ลมหายใจของแพรดาวติดขัดราวกับถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งความจำใจ เธอตอบตกลงแต่งงานกับภาคย์! คำพูดนั้นดังก้องอยู่ในหัวของเธอ ราวกับเสียงระฆังแห่งหายนะ ที่กำลังจะนำพาเธอไปสู่วังวนแห่งความเจ็บปวดอีกครั้ง การแต่งงานในนาม? เงื่อนไขที่เธอยื่นออกไป ฟังดูง่ายดาย แต่เธอก็รู้ดีว่ามันจะไม่ง่ายเลยสักนิด
“ตกลง” คำตอบรับสั้นๆ ของภาคย์ ฟังดูเหมือนเป็นการประชดประชันมากกว่าความยินดี แพรดาวมองเข้าไปในดวงตาของเขา พยายามจะหาแววของความรู้สึกใดๆ แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่าเย็นชา ราวกับกำลังมองภูเขาน้ำแข็ง
“ดีครับ” ภาคย์ยืนขึ้น “ผมจะแจ้งให้คุณพ่อทราบ”
แพรดาวเองก็ยืนขึ้น ใบหน้าของเธอเรียบเฉย แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยพายุอารมณ์ ความโกรธ ความเกลียดชัง และความรู้สึกเหมือนถูกทรยศซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“คุณจะแจ้งให้ใครทราบก็ได้ค่ะ” แพรดาวพูดเสียงเรียบ “แต่จำไว้ว่า... เราสองคนไม่มีอะไรผูกพันกันทั้งสิ้น”
“ผมทราบดีครับ” ภาคย์ยิ้มมุมปากเล็กน้อย “และคุณก็ทราบดีเช่นกัน ว่านี่เป็นเพียงการแสดง”
คำว่า “การแสดง” ของภาคย์ ยิ่งทำให้แพรดาวรู้สึกเหมือนถูกย่ำยี เธอไม่เข้าใจว่าทำไมโชคชะตาถึงได้เล่นตลกกับเธอถึงเพียงนี้
“ฉันจะขอตัวค่ะ” แพรดาวพูด “และขอให้คุณ... ออกไปจากบ้านของฉันได้แล้ว”
ภาคย์พยักหน้าช้าๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องรับแขกไป ทิ้งให้แพรดาวอยู่เพียงลำพังกับความรู้สึกที่ท่วมท้น
ตลอดระยะเวลาหลายสัปดาห์หลังจากนั้น ชีวิตของแพรดาวก็เหมือนตกอยู่ในฝันร้าย การเตรียมงานแต่งงานที่เร่งรีบถูกปกคลุมไปด้วยความตึงเครียดที่มองเห็นได้ชัดเจน ทุกการพูดคุย ทุกการวางแผน ล้วนเต็มไปด้วยการเย้ยหยันและเสียดสีระหว่างเธอกับภาคย์
“คุณแน่ใจนะว่าชุดนี้เหมาะกับคุณ” ภาคย์เอ่ยขณะที่เธอลองชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ “ดูเหมือนจะเล็กไปหน่อยนะ”
“มันพอดีสำหรับฉันค่ะ” แพรดาวสวนกลับทันควัน “แต่ถ้าคุณอยากให้ฉันใส่ชุดที่ใหญ่กว่านี้... ก็อาจจะต้องไปหาชุดที่ใหญ่กว่าเดิมให้”
ภาคย์หัวเราะในลำคอ “ผมแค่เป็นห่วงว่า... คุณจะหายใจไม่ออก”
“ฉันจะหายใจไม่ออกก็ต่อเมื่อต้องอยู่ใกล้คุณนานๆ ค่ะ” แพรดาวตอบอย่างไม่ยี่หระ
การเลือกแหวนแต่งงานก็เช่นกัน ภาคย์หยิบแหวนเพชรเม็ดเป้งขึ้นมา “นี่ครับ สำหรับคุณ”
แพรดาวมองแหวนด้วยสายตาเย็นชา “ฉันมีแหวนของฉันอยู่แล้วค่ะ” เธอหยิบแหวนที่เธอออกแบบเองออกมาโชว์ “แหวนวงนี้... มีความหมายกับฉันมากกว่าเพชรเม็ดโตที่คุณจะมอบให้”
“ความหมาย?” ภาคย์เลิกคิ้ว “ความหมายคืออะไรครับ”
“คือความทรงจำของคนที่รักฉันจริงๆ” แพรดาวพูดพร้อมกับมองหน้าภาคย์อย่างท้าทาย
ภาคย์เงียบไปครู่หนึ่ง แววตาของเขาฉายแววบางอย่างที่แพรดาวอ่านไม่ออก ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ผมหวังว่า... ความทรงจำของคุณจะพาคุณไปสู่ความสุขที่แท้จริงนะครับ”
วันแต่งงานมาถึงอย่างรวดเร็ว ราวกับพายุที่พัดถล่มชีวิตของแพรดาวให้ปั่นป่วนไปหมด พิธีถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความยิ่งใหญ่ตามฐานะของสองตระกูล แพรดาวในชุดเจ้าสาวสีขาวสง่า เดินเข้าโบสถ์ไปพร้อมกับบิดา หัวใจของเธอเต้นระรัว ราวกับจะหลุดออกมานอกอก
เมื่อเธอเดินไปถึงแท่นบูชา ภาคย์ยืนรออยู่แล้ว ใบหน้าของเขาเรียบเฉย แต่แววตาของเขาดูแข็งกร้าว แพรดาวมองเข้าไปในดวงตาของเขา พยายามจะอ่านความรู้สึกที่ซ่อนเร้น แต่ก็ไม่พบสิ่งใดนอกจากความเย็นชา
“คุณภาคย์” บาทหลวงเอ่ย “คุณรับ... คุณแพรดาว เป็นภรรยาของคุณใช่หรือไม่”
ภาคย์มองแพรดาว ก่อนจะตอบเสียงหนักแน่น “ผมรับครับ”
“คุณแพรดาว” บาทหลวงหันมาทางเธอ “คุณรับ... คุณภาคย์ เป็นสามีของคุณใช่หรือไม่”
แพรดาวสูดลมหายใจลึกๆ “ฉันรับค่ะ” เธอตอบเสียงแผ่วเบา แต่คำตอบนั้นกลับดังสะท้อนก้องอยู่ในโบสถ์
เมื่อแหวนแต่งงานถูกสวมเข้าที่นิ้วของกันและกัน แพรดาวรู้สึกราวกับถูกตรึงไว้ด้วยพันธนาการที่มองไม่เห็น เธอสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากมือของภาคย์ แต่กลับรู้สึกเหมือนถูกแช่แข็ง ราวกับมือคู่นั้นคือมือของปีศาจร้าย
“ต่อจากนี้ไป... คุณคือภรรยาของผม” ภาคย์กระซิบข้างหูเธอ ในขณะที่แขกเหรื่อกำลังปรบมือแสดงความยินดี “อย่าลืม... ว่านี่เป็นการแสดง”
คำพูดของภาคย์ ทำให้แพรดาวแทบจะยืนไม่อยู่ เธอพยายามฝืนยิ้มให้แขกเหรื่อ แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความขมขื่น
คืนวันฮันนีมูนถูกกำหนดไว้ในรีสอร์ทหรูริมทะเล แต่สำหรับแพรดาว มันไม่ใช่ฮันนีมูน แต่เป็นฝันร้าย เธอพยายามจะหลีกเลี่ยงภาคย์เท่าที่จะทำได้ แต่เขากลับพยายามเข้ามาใกล้เธอเสมอ
“คุณจะทำอะไร” แพรดาวถามด้วยความตกใจ เมื่อภาคย์เดินเข้ามาหาเธอในห้องพัก
“ผมแค่จะมา... ทำหน้าที่สามี” ภาคย์ตอบพร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยัน
“อย่ามาใกล้ฉันนะ!” แพรดาวตะคอก “ฉันบอกแล้วไงว่าเราแต่งงานกันแค่ในนาม!”
“แต่ในนาม... ก็ต้องมีบางอย่างที่แสดงให้คนอื่นเห็น” ภาคย์พูดพลางเดินเข้ามาใกล้ “ไม่อย่างนั้น... พวกเขาจะสงสัย”
แพรดาวถอยหนีจนหลังชนผนัง หัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความหวาดกลัว เธอเห็นแววตาของภาคย์ที่เปลี่ยนไป แววตาที่เหมือนจะพร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่างให้มอดไหม้
“คุณกำลังจะทำอะไร!” แพรดาวถามอย่างหวาดหวั่น
ภาคย์หยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่แทบจะไม่มี “ผมกำลังจะ... แสดงให้คุณเห็น ว่าผมไม่ใช่คนใจร้ายอย่างที่คุณคิด”
“ฉันไม่ต้องการเห็นอะไรทั้งนั้น!” แพรดาวตะโกน “ฉันเกลียดคุณ!”
คำว่า “เกลียด” ของแพรดาว เหมือนมีดที่กรีดเข้าไปในหัวใจของภาคย์ เขาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยกมือขึ้นมาแตะที่แก้มของเธอเบาๆ
“ผมรู้ครับ” ภาคย์พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง “แต่บางที... ความเกลียดชัง ก็อาจจะกลายเป็นความรักก็ได้”
แพรดาวมองเข้าไปในดวงตาของภาคย์ เธอเห็นอะไรบางอย่างที่แตกต่างไปจากเดิม เห็นความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ความเย็นชาของเขา แต่เธอก็ยังไม่แน่ใจว่าเธอจะสามารถให้อภัยเขาได้หรือไม่
“คุณคิดว่ามันเป็นไปได้หรือไง” แพรดาวถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ผมไม่รู้” ภาคย์ตอบ “แต่เราจะลองดูกัน”
ก่อนที่แพรดาวจะได้ตอบอะไร ภาคย์ก็โน้มตัวลงมาจุมพิตเธออย่างแผ่วเบา แพรดาวรู้สึกราวกับถูกไฟช็อต หัวใจของเธอเต้นแรงยิ่งกว่าเดิม ประกายไฟแห่งความเกลียดชังที่เคยลุกโชน บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนจนเธอเองก็ไม่อาจเข้าใจ
แต่ทันใดนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของภาคย์ก็ดังขึ้น ทำให้เขาผละออกจากเธอไปทันที เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ใบหน้าของเขาซีดเผือด ราวกับเห็นผี
“ใครโทรมาคะ” แพรดาวถามอย่างสงสัย
ภาคย์ไม่ตอบ เขาเพียงแต่มองหน้าแพรดาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและความตื่นตระหนก “ผม... ต้องไปเดี๋ยวนี้”
“จะไปไหน” แพรดาวถามอย่างไม่เข้าใจ
“มีเรื่องด่วนครับ” ภาคย์รีบตอบ “ผมขอโทษนะแพรดาว”
ว่าแล้วภาคย์ก็รีบวิ่งออกจากห้องไป ทิ้งให้แพรดาวอยู่เพียงลำพังอีกครั้ง พร้อมกับคำถามที่ค้างคาในใจ... ใครโทรมา? และเกิดอะไรขึ้นกับภาคย์?
สัญญาหวาน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก