ชีวิตในคฤหาสน์วรเวชของ "พราว" ช่างแตกต่างราวฟ้ากับเหวจากชีวิตเดิมที่เธอเคยอยู่ เธอเคยเป็นเพียงเลขาธรรมดา ที่ทำงานหนักเพื่อเลี้ยงดูตัวเองและส่งเงินให้ครอบครัว แต่บัดนี้ เธอกลับกลายเป็น "ภรรยา" ของมหาเศรษฐีผู้เยือกเย็น ผู้ซึ่งมีอำนาจควบคุมทุกย่างก้าวของเธอ
วันเวลาผ่านไปราวกับถูกแช่แข็ง ทุกเช้า เธอจะตื่นขึ้นมาในความเงียบสงัดของคฤหาสน์ใหญ่โตแห่งนี้ ทานอาหารเช้าคนเดียวในห้องอาหารที่ใหญ่เกินความจำเป็น แล้วก็ใช้เวลาทั้งวันไปกับการสำรวจคฤหาสน์อันกว้างใหญ่ราวกับเขาวงกต หรือไม่ก็พยายามทำความเข้าใจเอกสารเก่าแก่ที่เธอพบในห้องสมุดของเธียร ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเบาะแสบางอย่างเกี่ยวกับความลับที่ผูกมัดชีวิตของเธอไว้กับเขา
เธียร... เขาแทบไม่เคยปรากฏตัวให้เธอเห็นในตอนกลางวัน เขาจะออกไปทำงานแต่เช้าตรู่ และกลับมาดึกดื่นจนเธอหลับไปแล้ว มีเพียงบางครั้งที่เธอจะได้พบเขาในห้องอาหารยามค่ำคืน ซึ่งเขาก็จะนั่งทานอาหารอย่างเงียบๆ ตรงข้ามกับเธอ ราวกับเป็นเพียงคนแปลกหน้าสองคนที่บังเอิญมานั่งร่วมโต๊ะกัน
"คุณทานอะไรเพิ่มไหมครับ?" พนักงานเสิร์ฟจะถามเธอเสมอ
"ไม่ค่ะ ขอบคุณค่ะ" พราวจะตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่ดูราวกับจะฝืน
เธอพยายามจะสร้างบทสนทนาเล็กๆ น้อยๆ กับเธียรเสมอ แต่ทุกครั้งกลับจบลงด้วยความเงียบงัน หรือคำตอบสั้นๆ ที่ทำให้เธอรู้สึกว่ากำลังคุยกับกำแพง
"วันนี้เป็นไงบ้างครับ?" เธอเคยถาม
"ก็เหมือนเดิม" เธียรตอบ พลางก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสาร
"คุณ... คิดถึงเรื่อง... อุบัติเหตุวันนั้นบ้างไหมครับ?" เธอเคยถาม ด้วยความหวังว่าเขาจะเปิดใจ
เธียรเงยหน้าขึ้นมองเธอ ดวงตาของเขาทอประกายเย็นชา "คุณถามเรื่องนี้ทำไม?"
"หนู... แค่อยากเข้าใจ..." พราวน้ำเสียงสั่นเครือ
"คุณไม่ต้องเข้าใจอะไรทั้งนั้น" เธียรบอกเสียงเฉียบขาด "หน้าที่ของคุณคืออยู่ที่นี่... และทำตามคำสั่ง"
คำสั่ง... นั่นคือสิ่งที่พราวได้ยินบ่อยที่สุดจากปากของเธียร เขาจะออกคำสั่งให้เธอไปจัดการเรื่องเอกสารบางอย่าง หรือให้เธอไปหาข้อมูลบางอย่าง แต่ไม่เคยมีคำสั่งที่แสดงถึงความใส่ใจ หรือความห่วงใยใดๆ เลย
คืนวันหนึ่ง พราวสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก เธอรู้สึกกระหายน้ำอย่างรุนแรง เธอค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียง เดินออกจากห้องนอนอันมืดมิดไปตามโถงทางเดินอันเงียบสงัด
ขณะที่เธอกำลังจะเดินผ่านหน้าห้องทำงานของเธียร เธอก็ได้ยินเสียงกระซิบดังออกมาจากข้างใน
"พ่อ... ผมทำตามที่พ่อสั่งทุกอย่างแล้ว... ผมแต่งงานกับเธอแล้ว... แต่... ผม... ผมยังไม่สามารถทำในสิ่งที่พ่อต้องการได้..."
เสียงนั้น... ช่างแผ่วเบา... เจือปนด้วยความเจ็บปวด... มันคือเสียงของเธียร... สามีของเธอ... แต่ในน้ำเสียงนั้น... พราวไม่เคยได้ยินมาก่อน...
"ผม... ผมไม่รู้ว่าผมจะทนได้นานแค่ไหน... ที่ต้องทำแบบนี้... มัน... มันทรมานเหลือเกิน..."
พราวหยุดนิ่งอยู่ที่หน้าประตูห้องทำงาน เธอไม่กล้าที่จะขยับไปไหน ภาพลักษณ์ของเธียรผู้เย็นชาและไร้หัวใจที่เธอเคยเห็น มันกำลังพังทลายลง เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงต้องพูดแบบนั้น? เขาถูกบังคับให้ทำอะไร? และใครคือ "พ่อ" ที่เขาพูดถึง?
เธออยากจะเปิดประตูเข้าไปหาเขา... อยากจะปลอบโยนเขา... แต่เธอก็รู้ดีว่าเขาได้บอกไว้แล้วว่า "เราจะอยู่กันแบบต่างคนต่างอยู่"
เธอค่อยๆ ถอยหลังกลับไปเงียบๆ ราวกับเป็นเงาที่มองไม่เห็น ก่อนจะกลับไปที่ห้องของตัวเอง
ในวันต่อมา พราวตัดสินใจว่าจะต้องหาทางรู้ความจริงให้ได้ เธอเริ่มรื้อค้นเอกสารเก่าๆ ที่เธอพบในห้องสมุดอีกครั้ง ครั้งนี้ เธอตั้งใจจะหาความเชื่อมโยงระหว่าง "อุบัติเหตุ" กับ "เธียร" และ "พ่อของเขา"
เธอพบรูปถ่ายเก่าๆ ใบหนึ่งในแฟ้มเอกสาร เป็นรูปของชายหญิงคู่หนึ่งที่ดูเหมือนจะมีความสุขมาก ชายในรูปดูคุ้นๆ... มันคือคุณสมชาย... แต่ผู้หญิงที่ยืนข้างๆ เขา... คือใคร? เธอดูคล้ายกับ... แม่ของเธอ... แต่ไม่เหมือนเสียทีเดียว
อีกภาพหนึ่ง เป็นรูปของเธียรในวัยเด็ก กำลังยืนอยู่กับชายสูงวัยคนหนึ่งที่ดูเคร่งขรึม... นั่นคือ "ท่านประธานวรเวช" พ่อของเธียร... และที่น่าตกใจคือ... ในมือของท่านประธานวรเวช... กำลังถือสร้อยคอเส้นหนึ่ง... ที่มีจี้เป็นรูปดาว... จี้ที่คล้ายกับจี้ที่พราวมักจะสวมใส่อยู่เสมอ...
"เป็นไปได้ยังไง?" พราวอุทานเบาๆ
เธอรีบวิ่งไปหยิบสร้อยคอเส้นนั้นออกมาจากใต้เสื้อนอน มันเป็นสร้อยคอที่แม่ของเธอเคยให้ไว้ก่อนจะเสียชีวิต
"T + P" สลักอยู่ที่ด้านหลังของจี้รูปดาว...
หัวใจของพราวเต้นระรัว ความจริงอันน่าเหลือเชื่อกำลังจะถูกเปิดเผย...
เธอหยิบแหวนวงเก่าแก่ที่เธอพบในกล่องกำมะหยี่ขึ้นมาอีกครั้ง สัญลักษณ์ "T + P" ที่สลักอยู่ด้านใน... มันคือสิ่งเดียวกันกับที่สลักอยู่บนจี้สร้อยคอของเธอ!
"T... คือ เธียร? P... คือ พราว? แล้ว... แล้วแม่ของหนูล่ะคะ?"
ภาพใบหน้าของคุณสมชายที่กำลังอ้อนวอนเธอให้เซ็นสัญญา... แววตาที่เจ็บปวดของเธียรในคืนนั้น... ทุกอย่างเริ่มปะติดปะต่อกันอย่างน่าหวาดหวั่น
"อุบัติเหตุ... มันไม่ใช่แค่อุบัติเหตุ... มันคือ... การแก้แค้น?"
ทันใดนั้นเอง ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดออกอย่างแรง เธียรยืนอยู่ที่หน้าประตู ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชา แต่ในดวงตาของเขากลับมีประกายบางอย่างที่พราวไม่เคยเห็นมาก่อน... ความเจ็บปวด... ความโกรธ... และ... ความเสียใจ?
"คุณกำลังทำอะไร?" เธียรเอ่ยถามเสียงเย็น
พราวยืนตัวแข็งทื่อ ในมือยังคงกำสร้อยคอและแหวนไว้แน่น เธอรู้ว่าเธอได้ก้าวล้ำเส้นที่เธียรขีดไว้แล้ว... และเธออาจจะต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายที่สุด...
"หนู... หนูเจอสิ่งนี้ค่ะ" พราวชูสร้อยคอและแหวนขึ้น "แล้ว... หนู... หนูสงสัยว่า... ทำไม... ทำไมมันถึงมีสัญลักษณ์เดียวกันกับ... แหวนที่คุณ... เอ่อ... คุณเธียร"
เธียรเดินเข้ามาใกล้พราวช้าๆ ดวงตาของเขาจับจ้องอยู่ที่สร้อยคอและแหวนในมือเธอ สีหน้าของเขาดูราวกับจะแตกสลาย
"คุณ... คุณบอกความจริงกับหนูได้ไหมคะ? คุณพ่อของคุณ... กับแม่ของหนู... ความลับนั้น... มันคืออะไรกันแน่คะ?" พราวเอ่ยถามด้วยเสียงสั่นเครือ
เธียรหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ยากจะปิดบัง เขาเงยหน้าขึ้นมองพราว ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยน้ำตาที่คลออยู่
"มัน... มันไม่ใช่ความลับ... ที่คุณคิด..." เธียรพูดเสียงแผ่วเบา... "มันคือ... การแก้แค้น... ที่... ที่ผม... กำลังจะทำร้ายคุณ..."
ก่อนที่พราวจะได้ประมวลผลคำพูดนั้น... เธียรก็คว้าสร้อยคอและแหวนไปจากมือของเธออย่างแรง... และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... เขาได้ผลักเธอ...
พราวเสียหลัก... ก้าวถอยหลังไป... ร่างกายของเธอเซถลา... และเธอก็เสียการทรงตัว...
"อ๊ากกกกก!"
เสียงร้องของพราวสะท้อนไปทั่วห้อง ก่อนที่ร่างของเธอจะร่วงหล่นลงไป...
ฉันถูกซื้อหัวใจกับเลขา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก