกอย่าง... ใช่ เธอรู้ทุกอย่างแล้ว เธอรู้ว่าการแต่งงานครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความรัก แต่เป็นเพราะ "ข้อตกลง" ระหว่างตระกูล เป็นเพราะ "ธุรกิจ" ที่กำลังจะล่มสลาย และเป็นเพราะ "แผนการ" บางอย่างที่เธอเองก็เพิ่งจะรับรู้ การที่เธอต้องแต่งงานกับเขา มันก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ "เกม" ของผู้ใหญ่เท่านั้น
"แล้วความรู้สึกของฉันล่ะคะ? มันไม่สำคัญเลยเหรอ?" เมษาถามอีกครั้ง น้ำเสียงสั่นเครือ เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาสติ ไม่ให้ตัวเองกลายเป็นคนอ่อนแอตรงหน้าเขา แต่ความรู้สึกที่ปะทุขึ้นมาในใจมันยากเกินกว่าจะควบคุม
"คุณรู้ว่าคุณมีหน้าที่อะไร เมษา" คิรากรพูดเน้นย้ำทุกคำ เหมือนกำลังย้ำเตือนให้เธอจำสถานะของตัวเอง "หน้าที่ของคุณคือการรักษาครอบครัวนี้ไว้ และการแต่งงานของเราก็เป็นส่วนหนึ่งของมัน"
"แล้วความรักล่ะคะ? คุณไม่เคยคิดถึงมันเลยจริงๆ เหรอ?" เมษาถาม พยายามจะมองหาประกายบางอย่างในดวงตาของเขา แต่ก็ไม่พบ มันมีเพียงความว่างเปล่าที่ไร้ความรู้สึก
"ความรักเป็นสิ่งสิ้นเปลือง คิรากร" เขาตอบเสียงเย็นชา "มันทำให้คนเราอ่อนแอ และที่สำคัญ มันไม่สามารถทำให้ธุรกิจของผมอยู่รอดได้"
คำพูดนั้นบาดลึกเข้าไปในหัวใจของเมษา มันไม่ใช่แค่การปฏิเสธความรู้สึกของเธอ แต่มันคือการดูถูกความรักที่เธอเคยเชื่อว่าเป็นสิ่งสวยงามที่สุดในโลก เธอมองย้อนกลับไปในอดีตในช่วงเวลาสั้นๆ ที่เธอได้ใช้ชีวิตอยู่กับเขา แม้จะเริ่มต้นด้วยความไม่เต็มใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เธอกลับพบว่าตัวเองเริ่มจะหวั่นไหวกับความใจดีเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาแสดงออกมา ความห่วงใยที่เขาแอบซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเย็นชา
เธอจำได้ถึงคืนที่เธอป่วยหนัก เขานั่งเฝ้าเธอทั้งคืน แม้จะไม่ได้พูดจาอะไรมากนัก แต่การที่เขาอยู่ตรงนั้น มันก็ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด เธอจำได้ถึงวันที่เธอเจออุปสรรคในการทำงาน เขาก็ให้คำแนะนำอย่างตรงไปตรงมา แต่มันกลับช่วยให้เธอผ่านพ้นไปได้
"ถ้าอย่างนั้น... คุณก็ไม่เคยรู้สึกอะไรเลยใช่ไหมคะ? กับฉัน" เมษาถามเสียงสั่น เธอกลั้นน้ำตาที่กำลังจะเอ่อล้นออกมา
คิรากรชะงักไป เขาหันมามองเมษา ดวงตาของเขาฉายแววบางอย่างที่เมษาไม่สามารถตีความได้ แต่มันก็เพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่กำแพงน้ำแข็งจะกลับมาตั้งตระหง่านอีกครั้ง
"ผมบอกคุณแล้วไง ว่ามันไม่สำคัญ" เขาตอบเสียงแข็ง "สิ่งสำคัญคือการที่เราต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด"
เมษาหลับตาลง เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงมาตรงหน้า ภาพความทรงจำดีๆ ที่เธอเคยมีกับเขา มันถูกบดขยี้ด้วยคำพูดและการกระทำของเขา เธอรู้ดีว่าเธอไม่ควรคาดหวังอะไรจากเขาอีกต่อไปแล้ว ความรักที่เธอเคยหวัง มันเป็นเพียงภาพลวงตาที่เธอสร้างขึ้นมาเอง
"ฉันเข้าใจแล้วค่ะ" เมษาพูดเสียงเรียบ เธอพยายามทำให้เสียงของตัวเองฟังดูปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ "ฉันจะทำหน้าที่ของฉันให้ดีที่สุด..."
เธอหยุดไปชั่วขณะ ก่อนจะพูดต่อด้วยเสียงที่แผ่วเบาจนเกือบจะไม่ได้ยิน "...เท่าที่ฉันจะทำได้"
คิรากรไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงแค่ยืนนิ่ง มองมาที่เธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก เมษาพยายามรวบรวมสติ เธอรู้ว่าเธอต้องเข้มแข็ง ต้องผ่านมันไปให้ได้
"ฉันขอตัวก่อนนะคะ" เมษาพูด ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไป เธอเดินไปอย่างช้าๆ แต่ทุกย่างก้าวหนักอึ้ง ราวกับมีโซ่ตรวนรัดรึงอยู่ที่ข้อเท้า เธอไม่รู้ว่าเธอจะเดินไปทางไหน จะไปที่ไหนต่อ
เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องนอนของเธอ เมษาหยุดยืนอยู่ครู่หนึ่ง เธอหันกลับไปมองที่ห้องโถง ที่คิรากรยังคงยืนอยู่ที่เดิม ใบหน้าของเขาถูกบดบังด้วยเงา ราวกับเป็นคนแปลกหน้าสำหรับเธอ
"ทำไม... ทำไมถึงต้องเป็นแบบนี้" เธอพึมพำกับตัวเอง น้ำตาที่กลั้นไว้สุดท้ายก็เอ่อล้นออกมาจนได้
เธอรู้ว่าการเผชิญหน้ากับความจริงมันเจ็บปวด แต่การที่ต้องอยู่กับความหวังลมๆ แล้งๆ มันเจ็บปวดยิ่งกว่า เธอได้เห็นธาตุแท้ของเขาแล้ว เขาไม่ใช่คนที่เธอเคยคิด เขาเป็นเพียงคนที่มองเห็นทุกอย่างเป็นเพียง "ธุรกิจ" และ "หน้าที่"
เมษาเดินเข้าห้องไป ปิดประตูลั่นดังปัง เธอทรุดตัวลงนั่งกับพื้น หัวใจของเธอแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ความรู้สึกที่ถูกทอดทิ้ง ความรู้สึกที่ถูกหลอกใช้ มันถาโถมเข้ามาจนเธอหายใจไม่ออก
เธอเคยคิดว่าการแต่งงานกับคิรากร คือการเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิต แต่ตอนนี้ เธอรู้แล้วว่ามันอาจจะเป็นจุดจบของทุกสิ่งทุกอย่าง
เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา นิ้วเรียวไล้ไปบนหน้าจอ พยายามจะหาข้อความเก่าๆ ที่เคยส่งถึงเขา แต่เมื่อเห็นชื่อของเขาบนหน้าจอ หัวใจของเธอก็เจ็บแปลบขึ้นมาอีกครั้ง
"ฉันไม่รู้ว่าฉันจะทนได้อีกนานแค่ไหน" เมษาพึมพำกับตัวเอง เธอรู้ว่าเธอต้องหาทางออก เธอต้องทำอะไรสักอย่าง ก่อนที่หัวใจของเธอจะแหลกสลายไปมากกว่านี้
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องโถง คิรากรยังคงยืนนิ่ง เขาเฝ้ามองประตูห้องของเมษาที่ปิดลงไป ภาพใบหน้าของเธอที่เปื้อนน้ำตา มันยังคงติดตาเขา เขาอยากจะเดินเข้าไปหาเธอ อยากจะปลอบโยนเธอ แต่เขาก็รู้ดีว่าเขาทำไม่ได้
คำพูดของเธอเมื่อครู่ "ถ้าอย่างนั้น... คุณก็ไม่เคยรู้สึกอะไรเลยใช่ไหมคะ? กับฉัน" มันดังวนเวียนอยู่ในหัวของเขา เขาพยายามจะบอกเธอว่ามันไม่จริง แต่มันก็สายเกินไปแล้ว
เขากำหมัดแน่น ความรู้สึกผิดและความเสียใจที่ไม่เคยมีมาก่อนมันถาโถมเข้ามา เขาไม่เคยรู้เลยว่าการทำร้ายคนที่เขากำลังรู้สึกบางอย่างด้วย มันจะเจ็บปวดขนาดนี้
เมษาตัดสินใจแน่วแน่ เธอจะไม่ทนอยู่แบบนี้อีกต่อไป เธอจะหาทางออก เธอจะสู้
แต่ก่อนที่เธอจะได้ลุกขึ้น คิรากรก็เดินเข้ามาในห้องของเธออย่างเงียบเชียบ ใบหน้าของเขาเคร่งขรึม แต่แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสน
"เมษา..." เขาเรียกชื่อเธอเสียงเบา "เราต้องคุยกัน"
เมษาหันไปมองเขาด้วยความประหลาดใจ แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยคำใดออกมา คิรากรก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
"ผม... ผมอาจจะไม่ได้บอกคุณ แต่... ผม..."
เขาหยุดไป ราวกับกำลังรวบรวมคำพูด แต่เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมามองเมษาอีกครั้ง สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นแข็งกระด้างอย่างรวดเร็ว
"ผมต้องการให้คุณไปจากชีวิตผม เมษา" เขาพูดเสียงเย็นชา "ผมทนอยู่กับคุณแบบนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว"
คำพูดนั้นราวกับฟ้าผ่าลงกลางใจของเมษา เธออึ้งไป ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งๆ ที่เขาก็เพิ่งจะเดินเข้ามาหาเธอ
"คุณ... คุณพูดว่าอะไรนะคะ?" เมษาถามเสียงสั่น
"ผมบอกว่า ผมต้องการให้คุณไป" คิรากรย้ำอีกครั้ง คราวนี้เสียงของเขาหนักแน่นขึ้น "ไปให้พ้นจากชีวิตผมซะ!"
เมษามองหน้าเขาด้วยความไม่เข้าใจ แต่สิ่งที่เธอเห็นในแววตาของเขา คือความเด็ดเดี่ยว ความแน่วแน่ที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
"คุณ... คุณไล่ฉันออกไป?" เมษาถาม น้ำตาเอ่อคลออีกครั้ง
คิรากรไม่ตอบ เขาเพียงแค่ยืนมองเธอด้วยสายตาที่ว่างเปล่า
เมษาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ เธอหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ปนเปไปกับน้ำตา
"ก็ได้ค่ะ" เธอพูดเสียงแผ่ว "ถ้าคุณอยากให้ฉันไป... ฉันก็จะไป"
เธอเดินผ่านเขาไปอย่างรวดเร็ว ไม่หันกลับไปมองอีกเลย เธอไม่รู้ว่าเธอจะไปที่ไหน แต่เธอรู้แค่ว่าเธอต้องไปให้พ้นจากผู้ชายคนนี้
เมื่อเมษาเดินออกจากห้องไป คิรากรก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น เขาปล่อยให้ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจมันถาโถมเข้ามาอย่างเต็มที่
"ทำไม... ทำไมฉันถึงได้ทำแบบนี้" เขาพึมพำกับตัวเอง
เขาไม่รู้ว่าเขาทำถูกแล้วหรือเปล่า เขาเพียงแค่รู้ว่าตอนนี้เขากำลังรู้สึกว่างเปล่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ฉันย้อนเวลากับรุ่นพี่
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก