“ไม่ต้องขยับ!” เสียงแข็งกร้าวของผู้บุกรุกดังสะท้อนไปทั่วห้อง ราวกับจะปลุกให้เมษาและคิรากรตื่นจากภวังค์แห่งความตกใจ ร่างสูงผอมของคิรากรผลักเมษาไปข้างหลังอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณแห่งการปกป้องฉายชัดในแววตาของเขา
“เมษา หลบไป!” เขาตะโกน พลางคว้าแจกันดอกไม้ตั้งโต๊ะเข้ามาเป็นอาวุธชั่วคราว
แต่เมษาไม่ได้หลบ เธอคว้าที่ทับกระดาษโลหะหนักอึ้งที่วางอยู่ใกล้ๆ ขึ้นมา มือของเธอสั่นเทา แต่แววตาแน่วแน่ เธอยังมีภารกิจที่ต้องสะสาง และเธอจะไม่ยอมให้ใครมาขัดขวาง
“รุ่นพี่ ระวัง!” เธอร้องเตือน เมื่อหนึ่งในคนร้ายพุ่งเข้ามาหาคิรากร
การต่อสู้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เสียงปืนที่ดังขึ้นหนึ่งนัดทำให้หัวใจของเมษาหล่นวูบ เธอเบี่ยงตัวหลบอย่างฉิวเฉียด กระสุนเฉี่ยวปลายผมของเธอไปเพียงนิดเดียว
คิรากรใช้ความคล่องแคล่วของเขาหลบหลีกการโจมตีของคนร้าย พลางใช้สิ่งของรอบตัวเข้าต่อสู้ เขาไม่ได้มีทักษะการต่อสู้มากนัก แต่ความมุ่งมั่นที่จะปกป้องเมษาทำให้เขามีแรงฮึดขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ
“พวกแกเป็นใคร! ต้องการอะไร!” คิรากรตะโกนถาม พลางใช้ขาเตะเข้าที่ท้องของคนร้ายคนหนึ่ง
“แกจะไม่มีวันรู้!” คนร้ายตอบกลับอย่างหงุดหงิด
เมษาเห็นจังหวะที่คนร้ายคนหนึ่งเสียหลัก เธอพุ่งเข้าใส่ ใช้ที่ทับกระดาษฟาดเข้าที่หัวของเขาอย่างแรงจนเขาล้มลงไปกองกับพื้น
“เก่งนี่ เมษา!” คิรากรตะโกนชม ขณะที่เขาจัดการกับคนร้ายอีกคนได้สำเร็จ
เมื่อคนร้ายทั้งสองคนสลบไป คิรากรรีบวิ่งเข้าไปหาเมษา “เธอไม่เป็นอะไรนะ?” เขาถามเสียงกระหืดกระหอบ
“ไม่ค่ะ” เมษากลั้นใจตอบ พลางกุมแขนของตัวเองไว้แน่น “แต่…แต่เราต้องรีบรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น”
คิรากรพยักหน้า เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง พยายามติดต่อปลายสายเดิม แต่ก็ไร้สัญญาณตอบรับ “แย่แล้ว…ดูเหมือนเราจะถูกตัดขาดการติดต่อ”
“แล้วเรื่องที่ปลายสายบอกล่ะคะ?” เมษาถามด้วยความกังวล
“ผมไม่แน่ใจว่าเขาจะพูดอะไรได้มากแค่ไหนก่อนที่จะถูกขัดจังหวะ” คิรากรขมวดคิ้ว “แต่ผมรู้ว่าเรากำลังถูกจับตามอง และคนที่อยู่เบื้องหลังกำลังพยายามปิดปากใครบางคน…คนที่รู้ความจริง”
“แล้วเราจะทำยังไงต่อไปคะ?” เมษาถาม
“เราต้องหาหลักฐานที่คนร้ายกำลังตามหา” คิรากรตัดสินใจ “ผมจำได้ว่ามีเอกสารบางอย่างที่ผมเก็บไว้…เกี่ยวกับโครงการที่เกี่ยวข้องกับพ่อแม่ของคุณ”
“เอกสารพวกนั้นอยู่ที่ไหนคะ?”
“อยู่ที่ห้องนิรภัยส่วนตัวของผม…แต่ผมต้องไปเอามาโดยเร็วที่สุด” คิรากรพูด พลางมองไปนอกหน้าต่าง “เราต้องระวังตัวให้มาก…ผมว่าพวกมันจะกลับมาอีก”
ทั้งสองคนรีบออกจากห้องอย่างเงียบเชียบ พวกเขาเดินลัดเลาะไปตามทางเดินของคฤหาสน์ที่เคยคุ้นเคย แต่ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกไม่ปลอดภัย
“รุ่นพี่ คุณแน่ใจนะคะว่าเอกสารพวกนั้นจะช่วยเราได้?” เมษาถามขณะที่เดินตามหลังคิรากร
“ผมหวังว่าจะเป็นอย่างนั้น” คิรากรตอบ “ในเอกสารพวกนั้น มีข้อมูลเกี่ยวกับแผนการของ…ใครบางคน ที่พยายามจะฮุบกิจการของพ่อแม่คุณ…และอาจจะเกี่ยวข้องกับการตายของพวกเขาด้วย”
“หมายความว่า…เรื่องทั้งหมดมันเกี่ยวข้องกัน?” เมษาถามเสียงสั่น
“ผมคิดว่าใช่” คิรากรพยักหน้า “และผมเชื่อว่าคนที่พยายามจะฆ่าเราเมื่อกี้…ก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนการนั้น”
พวกเขามาถึงห้องทำงานของคิรากร เขาเดินตรงไปยังชั้นหนังสือขนาดใหญ่ แล้วค่อยๆ กดปุ่มลับที่ซ่อนอยู่
“นี่คือทางเข้าห้องนิรภัย” เขาอธิบาย “คุณรออยู่ตรงนี้ ผมจะรีบเอาเอกสารออกมา”
เมษาพยักหน้า เธอเฝ้ามองคิรากรด้วยใจที่เต้นระรัว
คิรากรหายเข้าไปในห้องนิรภัย ม่านเหล็กค่อยๆ ปิดลง ทิ้งเมษาไว้กับความเงียบอันน่าอึดอัด
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า เมษารู้สึกกระวนกระวาย เธอเดินไปมา พลางกวาดสายตาไปรอบๆ ห้องทำงานอย่างหวาดระแวง
ทันใดนั้น เธอได้ยินเสียงผิดปกติบางอย่างดังมาจากนอกหน้าต่าง
“รุ่นพี่!” เธอตะโกนเรียก แต่ไม่มีเสียงตอบรับ
เมษาเดินเข้าไปใกล้หน้าต่าง พลางแง้มม่านออกเล็กน้อย เธอเห็นเงาตะคุ่มของคนกลุ่มหนึ่งกำลังเคลื่อนไหวอยู่บริเวณรอบๆ คฤหาสน์
“พวกเขามาอีกแล้ว!” เธออุทาน
ในจังหวะนั้นเอง เสียงประตูก็เปิดออกอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นคิรากร เขากำลังถือแฟ้มเอกสารสีดำหนาเตอะอยู่ในมือ
“เราต้องไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!” คิรากรบอกเสียงดัง
“พวกมันมาแล้วค่ะ!” เมษาชี้ไปนอกหน้าต่าง
คิรากรหันไปมอง เขารู้ทันทีว่าสถานการณ์กำลังเลวร้ายลง
“ตามผมมา!” เขาจับมือเมษา แล้วรีบพาเธอวิ่งออกจากห้องทำงาน
พวกเขาวิ่งลงบันไดอย่างรวดเร็ว เสียงฝีเท้าของคนร้ายดังไล่หลังมาติดๆ
“ทางนี้!” คิรากรพาเมษาไปยังประตูหลังบ้านที่เชื่อมต่อกับสวน
เมื่อเปิดประตูออกไป พวกเขาก็พบกับความมืดมิดของยามค่ำคืน และกลุ่มชายชุดดำอีกกลุ่มหนึ่งกำลังรออยู่
“ถอยไป!” คิรากรตะโกน พลางยกแฟ้มเอกสารขึ้นบังเมษา
“พวกแกหนีไม่พ้นหรอก!” ชายคนหนึ่งในกลุ่มตะโกนกลับ
“รุ่นพี่ เราจะทำยังไงดีคะ?” เมษาถามเสียงสั่น
คิรากรหันมามองเธอ ดวงตาของเขาส่อแววเด็ดเดี่ยว “เราจะสู้!”
เขาหันกลับไปเผชิญหน้ากับกลุ่มคนร้าย “ถ้าพวกแกอยากได้เอกสารพวกนี้…ก็ต้องผ่านพวกเราไปให้ได้ก่อน!”
ทันใดนั้น เสียงไซเรนรถตำรวจก็ดังขึ้นจากด้านนอก
“อะไรกัน?” เหล่าคนร้ายชะงักไป
“ผมโทรแจ้งตำรวจไว้แล้ว” คิรากรบอกเมษา “หวังว่าพวกเขาจะมาถึงทันเวลา”
แต่ก่อนที่รถตำรวจจะมาถึง เหล่าคนร้ายก็ตัดสินใจที่จะไม่รอ พวกเขาพุ่งเข้าใส่คิรากรและเมษาพร้อมกัน
การต่อสู้ครั้งสุดท้ายกำลังจะเริ่มต้นขึ้น…

ฉันย้อนเวลากับรุ่นพี่
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก