“คุณจะเอาไงต่อคะคุณปภาวินท์” เสียงของทนายความสาวดังขึ้น น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงไว้ด้วยความกดดันที่ยากจะปฏิเสธ ใบหน้าคมคายของปภาวินท์ฉายแววครุ่นคิดหนัก ดวงตาคู่คมทอดมองออกไปนอกหน้าต่างบานใหญ่ของออฟฟิศหรู มองเห็นภาพเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยแสงสีระยิบระยับ แต่ในใจของเขากลับมีแต่ความมืดมิดที่ถาโถมเข้ามา
“ผม… ผมไม่รู้” เขาตอบเสียงแผ่วเบา มันเป็นคำตอบที่น่าอับอายที่สุดสำหรับผู้ชายที่เคยได้ชื่อว่าเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง แต่ตอนนี้ เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นปุถุชนคนธรรมดาที่กำลังจะสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไป
“คุณปภาวินท์คะ เวลาของเรามีไม่มาก” ทนายสาวพยายามเร่ง “คุณปริมจะฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดูบุตร และจะยึดทรัพย์สินบางส่วนของคุณเป็นประกัน เรามีเวลาไม่เกินเจ็ดวันในการยื่นคำคัดค้าน หากคุณไม่ดำเนินการใดๆ ศาลจะพิจารณาฝ่ายเดียว”
คำว่า “ลูก” มันเหมือนมีใครเอามีดกรีดลงกลางใจ ปริม… ผู้หญิงที่เขาคิดว่าเขาจะไม่มีวันได้พบเจออีกแล้ว ผู้หญิงที่จากไปโดยไม่ลา ผู้หญิงที่ทิ้งเขาไว้กับคำถามนับพัน และตอนนี้ เธอกลับมาพร้อมกับ “ลูก” ของเขา ลูกที่เขาไม่เคยรู้ว่ามีอยู่จริง
“แล้ว… ถ้าผมยอมรับข้อเสนอของปริมล่ะ” เขาเอ่ยถามอย่างยากลำบาก “ถ้าผมยอมจ่าย… ทุกอย่างที่เธอต้องการ”
ทนายสาวถอนหายใจเบาๆ “คุณปริมยืนยันว่าจะไม่รับเงินจำนวนมากเกินไปค่ะ เธอต้องการเพียงแค่สิ่งที่จำเป็นต่อการเลี้ยงดูบุตร และที่สำคัญที่สุด เธอต้องการสิทธิ์ในการปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว”
“แต่… ผมก็เป็นพ่อของเด็กนะ” เสียงของปภาวินท์สั่นเครือ เขาพยายามรวบรวมสติ “ผมมีสิทธิ์ที่จะ… ที่จะเห็นหน้าลูก”
“แน่นอนค่ะ คุณมีสิทธิ์” ทนายสาวกล่าว “แต่ในเมื่อคุณปริมเป็นฝ่ายยื่นฟ้อง คุณปริมย่อมมีสิทธิ์ในการนำเสนอข้อเรียกร้องของเธอ และคุณเองก็มีสิทธิ์ที่จะต่อสู้เพื่อสิทธิ์ของคุณเช่นกัน”
ปภาวินท์หลับตาลง เขาเห็นภาพใบหน้าของเด็กน้อยที่เขาเพิ่งได้เห็นเมื่อไม่กี่วันก่อน เด็กน้อยที่หน้าตาเหมือนเขาเหมือนปริม ผสมผสานกันอย่างลงตัว ดวงตากลมโตใสแป๋วนั่นทำให้หัวใจของเขาเจ็บปวด เขาไม่เคยคิดเลยว่าตลอดห้าปีที่ผ่านมา จะมีอีกชีวิตหนึ่งที่เกิดจากความสัมพันธ์ที่จบลงด้วยน้ำตา
“ผม… ผมไม่อยากให้เรื่องมันบานปลาย” เขาพึมพำ “ไม่อยากให้เป็นข่าว”
“นั่นคือเหตุผลที่ดิฉันเสนอทางเลือกให้คุณค่ะ” ทนายสาวกล่าว “คุณปริมไม่ได้ต้องการจะทำลายคุณ แต่เธอต้องการให้คุณรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น”
“รับผิดชอบ…” ปภาวินท์ทวนคำ เสียงของเขาฟังดูเหนื่อยล้า “ผมจะรับผิดชอบยังไง ในเมื่อผมไม่รู้แม้กระทั่งว่า… ว่าผมมีลูก”
“คุณปริมมีเหตุผลของเธอค่ะ” ทนายสาวกล่าว “และคุณเองก็ต้องมีเหตุผลในการตัดสินใจของคุณในตอนนี้”
ปภาวินท์ลุกขึ้นยืน เดินไปที่หน้าต่างอีกครั้ง ภาพเมืองหลวงยังคงส่องประกาย แต่ความสับสนในใจของเขากลับทวีความรุนแรงขึ้น เขาคิดถึงหน้าลูกน้อย คิดถึงปริม คิดถึงอดีตที่เขาพยายามจะลืม แต่กลับต้องหวนกลับมาเผชิญหน้าอีกครั้ง
“มีทางอื่นอีกไหม… ที่ผมจะได้เจอหน้าลูก โดยที่ไม่ต้อง… ต่อสู้กันแบบนี้” เขาถาม
ทนายสาวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยตอบ “ถ้าคุณยอมรับเงื่อนไขของเธอทั้งหมด คุณปริมอาจจะยินยอมให้คุณเข้าเยี่ยมบุตรได้ภายใต้การดูแลของเธอ แต่ก็อาจจะมีข้อจำกัดอยู่มาก”
“ข้อจำกัด…”
“ค่ะ เช่น การอนุญาตให้พบได้เฉพาะบางวัน บางเวลา หรือการต้องมีปริมอยู่ด้วยตลอดเวลา”
ปภาวินท์กุมขมับ เขาไม่เคยคิดว่าชีวิตจะพลิกผันได้ขนาดนี้ ผู้หญิงที่เขาเคยรัก ผู้หญิงที่เขาสาปแช่งในใจมาตลอดห้าปี ตอนนี้ เธอได้กลายเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของเขาไปเสียแล้ว
“ถ้าผมไม่ยอมล่ะ” เขาถามอย่างท้าทาย
“ถ้าคุณไม่ยอม ดิฉันก็จะดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายค่ะ” ทนายสาวตอบอย่างมืออาชีพ “แต่ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรนั้น… คงต้องรอการพิจารณาของศาล”
คำพูดของทนายสาวทำให้ปภาวินท์หนาวสั่น เขามองเห็นภาพตัวเองถูกฟ้องร้อง ภาพข่าวที่พาดหัวใหญ่โต ภาพลักษณ์ของนักธุรกิจหนุ่มผู้ประสบความสำเร็จกำลังจะพังทลายลง เขาไม่เคยคิดว่าปริมจะทำถึงขนาดนี้
“ผม… ผมขอเวลาคิด” เขาเอ่ยเสียงแผ่ว
“ได้ค่ะ แต่โปรดจำไว้ว่าเวลาของเรามีจำกัด” ทนายสาวกล่าว ก่อนจะลุกขึ้นยืน “ฉันจะรอคำตอบของคุณ”
เมื่อทนายสาวเดินออกจากห้องไป ปภาวินท์ก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ดวงตาของเขาทอดมองไปที่รูปถ่ายใบหนึ่งบนโต๊ะทำงาน เป็นรูปของเขากับปริมในอดีต ใบหน้าของทั้งคู่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความสุข… ช่างแตกต่างกับสถานการณ์ในปัจจุบันเหลือเกิน
ห้าปีที่แล้ว… เขาไล่เธอไปอย่างไม่ไยดี ด้วยความโกรธแค้น ความเข้าใจผิด และความเย่อหยิ่งของเขาเอง เขาไม่เคยคิดเลยว่าการตัดสินใจในครั้งนั้น จะนำพามาซึ่งผลกระทบที่ใหญ่หลวงถึงเพียงนี้
ตอนนี้ เขามีทางเลือกสองทาง ทางแรกคือยอมรับข้อเสนอของปริม ยอมเสียสละบางสิ่งบางอย่าง เพื่อแลกกับการได้เห็นหน้าลูก และรักษาชื่อเสียงของตัวเองไว้ ส่วนอีกทางเลือกหนึ่ง คือการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ เพื่อทวงสิทธิ์ความเป็นพ่อ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการเผชิญหน้ากับความจริงที่อาจจะเจ็บปวด และอาจจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับลูกยิ่งแย่ลงไปอีก
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา นิ้วเรียวไล้ไปบนหน้าจอ พยายามจะหาเบอร์โทรศัพท์ของปริม แต่ก็พบว่าเบอร์เก่าของเธอได้ถูกลบไปแล้วเมื่อห้าปีที่แล้ว เขาพยายามนึกย้อนไปถึงความทรงจำสุดท้ายก่อนที่เธอจะจากไป… มีเพียงความทรงจำอันเลือนรางของเสียงร้องไห้ และคำพูดตัดพ้อที่เขาไม่อาจจะเข้าใจได้ในตอนนั้น
“ทำไม… ทำไมเธอถึงไม่บอกฉัน” เขาพึมพำกับตัวเอง ความผิดหวังและความเจ็บปวดถาโถมเข้ามาอีกครั้ง
เขาเหลือบไปเห็นซองจดหมายที่วางอยู่บนโต๊ะ เป็นซองจดหมายที่ปริมส่งมาให้เขาก่อนจะจากไป เขาเก็บมันไว้ในลิ้นชักอย่างดี ไม่เคยกล้าที่จะเปิดอ่าน เพราะกลัวว่าสิ่งที่อยู่ในนั้นจะทำให้เขาเจ็บปวดมากไปกว่าเดิม
แต่ในวินาทีนั้น เขากลับรู้สึกว่า นี่อาจจะเป็นหนทางเดียวที่เขาจะเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างได้ เขาหยิบซองจดหมายนั้นขึ้นมา มือสั่นเทา เขาค่อยๆ ฉีกซองออก…
ข้างในมีเพียงกระดาษแผ่นเดียว พับไว้อย่างเรียบร้อย เขาคลี่มันออกอย่างช้าๆ… สายตาของเขาจับจ้องไปที่ตัวอักษรที่เขียนด้วยลายมืออันคุ้นเคย
“ปภาวินท์… ถ้าเธอได้อ่านจดหมายฉบับนี้ แสดงว่าฉันคงจากไปแล้วจริงๆ ฉันขอโทษที่ไม่ได้บอกอะไรเธอเลยตลอดห้าปีที่ผ่านมา ฉันรู้ว่าเธอคงโกรธ คงเกลียดฉันมาก แต่ฉันไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆ… เรื่องราวในวันนั้น… มันซับซ้อนกว่าที่เธอคิดมากนัก ฉันอยากจะอธิบายให้เธอฟัง แต่… บางที… อาจจะถึงเวลาแล้วที่เธอจะได้รู้ความจริงทั้งหมด… ความจริงเกี่ยวกับ….”
ตัวอักษรสุดท้ายขาดหายไป ราวกับว่าผู้เขียนต้องการจะสื่ออะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่สามารถเขียนต่อไปได้ ปภาวินท์รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้าง ความจริงเกี่ยวกับอะไร? ความจริงที่ปริมต้องการจะบอกเขาคืออะไร?
เขาเงยหน้าขึ้นมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง แสงไฟของเมืองหลวงยังคงส่องสว่าง แต่ในใจของเขากลับมืดมนยิ่งกว่าที่เคย เขาถูกบีบคั้นให้ต้องตัดสินใจอีกครั้ง แต่ครั้งนี้… การตัดสินใจของเขา ไม่เพียงแต่จะส่งผลต่อชีวิตของเขาเองเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงชีวิตของเด็กน้อยที่เขาเพิ่งจะรู้จักอีกด้วย
เขาจะเลือกทางไหน? ยอมจำนนต่อชะตา หรือจะต่อสู้เพื่อทวงคืนสิ่งที่เขาคิดว่าควรจะเป็นของเขา? และความจริงที่ปริมทิ้งไว้ในจดหมายฉบับนั้น… มันจะเปิดเผยอะไรบ้าง?
รักแค้นของรุ่นพี่
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก