เสียงระฆังโบสถ์ดังกังวานสะท้อนไปทั่วโบสถ์ที่ตกแต่งอย่างหรูหรา แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านกระจกสีบานใหญ่ เปล่งประกายหลากสีสันลงบนพื้นพรมสีแดงสด ท่ามกลางแขกเหรื่อที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีวิวาห์อันยิ่งใหญ่
น้ำชาสวมชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ ประดับด้วยลูกไม้และไข่มุกอย่างงดงาม ผมยาวถูกรวบเกล้าขึ้นอย่างสง่างาม ประดับด้วยมงกุฎเพชรที่ระยิบระยับ แต่ภายใต้ความสวยงามภายนอกนั้น หัวใจของเธอกลับเต้นระส่ำราวกับจะหลุดออกมานอกอก
เธอเดินเคียงข้างบิดาบุญธรรม ซึ่งสวมชุดสูทสีดำสนิท ใบหน้าของคุณวิวัฒน์เปื้อนยิ้ม แต่แววตาของเขากลับแฝงไปด้วยความกังวลบางอย่าง น้ำชาสัมผัสได้ถึงความกดดันที่กำลังถาโถมเข้ามาอีกครั้ง
เมื่อเธอเดินมาถึงแท่นพิธี สายตาของเธอก็ประสานเข้ากับดวงตาเย็นชาของเมธาที่ยืนรออยู่ เขาสวมชุดทักซิโด้สีดำสนิท ดูสง่างามและทรงอำนาจ แต่กลับไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความยินดีในแววตาคู่นั้น
“ยินดีด้วยนะ…คุณหนู” เสียงกระซิบแผ่วเบาของเมธาดังขึ้นเมื่อเขาเข้ามาจับมือเธอ น้ำชาสะดุ้งเล็กน้อยกับสัมผัสที่เย็นเฉียบของเขา
“ค่ะ…คุณหมอ” เธอตอบกลับอย่างสั้นๆ พยายามเก็บซ่อนความสั่นเครือในน้ำเสียง
พิธีดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางเสียงสาบานรักที่ฟังดูไพเราะ แต่สำหรับน้ำชา…มันกลับเป็นเพียงแค่ลมปากที่ไร้ความหมาย
“คุณเมธา…คุณจะรับคุณน้ำชาเป็นภรรยา…จะรักและซื่อสัตย์ต่อเธอ…ตลอดไป…ใช่หรือไม่” บาทหลวงถามด้วยน้ำเสียงอันศักดิ์สิทธิ์
เมธาเงยหน้าขึ้นมองน้ำชาอย่างตรงไปตรงมา แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว ทว่า…กลับมีประกายบางอย่างที่ทำให้เธอขนลุก
“ผมจะรับคุณน้ำชา…เป็นภรรยา” เขาเอ่ยคำสาบานออกมา แต่แทนที่จะกล่าวคำว่า “รักและซื่อสัตย์” เขากลับพูดประโยคที่ทำให้น้ำชาแทบทรุด “ผมจะดูแลเธอ…จะปกป้องเธอ…และจะทำทุกอย่าง…เพื่อตอบแทนบุญคุณ…ของท่านวิวัฒน์”
คำพูดนั้นทำให้น้ำชาใจหายวาบ เธอรู้ดีว่านี่คือ “คำสาบาน” ที่เมธาให้ไว้…คำสาบานที่เย็นชา…ไร้ซึ่งความรัก…ราวกับเธอเป็นเพียงแค่สิ่งของที่ถูกซื้อมา…ไม่ใช่คู่ชีวิต
“และคุณน้ำชา…คุณจะรับคุณเมธาเป็นสามี…จะรักและซื่อสัตย์ต่อเขา…ตลอดไป…ใช่หรือไม่” บาทหลวงหันมาถามน้ำชา
น้ำชาเม้มริมฝีปากแน่น เธอสบตาเมธาอีกครั้ง เห็นเพียงความว่างเปล่าในดวงตาคู่นั้น…เธอไม่สามารถตอบคำสาบานที่ไร้ความหมายได้
“หนู…หนูจะ…ดูแล…และ…อยู่เคียงข้าง…คุณเมธา…ตามที่ท่านวิวัฒน์…ได้สั่งไว้ค่ะ” เธอตอบอย่างยากลำบาก พยายามกลั้นน้ำตาที่กำลังจะเอ่อล้น
คำตอบของเธอทำให้เมธากระตุกมุมปากเล็กน้อย ราวกับจะเย้ยหยันในชะตากรรมของเธอ
“เช่นนั้น…ตามกฎแห่งศาสนา…และกฎแห่งมนุษย์…ข้าพเจ้าขอประกาศให้…คุณเมธา…และคุณน้ำชา…เป็นสามีภรรยากัน…พระเจ้า…ทรงอวยพร…คุณทั้งสอง”
เสียงปรบมือดังขึ้นรอบตัว น้ำชาได้แต่ก้มหน้าลงมองพื้น รู้สึกเหมือนกำลังถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น
เมื่อพิธีเสร็จสิ้น เมธาหันมาจับมือเธออีกครั้ง ก่อนจะกระชับมือแน่นขึ้นจนน้ำชารู้สึกเจ็บ
“ยินดีด้วย…คุณภรรยา” เขาพูดเสียงเยียบเย็น “จากนี้ไป…คุณต้องอยู่ภายใต้กฎของผม…ทุกอย่าง…ไม่มีข้อยกเว้น”
น้ำชาเงยหน้ามองเขาอย่างสงสัย “กฎ…อะไรคะ”
“กฎที่ผมจะวางไว้…เพื่อรักษาความลับของเรา…และเพื่อ…ความสงบสุข…ของทุกฝ่าย” เมธาพูดพลางบีบมือเธอเบาๆ “คุณมีหน้าที่…ทำตาม…แค่นั้น”
ความลับ? กฎ? น้ำชาไม่เข้าใจเลยว่าเขาพูดถึงเรื่องอะไร แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงอำนาจที่เขาแผ่ออกมา
“แล้ว…ถ้าหนูไม่ทำตามล่ะคะ” น้ำชาถามท้าทาย
เมธายิ้มบางๆ “คุณ…ไม่มีทางเลือก…คุณน้ำชา…จำไว้…ว่าคุณ…เป็นของผม…ไปตลอดกาล”
คำพูดนั้นทำให้น้ำชาสะท้านไปทั้งตัว เธอรู้ดีว่าเธอได้ก้าวเข้าสู่เกมที่อันตราย…เกมที่เธออาจจะไม่มีวันชนะ
ในงานเลี้ยงฉลองที่จัดขึ้นอย่างหรูหรา น้ำชาพยายามทำหน้าที่ภรรยาที่ดี แต่เธอกลับรู้สึกเหมือนเป็นเพียงตัวตลกในงานสังคมที่เธอไม่คุ้นเคย
เธอเห็นเมธากำลังพูดคุยกับแขกเหรื่ออย่างสนิทสนม ใบหน้าของเขาดูเป็นมิตร แต่เมื่อสายตาของเขากวาดมาเจอเธอ…ก็กลับกลายเป็นความเย็นชาอีกครั้ง
“คุณน้ำชา…มานี่สิ” เมธาเรียกเธอ “คุณต้องทักทายแขก…และทำตัวให้สมกับเป็นภรรยาของผม”
น้ำชาเดินไปหาเขาอย่างจำใจ “สวัสดีค่ะ” เธอเอ่ยกับแขกแต่ละคนอย่างสุภาพ
“นี่คือ…คุณน้ำชา…ภรรยาของผม” เมธาแนะนำเธอให้แขกทุกคนรู้จัก ราวกับจะประกาศให้โลกรู้ว่าเธอเป็นของเขา…เพียงผู้เดียว
เมื่อกลับมายังคฤหาสน์หลังใหญ่ที่กลายเป็นเรือนหอของทั้งคู่ น้ำชารู้สึกเหนื่อยล้าอย่างบอกไม่ถูก
“ห้องของคุณ…อยู่ทางปีกซ้าย…ห้องของผม…อยู่ทางปีกขวา” เมธากล่าว “เราจะ…ไม่นอนห้องเดียวกัน…จนกว่า…ผมจะอนุญาต”
น้ำชาตาเบิกกว้าง “อะไรนะคะ! แล้ว…แล้วทำไมคะ”
“เพราะ…ผมยัง…ไม่ต้องการ” เมธาตอบเสียงเรียบ “และ…คุณ…ก็มีหน้าที่…ทำตาม…แค่นั้น”
น้ำชาแทบจะระเบิดอารมณ์ออกมา เธอรู้สึกเหมือนถูกกดขี่อย่างรุนแรง “แต่…เราแต่งงานกันแล้วนะคะ!”
“ใช่…เราแต่งงานกันแล้ว…แต่…มันก็แค่…นามสมมติ” เมธากล่าว ก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้น้ำชายืนตัวสั่นด้วยความโกรธและผิดหวัง
คืนนั้น น้ำชานอนอยู่ในห้องนอนที่กว้างขวางแต่กลับรู้สึกอ้างว้าง เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเมธาถึงทำกับเธอเช่นนี้ ความลับอะไรที่เขาต้องการปกป้อง? และความลับอะไรที่เธอเองก็กำลังแบกรับอยู่?
เธอหยิบรูปถ่ายใบเก่าขึ้นมาดูอีกครั้ง รูปของเธอกับเด็กหญิงที่หน้าตาคล้ายกัน…น้องแพรว…น้องสาวของเมธา…
น้ำชาตระหนักได้ว่า…การแต่งงานครั้งนี้…ไม่ใช่แค่การใช้หนี้บุญคุณ…แต่มันคือ…จุดเริ่มต้นของเกมรัก…เกมที่เต็มไปด้วยความลับ…และความเจ็บปวด…
เธอได้ยินเสียงฝีเท้าของเมธาเดินผ่านหน้าห้องไป…เขาจะไปไหน? หรือว่า…เขากำลังจะไปหา…ใครบางคน?
น้ำชาลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว เธอตัดสินใจแล้ว…เธอจะต้องตามหาความจริง…ไม่ว่ามันจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม…
เธอแอบเปิดประตูออกไปเงียบๆ…และเห็นร่างของเมธาเดินหายลับไปในความมืด…
ในขณะที่เธอกำลังจะก้าวตามเขาออกไป…สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็น…ซองจดหมายสีขาว…ที่ถูกวางไว้ที่หน้าประตูห้องของเมธา…
ซองจดหมาย…ที่เหมือนกับซองที่เธอเคยได้รับ…

เกมรักแม่เลี้ยงเดี่ยวเย็นชา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก