"ผู้หญิงคนนั้น... เธอดูคุ้นตาเหลือเกิน" เสียงกระซิบแผ่วเบาจากริมฝีปากของภาคินดังขึ้นขณะที่สายตาคมกริบของเขากวาดมองไปทั่วห้องโถงอันหรูหราของงานกาล่าการกุศลแห่งหนึ่ง แสงไฟระยิบระยับสะท้อนกับชุดราตรีของแขกเหรื่อมากมาย แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเขาไม่ใช่ความงามเหล่านั้น หากแต่เป็นร่างบอบบางที่ยืนอยู่เพียงลำพัง ณ มุมห้อง คล้ายกับกำลังหลีกเลี่ยงสายตาของผู้คน
พิม... ชื่อนั้นผุดขึ้นมาในหัวของเขาอย่างอัตโนมัติ แม้เวลาจะล่วงเลยไปหลายเดือนนับตั้งแต่เธอหายหน้าไปจากชีวิตเขาอย่างกะทันหัน แต่ภาพลักษณ์ของเธอ เล่ห์เหลี่ยมอันแสนชาญฉลาด และดวงตาที่เคยเปี่ยมไปด้วยความภักดี กลับฝังแน่นอยู่ในความทรงจำของภาคินอย่างยากจะลบล้าง
แต่หญิงสาวตรงหน้า... เธอเปลี่ยนไปมาก
ไม่ใช่เพียงแค่ชุดราตรีสีแดงเลือดนกที่ขับเน้นรูปร่างอันงดงามขึ้นไปอีก แต่เป็นแววตาที่เคยอ่อนหวาน บัดนี้กลับฉายแววกร้าวแกร่งราวกับเพชรที่ผ่านการเจียระไนมานับครั้งไม่ถ้วน ใบหน้าของเธอที่เคยดูบอบบาง บัดนี้กลับเชิดขึ้นอย่างมั่นใจ ยืนหยัดอย่างสง่าผ่าเผยราวกับจะประกาศให้โลกรู้ว่าเธอไม่ใช่พิมคนเดิมอีกต่อไป
ภาคินรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนบางอย่างที่แล่นผ่านร่างกาย เขาเดินตรงเข้าไปหาเธอทันที โดยไม่สนใจสายตาที่จับจ้องจากแขกคนอื่นๆ พิมเองก็รู้สึกถึงสายตาที่คุ้นเคยที่กำลังจ้องมองมา เธอรู้ดีว่าใครคือเจ้าของสายตานั้น หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามควบคุมหัวใจที่เต้นแรงให้กลับมาเป็นปกติ
"คุณ..." เสียงของภาคินแหบพร่าเล็กน้อยเมื่อเอ่ยทัก
พิมหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาอย่างช้าๆ รอยยิ้มที่มุมปากของเธอปรากฏขึ้นอย่างเยือกเย็น "ท่านประธานภาคิน... ไม่คิดว่าจะมาเจอท่านที่นี่" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ไร้ซึ่งความประหม่าที่เคยมีให้เขา
ภาคินจ้องมองเธออย่างพิจารณา พยายามค้นหาเศษเสี้ยวของเลขาคนเดิมที่เขาเคยรู้จัก แต่กลับพบเพียงผู้หญิงที่แข็งแกร่งและสง่างามกว่าที่เคยเป็น "ผมก็ไม่คิดว่าจะเจอคุณเหมือนกัน คุณ... ทำงานที่นี่หรือครับ?" เขาถามอย่างตรงไปตรงมา
คำถามนั้นทำให้พิมหัวเราะในลำคอเบาๆ "จะว่าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ" เธอตอบ พลางมองสำรวจชุดสูทหรูหราของเขา "ท่านประธานยังคงดูดีเหมือนเดิมนะคะ"
"แล้วคุณล่ะ... คุณหายไปไหนมาตั้งนาน?" ภาคินถามต่อ เสียงของเขาเต็มไปด้วยความกังวลที่พยายามซ่อนไว้ "ผมเป็นห่วงคุณ"
คำว่า "เป็นห่วง" จากปากของภาคิน ทำให้พิมรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างกระตุกในใจ แต่เธอสะบัดความคิดนั้นทิ้งไปอย่างรวดเร็ว "ฉันสบายดีค่ะ" เธอตอบสั้นๆ "และตอนนี้ฉันก็มีชีวิตที่ดีของฉันแล้ว"
"ชีวิตที่ดีของคุณ... โดยไม่มีผม?" ภาคินถาม น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความเจ็บปวดที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้
พิมเงยหน้ามองเขา ดวงตาของเธอสบกับดวงตาของเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง "ใช่ค่ะ" เธอตอบชัดถ้อยชัดคำ "ชีวิตที่ดีของฉัน... คือชีวิตที่ไม่มีความลับ ความเจ็บปวด หรือการทรยศหักหลัง"
คำพูดนั้นราวกับมีดที่กรีดแทงเข้าไปในหัวใจของภาคิน เขารู้ดีว่าเธอหมายถึงอะไร และเขาก็รู้ดีว่าเขาเป็นต้นเหตุของความเจ็บปวดเหล่านั้น "พิม... ผมเสียใจ" เขาพูดออกมาอย่างหมดเปลือก "ผมรู้ว่าผมทำผิดพลาดไปมาก ผมอยากจะขอโทษคุณ"
"คำขอโทษ... บางครั้งก็สายเกินไปนะคะ ท่านประธาน" พิมกล่าว พลางก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ราวกับจะสร้างกำแพงกั้นระหว่างเธอกับเขา "ฉันไม่อยากจะพูดเรื่องเก่าๆ ที่นี่"
"แต่เราต้องคุยกัน!" ภาคินยืนกราน เขาไม่อยากปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไปอีก "ผมมีเรื่องสำคัญจะบอกคุณ"
"เรื่องสำคัญอะไรคะ?" พิมถาม พลางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "เรื่องที่คุณจะเสนอให้ฉันกลับไปเป็นเลขาของคุณอีกครั้ง หรือเรื่องที่คุณจะเสนอให้ฉันกลับไปเป็น... ของคุณ?"
คำพูดนั้นทำให้ภาคินหน้าซีดเผือด เขารู้ว่าเธอพูดประชดประชัน แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมรับความจริง "ผม... ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น"
"งั้นท่านประธานหมายความว่าอะไรคะ?" พิมถามต่ออย่างเยือกเย็น "ช่วยอธิบายให้ฉันฟังหน่อย"
ภาคินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจพูดความจริงบางส่วนออกไป "ผม... ผมมีข่าวเกี่ยวกับลูกของเรา"
คำว่า "ลูกของเรา" ทำให้พิมถึงกับชะงัก ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ "ลูก... ของเรา?" เธอทวนคำอย่างไม่เชื่อหู
"ใช่" ภาคินพยักหน้า "ผมรู้เรื่องลูกของเราแล้ว... ผมรู้ว่าคุณมีลูกกับผม"
ความจริงที่ถูกเปิดเผยออกมา ทำให้บรรยากาศรอบตัวของทั้งคู่เริ่มหนาแน่นไปด้วยความตึงเครียด แขกคนอื่นๆ ที่เดินผ่านไปมา ต่างก็มองมาที่พวกเขาด้วยความสงสัย แต่ทั้งพิมและภาคินกลับไม่สนใจสิ่งรอบข้างอีกต่อไป
"ท่านประธานรู้ได้อย่างไร?" พิมถาม เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย
"ผม... ผมมีคนที่คอยสืบเรื่องของคุณ" ภาคินตอบอย่างอึดอัด "ผมรู้ว่าคุณกำลังจะให้กำเนิดลูกของเรา... และผมอยากจะรับผิดชอบ"
"รับผิดชอบ?" พิมหัวเราะอย่างเย้ยหยัน "ท่านประธานคิดว่าจะมา 'รับผิดชอบ' ตอนนี้เนี่ยนะคะ? หลังจากที่ท่านทิ้งฉันไปโดยไม่ใยดี? หลังจากที่ท่านทำให้ฉันต้องเจ็บปวดและเสียใจอยู่ฝ่ายเดียว?"
"ผมรู้ว่าผมผิด" ภาคินพยายามอธิบาย "แต่ผมไม่ได้ทิ้งคุณไป... ผมถูกหลอก"
"ถูกหลอก?" พิมถาม พลางส่ายหน้า "ท่านประธานอย่ามาอ้างเลยค่ะ"
"มันเป็นเรื่องจริง!" ภาคินยืนกราน "มีคนปล่อยข่าวลือเกี่ยวกับคุณ... ทำให้ผมเข้าใจผิด"
"ใครคะ?" พิมถาม ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความสงสัย "ใครกันที่ทำให้ท่านประธานเข้าใจผิด?"
ภาคินมองเข้าไปในดวงตาของเธออย่างจริงจัง "ผมจะเล่าให้คุณฟัง... แต่ไม่ใช่ที่นี่" เขาพูด พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ "เราไปคุยกันที่อื่นดีกว่า"
พิมมองหน้าเขา นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอไม่แน่ใจว่าควรจะเชื่อเขาหรือไม่ แต่เรื่องลูกของเธอ... มันเป็นเรื่องที่เธอไม่สามารถมองข้ามได้ "ก็ได้ค่ะ" เธอตอบเสียงเบา "แต่ถ้าท่านประธานจะหลอกฉันอีก... ฉันจะไม่ปล่อยท่านไว้แน่"
ภาคินพยักหน้าอย่างเข้าใจ "ผมสัญญา" เขาพูด พลางยื่นมือไปหาเธอ "ไปกันเถอะ"
พิมมองมือของเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเอื้อมมือไปจับ แต่ก่อนที่มือของทั้งสองจะแตะกัน เสียงแหลมสูงของใครบางคนก็ดังขึ้นมา
"พี่ภาคิน!"
ทั้งพิมและภาคินหันไปมองตามเสียงนั้น ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งในชุดราตรีสีฟ้าอ่อน กำลังวิ่งตรงเข้ามาหาภาคินด้วยท่าทางที่คุ้นเคย... ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่พิมจำได้ดี
"คุณแพรว..." เสียงของพิมหลุดออกมาอย่างแผ่วเบา
แพรวเดินเข้ามาโอบแขนภาคินไว้ทันทีราวกับเป็นเรื่องปกติ "มาได้แล้วค่ะพี่ภาคิน แพรวรอพี่ตั้งนาน" เธอกล่าว พลางหันมายิ้มให้พิมอย่างหวานเยิ้ม "สวัสดีค่ะ คุณ...?"
"พิมค่ะ" พิมตอบเสียงเรียบ พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกที่กำลังปั่นป่วนอยู่ในใจ
แพรวเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปมองภาคิน "พี่ภาคินรู้จักคุณพิมด้วยเหรอคะ?"
ภาคินมองพิมด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะตอบแพรว "รู้จัก... เธอคือคนที่ผมกำลังจะบอกคุณ"
คำตอบนั้นทำให้แพรวถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอจางหายไป ราวกับไม่คาดคิดว่าภาคินจะพูดเช่นนั้นออกมา
เลขาถูกหักหลังฟิน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก