“ถ้าเวลาคือยาพิษ มันก็คงเป็นยาพิษที่ออกฤทธิ์ช้าที่สุดในโลก” เสียงกระซิบแผ่วเบาของเมษาดังขึ้นในความเงียบของกระท่อมหลังเล็กกลางป่า เธอเฝ้ามองเม็ดฝนที่โปรยปรายลงมากระทบกระจกหน้าต่าง ภาพสะท้อนที่ปรากฏคือหญิงสาวที่อายุมากขึ้น ดวงตาคู่นั้นยังคงฉายแววเศร้า แต่กลับมีความแข็งกร้าวที่ไม่เคยมีมาก่อน
ห้าปี… ใช่แล้ว ห้าปีเต็มที่เธอหายไปจากโลกที่เคยคุ้น โลกที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความทรมาน โลกที่เธอถูกพรากทุกสิ่งไปในนามของ "การแต่งงาน" การแต่งงานที่ไร้ซึ่งความรัก การแต่งงานที่ถูกบังคับโดยผู้ชายที่เธอเคยหลงรักอย่างโง่เขลา คิรากร… ชื่อนี้ยังคงก้องอยู่ในหัวใจของเธอเสมอ แม้จะพยายามผลักไสและลืมเลือนไปมากเท่าไรก็ตาม
เมษาใช้ชีวิตอย่างสันโดษ หลีกหนีจากผู้คนและสังคม เธอเลือกที่จะซ่อนตัวอยู่ในมุมเล็กๆ ของโลกใบนี้ ทำงานเล็กๆ น้อยๆ เพื่อประทังชีวิต ไม่เคยคิดที่จะกลับไปเผชิญหน้ากับอดีตอีกเลย ความแค้นที่เคยลุกโชนได้กลายเป็นถ่านที่เย็นชา ค่อยๆ เผาไหม้เธออยู่ภายในอย่างเงียบๆ แต่ความเจ็บปวดจากการถูกหักหลัง ความเจ็บปวดจากการถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรี มันยังคงฝังลึกไม่เคยจางหาย
เธอจำได้ดีถึงคืนนั้น คืนที่ทุกอย่างพังทลาย คืนที่เธอรู้ความจริงอันโหดร้ายเกี่ยวกับการแต่งงานครั้งนี้ คิรากร… ผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจ กลับมองเธอเป็นเพียงเครื่องมือ เป็นหมากตัวหนึ่งในเกมธุรกิจอันสกปรกของเขา เขาไม่เคยรักเธอเลยแม้แต่น้อย ความสัมพันธ์ทั้งหมดเป็นเพียงการหลอกลวงครั้งใหญ่
“เมษา…” เสียงเรียกชื่อของเธอที่ดังมาจากภายนอก ทำให้เมษาสะดุ้ง เธอรีบเช็ดน้ำตาที่ปริ่มขอบตา ปรับสีหน้าให้เรียบเฉย ก่อนจะเดินไปเปิดประตู
“มีอะไรคะ” เธอถามเสียงเรียบ เมื่อเห็นชายวัยกลางคนยืนอยู่หน้ากระท่อม
“มีของมาส่งครับ คุณเมษา” เขาพูดพลางยื่นกล่องพัสดุใบเล็กให้
เมษารับกล่องมาด้วยความสงสัย เธอไม่เคยสั่งซื้ออะไรเลยในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ เมื่อเปิดกล่องออก สิ่งที่อยู่ข้างในทำให้หัวใจของเธอแทบจะหยุดเต้น… มันคือรูปถ่ายใบหนึ่ง เป็นรูปของเธอสมัยยังสาว สวมชุดแต่งงาน ยืนอยู่ข้างกายคิรากร รอยยิ้มของเธอในภาพนั้นสดใสราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
“ใครส่งมาคะ” เธอถาม พยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น
“ไม่ทราบเหมือนกันครับ คนส่งบอกว่าให้มาส่งที่นี่เท่านั้น” ชายคนนั้นตอบ
เมษากลืนน้ำลาย เธอรู้ดีว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังของสิ่งนี้… คิรากร… เขาไม่ได้หายไปไหน แต่กำลังตามหาเธออยู่ตลอดเวลา
ขณะเดียวกัน ณ ใจกลางเมืองใหญ่ คิรากร ชายหนุ่มผู้เย็นชาและประสบความสำเร็จอย่างสูง กำลังกุมขมับอย่างหนัก ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยสงบนิ่ง บัดเวลานี้เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและการค้นหาอันสิ้นหวัง
“ยังไงบ้าง?” เขาถามลูกน้องคนสนิทด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
“ยังไม่พบร่องรอยของคุณเมษาเลยครับท่านประธาน” ลูกน้องคนนั้นตอบด้วยสีหน้ากังวล
คิรากรถอนหายใจเฮือกใหญ่ ห้าปีแล้ว… ห้าปีเต็มที่เขาตามหาเมษา เขาทำทุกวิถีทาง สั่งให้คนค้นหาเธอทุกซอกทุกมุมของประเทศ แต่ก็ไม่เคยมีวี่แวว
เขาจำได้ดีถึงวันที่เมษาหายตัวไป วันนั้นเธอจากไปโดยไม่บอกกล่าว ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและความสับสน คิรากรไม่เคยเข้าใจว่าทำไมเธอถึงทำเช่นนั้น เขาคิดว่าเธอคงจะโกรธเขาที่ตัดสินใจแต่งงานกับเธอโดยไม่เคยบอกความรู้สึกที่แท้จริงออกไป แต่เขาก็ไม่เคยมีโอกาสได้อธิบาย
ความจริงที่เขาเก็บงำไว้ตลอดมา มันหนักอึ้งจนแทบจะทับเขาตาย การแต่งงานครั้งนั้น ไม่ใช่เพราะเขาต้องการ แต่เป็นเพราะพ่อของเขาต้องการ เขาถูกบังคับให้แต่งงานกับเมษา เพื่อรักษาธุรกิจของครอบครัวไว้ เขาไม่เคยอยากให้เธอต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้
“ให้คนจับตาดูทุกข่าวสารที่เกี่ยวกับหญิงสาวหน้าตาคล้ายคุณเมษาให้ละเอียดกว่านี้” คิรากรสั่ง
“ครับท่านประธาน”
คิรากรเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ปิดเปลือกตาลง ภาพใบหน้าของเมษาปรากฏขึ้นในหัวของเขา ใบหน้าของหญิงสาวที่เขารู้สึกผิดต่อเธอมากที่สุด ใบหน้าของหญิงสาวที่เขา… รัก…
ใช่ เขาเพิ่งจะรู้ตัวว่าเขารักเมษา ก็ต่อเมื่อเธอหายไปจากชีวิตของเขาไปแล้ว เขาไม่เคยเข้าใจความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง จนกระทั่งต้องสูญเสียเธอไป
เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นคนเย็นชา ไร้หัวใจ แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าที่เมษาทิ้งไว้ เขากลับพบว่าหัวใจของเขาไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่คิด
“เมษา… เธออยู่ที่ไหน” เขาพึมพำกับตัวเอง
ในขณะเดียวกันที่กระท่อมเล็กๆ ของเธอ เมษากำลังนั่งมองรูปถ่ายใบนั้นด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดเข้าไปในแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดีย แล้วพิมพ์ชื่อของคิรากรลงไป
เธอเห็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของเขา เขาโพสต์รูปถ่ายของตัวเองขณะทำงาน ใบหน้าของเขาดูเคร่งเครียดกว่าที่เคยเป็น
“ยังตามหาฉันอยู่สินะ” เธอพูดพลางยิ้มมุมปาก
ความแค้นที่เคยเป็นเหมือนไฟที่เผาผลาญ ตอนนี้มันได้กลายมาเป็นพลังขับเคลื่อนให้กับเธอแทน เธอไม่ได้อยากจะแก้แค้นให้เจ็บปวดอีกต่อไปแล้ว สิ่งที่เธอต้องการคือการทวงคืน… ทวงคืนชีวิตที่เธอเคยมี ทวงคืนศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียบย่ำ ทวงคืนความยุติธรรมที่เธอควรจะได้รับ
“รออีกหน่อยนะ คิรากร” เธอพูดกับเงาของตัวเองในกระจก “ฉันกำลังจะกลับไป… พร้อมกับอะไรบางอย่างที่เธอคาดไม่ถึง”
เมษาค่อยๆ ลุกขึ้น เดินไปที่โต๊ะทำงานเล็กๆ ของเธอ หยิบสมุดบันทึกเล่มเก่าขึ้นมา เปิดอ่านหน้าสุดท้ายที่เธอเคยเขียนไว้
“ฉันจะไม่ยอมแพ้… ฉันจะกลับมา… และฉันจะทำให้เธอเสียใจ… เสียใจที่เคยทำร้ายฉัน”
น้ำตาไหลรินลงมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่หยดน้ำตาแห่งความอ่อนแอ มันคือน้ำตาแห่งความมุ่งมั่น น้ำตาแห่งการตัดสินใจ
เธอรู้ดีว่าการกลับไปครั้งนี้ มันจะไม่ง่ายเลย เธอจะต้องเผชิญหน้ากับอดีต เผชิญหน้ากับคิรากร และเผชิญหน้ากับความลับอีกมากมายที่ยังคงซ่อนเร้นอยู่
แต่เธอก็พร้อมแล้ว… พร้อมที่จะสู้… พร้อมที่จะทวงคืนทุกสิ่ง…
“ถึงเวลาแล้ว… ที่ความจริงจะต้องถูกเปิดเผย”
เมษาปิดสมุดบันทึกเล่มนั้นลงด้วยมือที่สั่นเทา เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วมองออกไปยังท้องฟ้าที่เริ่มมืดครึ้ม
“คิรากร… การรอคอยของเธอ กำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว”
เธอไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เธอไม่รู้ว่าการกลับไปครั้งนี้จะนำพาอะไรมาสู่ชีวิตของเธอ แต่สิ่งหนึ่งที่เธอรู้แน่ๆ คือ เธอจะไม่ยอมให้ชีวิตของเธอต้องถูกกำหนดโดยใครอีกต่อไป
เธอจะกลับไป… และเธอจะเขียนเรื่องราวบทใหม่ของชีวิตเธอด้วยตัวของเธอเอง…

ฉันย้อนเวลากับรุ่นพี่
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก