แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านม่านบางๆ เข้ามาในห้องนอน ปริมขยับตัวเล็กน้อย ลืมตาขึ้นมาเผชิญหน้ากับวันใหม่ ในใจของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความตั้งใจที่แน่วแน่ ห้าปีที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่เวลาที่ทำให้เธอต้องอดทน แต่เป็นเวลาที่ทำให้เธอได้เรียนรู้ ได้เติบโต และได้แข็งแกร่งขึ้น
เธอจำคำพูดของปภาวินท์ได้ดีในวันนั้น… “ผมจะเรียนรู้ ผมจะทำทุกอย่าง เพื่อให้แน่ใจว่าลูกของเราจะได้มีชีวิตที่ดี” เขาพูดด้วยแววตาที่ดูจริงจัง แต่ปริมก็ยังคงระมัดระวัง เธอรู้ดีว่าคำพูดของปภาวินท์อาจจะเพียงแค่ลมปาก หากปราศจากการกระทำที่จับต้องได้
“แม่คะ” เสียงเล็กๆ ของเด็กชายดังขึ้น ปริมหันไปมอง เห็นลูกชายตัวน้อยกำลังยืนอยู่ข้างเตียง ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ดวงตาใสแป๋วกำลังมองมาที่เธอ
“อรุณสวัสดิ์ครับ ลูกแม่” ปริมยิ้ม พลางยกแขนขึ้นโอบกอดลูกชาย “วันนี้อยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะ”
“อยากทานแพนเค้กครับแม่”
“ได้เลยค่ะ วันนี้แม่จะทำแพนเค้กให้ทานเยอะๆ”
ระหว่างที่ทำอาหารเช้า ปริมก็นึกย้อนไปถึงอดีต ห้าปีที่แล้ว เธอคือหญิงสาวที่อ่อนแอ เปราะบาง ถูกทิ้งให้อยู่เพียงลำพังกับความผิดหวังและความเจ็บปวด แต่การมีอยู่ของลูกชาย ทำให้เธอค้นพบพลังที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัวเอง เธอต้องเรียนรู้ที่จะเข้มแข็ง เพื่อปกป้องลูก เพื่อให้ลูกมีชีวิตที่ดีที่สุด
เธอไม่เคยหวังจะกลับไปหาปภาวินท์อีกแล้ว เธอคิดว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาจบลงไปแล้วอย่างสมบูรณ์ แต่การกลับมาของเขา และการที่เขาได้รู้ความจริงเรื่องลูกชาย… มันทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป
ปริมลุกขึ้นยืนตรงหน้ากระจก เธอสบตาตัวเองในเงา พลางพยักหน้าให้กำลังใจตัวเอง “สู้ต่อไปนะปริม… เพื่อลูก”
หลังจากส่งลูกชายไปโรงเรียน ปริมก็กลับมาเตรียมตัวสำหรับการประชุมสำคัญ เธอได้ใช้เวลาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาในการสร้างเนื้อสร้างตัวในวงการธุรกิจอีกครั้ง เธอลงทุนลงแรงไปกับธุรกิจส่วนตัวที่เธอถนัด และตอนนี้ ธุรกิจของเธอกำลังไปได้สวย
“คุณปริมคะ” เลขาคนสนิทเดินเข้ามา “คุณปภาวินท์มาขอพบค่ะ”
ปริมหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง เธอรู้ว่าวันนี้จะต้องมาถึง แต่ก็อดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ “ให้เขาเข้ามาเลยค่ะ”
ปภาวินท์ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงานของเธอ ใบหน้าของเขาดูเปลี่ยนไปจากเดิม ไม่มีความเย่อหยิ่ง หรือความไม่ใส่ใจที่เคยเห็นอีกแล้ว ดวงตาของเขาสบตาปริมอย่างตรงไปตรงมา แฝงไว้ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความผิดหวัง ความพยายาม และความตั้งใจ
“สวัสดีครับคุณปริม” เขาเอ่ยทักทาย เสียงของเขาฟังดูหนักแน่นขึ้น
“สวัสดีค่ะคุณปภาวินท์” ปริมตอบรับอย่างสุภาพ “มีอะไรให้ดิฉันช่วยคะ”
“ผม… ผมมาเพื่อทำตามสัญญา” ปภาวินท์กล่าว “ผมมาเพื่อพิสูจน์ตัวเอง”
ปริมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “คุณจะพิสูจน์ตัวเองยังไงคะ”
“ผมได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจของคุณ” ปภาวินท์กล่าว “และผมเห็นว่า… ธุรกิจของคุณกำลังต้องการเงินทุนเพิ่ม เพื่อขยายกิจการ”
ปริมมองเขาอย่างประหลาดใจ “แล้ว… เกี่ยวอะไรกับคุณคะ”
“ผมอยากจะลงทุนในธุรกิจของคุณ” ปภาวินท์กล่าว “ผมเชื่อมั่นในตัวคุณ และผมเชื่อมั่นในธุรกิจของคุณ ผมอยากจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอนาคตให้กับลูกของเรา”
ปริมอึ้งไป เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าปภาวินท์จะทำแบบนี้ การที่เขาเสนอตัวเข้ามาลงทุนในธุรกิจของเธอ ไม่ใช่แค่การแสดงความรับผิดชอบทางการเงิน แต่เป็นการแสดงให้เห็นว่าเขาพร้อมที่จะร่วมสร้างอนาคตไปกับเธอจริงๆ
“คุณแน่ใจเหรอคะ?” ปริมถาม “นี่เป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่เลยนะคะ”
“ผมแน่ใจครับ” ปภาวินท์ย้ำ “ผมได้ทบทวนตัวเองมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ผมรู้แล้วว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของผม”
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ “ผมทำผิดกับคุณมาก ปริม ผมรู้ดี และผมก็เสียใจกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ผมไม่เคยคิดเลยว่าผมจะทำให้คุณต้องเจ็บปวดมากขนาดนี้ แต่… ผมอยากจะขอโอกาสอีกครั้ง โอกาสที่จะได้แก้ไขความผิดพลาดในอดีต และโอกาสที่จะได้สร้างครอบครัวที่สมบูรณ์ให้กับลูกของเรา”
ปริมมองเข้าไปในดวงตาของปภาวินท์ เธอเห็นความจริงใจ ความพยายาม และความมุ่งมั่นที่ฉายชัดอยู่ในนั้น เธอรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วจริงๆ
“คุณ… คุณจริงจังแค่ไหนคะ” ปริมถาม เสียงของเธออ่อนลง
“จริงจังที่สุดในชีวิตของผมครับ” ปภาวินท์ตอบ “ผมพร้อมที่จะทุ่มเททุกอย่าง เพื่อให้คุณและลูกของเรามีความสุข”
ปริมยิ้มออกมา รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความหวัง “ถ้าอย่างนั้น… ดิฉันก็พร้อมที่จะให้โอกาสคุณค่ะ”
ปภาวินท์มองปริมด้วยความโล่งใจ เขาค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้เธอ ยื่นมือออกไปสัมผัสใบหน้าของเธออย่างแผ่วเบา “ขอบคุณครับปริม ขอบคุณมากจริงๆ”
ทั้งสองคนยืนมองตากัน ความรู้สึกที่เคยเป็นอดีต ความแค้น ความผิดหวัง ได้ถูกแทนที่ด้วยความเข้าใจ ความหวัง และเปลวรักที่กำลังจะลุกไหม้ขึ้นอีกครั้ง
แต่แล้ว… ทันใดนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของปริมก็ดังขึ้น เป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ก่อนจะรับสาย
“สวัสดีค่ะ”
“คุณปริมใช่ไหมคะ” เสียงปลายสายดังขึ้น เป็นเสียงผู้หญิงที่ฟังดูเย็นชา “ดิฉัน… เป็นเพื่อนสนิทของปภาวินท์ค่ะ”
ปริมขมวดคิ้ว “แล้วคุณต้องการอะไรคะ”
“ดิฉันแค่อยากจะเตือนคุณน่ะค่ะ” เสียงหญิงสาวกล่าว “ว่าคุณปภาวินท์… เขากำลังจะแต่งงานกับดิฉันในอีกไม่ช้านี้ค่ะ”
สิ้นเสียงของหญิงสาว ปริมก็รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบของเธอพังทลายลงอีกครั้ง หัวใจของเธอหล่นวูบ เธอสบตาปภาวินท์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยความตกใจและไม่เข้าใจ…
รักแค้นของรุ่นพี่
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก