“อย่า…อย่าทำแบบนี้อีก” เสียงกระซิบแผ่วเบาหลุดจากริมฝีปากที่ยังซีดเซียวของพราว ขณะที่มือเรียวบางพยายามดันแผงอกกว้างของภาคินออก แต่กลับถูกวงแขนแข็งแรงรววบเข้ามาแน่นกว่าเดิม แสงจันทร์สีนวลสาดส่องผ่านม่านโปร่งบาง เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่ปกติมักจะประดับด้วยความเย็นชา บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่พราวไม่เคยเห็นมาก่อน ดวงตาสีเข้มทอประกายอ่อนโยน มองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาคำตอบที่ซ่อนอยู่
“ฉัน…ฉันขอโทษ” ภาคินเอ่ยเสียงแหบพร่า มือที่เคยหยาบกร้าน บัดนี้ค่อยๆ เลื่อนมาประคองใบหน้าของพราว ปลายนิ้วสัมผัสกับหยาดน้ำตาที่ไหลรินอย่างแผ่วเบา เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะอ่อนแอต่อใครได้มากขนาดนี้ ยิ่งไม่ใช่กับผู้หญิงที่เขาถูกบังคับให้แต่งงานด้วย แต่พราว…เธอคือข้อยกเว้นที่แสนอันตราย
เหตุการณ์เมื่อคืนยังคงตามหลอกหลอนพราว ภาพของความตาย ความสูญเสีย และความจริงอันโหดร้ายที่เธอเพิ่งจะเผชิญหน้า ทำให้โลกทั้งใบของเธอสั่นคลอน การที่ภาคินเข้ามาปลอบโยน ยอมรับผิด และแสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมา มันเหมือนเป็นน้ำทิพย์ที่หล่อเลี้ยงหัวใจที่แห้งผากของเธอ
“คุณ…คุณไม่จำเป็นต้องขอโทษ” พราวตอบเสียงสั่นเครือ ภาพของบิดาที่ถูกทำร้าย รอยเลือดที่เปรอะเปื้อนไปทั่วใบหน้าของเขา มันยังคงฝังแน่นอยู่ในความทรงจำของเธอ แต่สิ่งที่ยิ่งกว่านั้น คือความจริงที่ภาคินเพิ่งจะเปิดเผยออกมา ความลับดำมืดของตระกูลเธอ ที่เชื่อมโยงกับแผนการบางอย่างที่ใหญ่กว่าที่เธอเคยคิด
“ฉันผิดเองที่ปล่อยให้เรื่องมันบานปลาย” ภาคินยอมรับ “ถ้าฉันรู้ว่ามันจะส่งผลกระทบต่อเธอขนาดนี้ ฉันคงจะ…ฉันคงจะหาวิธีที่ดีกว่านี้”
“แต่คุณก็เข้ามาช่วยฉัน” พราวพูด พลางเอื้อมมือไปสัมผัสแก้มของเขา ความอบอุ่นจากผิวกายของเขา ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด “คุณ…คุณไม่ได้ทิ้งฉันไป”
คำพูดของพราวเหมือนมีมนต์สะกด ภาคินเผลอถอนหายใจยาว เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะรู้สึกผิดต่อใครได้มากขนาดนี้ ความรู้สึกผิดที่ก่อตัวขึ้นจากการกระทำของบิดาของเขา และความผิดหวังในตัวเองที่ไม่อาจปกป้องเธอได้
“ฉันจะไม่ทิ้งเธอไปไหน…พราว” ภาคินยืนยันเสียงหนักแน่น “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอ”
ความรู้สึกบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในหัวใจของพราว มันไม่ใช่ความกลัว ไม่ใช่ความเกลียดชัง แต่เป็นความรู้สึกอบอุ่นที่ค่อยๆ แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ความรู้สึกที่เธอไม่เคยมีให้กับใครมาก่อน ความรู้สึกที่เริ่มต้นจากความไม่เต็มใจ แต่บัดนี้กลับค่อยๆ เติบโตขึ้นอย่างไม่คาดฝัน
“ฉัน…ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไม” พราวสารภาพ “แต่ฉันรู้สึก…ปลอดภัยเวลาที่อยู่กับคุณ”
ภาคินมองดวงตาของเธอที่เต็มไปด้วยความจริงใจ เขาเห็นประกายที่เคยหม่นหมอง บัดนี้เริ่มกลับมาส่องประกายอีกครั้ง ภาพของใบหน้าที่เคยเปื้อนน้ำตา บัดนี้กลับมีรอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้น
“นั่น…เป็นเพราะเธอเริ่มไว้ใจฉันแล้วใช่ไหม” ภาคินถาม เสียงของเขายังคงแหบพร่า แต่แฝงไปด้วยความหวัง
พราวพยักหน้าเบาๆ เธอไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ความลับของครอบครัวยังคงเป็นเหมือนเงาที่คุกคามอยู่เสมอ แต่ในตอนนี้…ในตอนนี้ เธอเลือกที่จะเชื่อมั่นในตัวภาคิน
“ฉัน…ฉันจะลองดู” พราวเอ่ย
ภาคินยิ้ม ดวงตาของเขาทอประกายอบอุ่น เขาโน้มตัวลง จุมพิตหน้าผากของเธออย่างแผ่วเบา เป็นการปลอบโยนที่มากกว่าคำพูดใดๆ
“ขอบคุณนะ…พราว” เขาพึมพำ “ขอบคุณที่ให้โอกาสฉัน”
ค่ำคืนนั้น พราวหลับไปโดยไม่รู้สึกถึงความอ้างว้างอีกต่อไป ร่างกายของเธอถูกโอบกอดด้วยอ้อมแขนที่แข็งแรงของภาคิน ความอบอุ่นจากเขาแผ่ซ่านไปทั่ว ทำให้หัวใจที่เคยเต็มไปด้วยความหวาดกลัว บัดนี้กลับเต้นเป็นจังหวะแห่งความหวัง
เช้าวันต่อมา พราวตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่สดใสกว่าทุกวัน แสงแดดอ่อนๆ ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา ทำให้ห้องนอนดูอบอุ่นเป็นพิเศษ เธอหันไปมองภาคินที่ยังคงหลับอยู่ข้างๆ ใบหน้าของเขาในยามหลับดูอ่อนโยนกว่ายามตื่นมากนัก
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ” พราวเอ่ยเบาๆ
ภาคินลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาสบเข้ากับดวงตาของเธอ รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า
“อรุณสวัสดิ์…ที่รัก” เขาเอ่ย
คำว่า “ที่รัก” หลุดออกจากปากของภาคินอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำให้พราวหน้าแดงก่ำ หัวใจของเธอเต้นแรงอีกครั้ง
“คุณ…คุณเรียกฉันว่าอะไรนะคะ” เธอถามเสียงตะกุกตะกัก
“ที่รัก…มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า” ภาคินเลิกคิ้ว “ในเมื่อเราแต่งงานกันแล้ว”
พราวส่ายหน้า เธอไม่ได้รู้สึกว่าผิดปกติ เพียงแต่…เธอไม่ชิน การได้ยินคำหวานจากปากของเขา มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนฝัน
“ไม่มีค่ะ…แค่…แค่ไม่ชิน” เธอตอบ
ภาคินหัวเราะเบาๆ เขาค่อยๆ ดึงเธอเข้ามาใกล้
“ไม่เป็นไร…เดี๋ยวเธอก็ชิน” เขาพูด พลางจุมพิตที่แก้มของเธอ “วันนี้…เธออยากจะไปไหนไหม”
“ไป…ไปสวนหลังบ้านได้ไหมคะ” พราวถาม “ฉันอยากเห็นดอกไม้ที่บานแล้ว”
“ได้สิ” ภาคินตอบ “ฉันจะพาเธอไป”
ทั้งสองลุกขึ้นจากเตียง แต่งตัว และเดินลงไปยังสวนหลังบ้าน อากาศยามเช้าสดชื่น มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ลอยมาตามลม
“ดอกกุหลาบของคุณสวยมากเลยค่ะ” พราวกล่าวชมขณะที่มองดูกุหลาบสีแดงสดที่กำลังเบ่งบาน
“ฉันรู้ว่าเธอชอบกุหลาบ” ภาคินตอบ “ฉันเลยสั่งให้คนดูแลเป็นพิเศษ”
พราวหันไปมองเขาด้วยความประหลาดใจ ภาคิน…เขาจำได้ว่าเธอชอบกุหลาบตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
“คุณ…คุณจำได้เหรอคะ” เธอถาม
“จำได้สิ” ภาคินตอบ “ทุกอย่างเกี่ยวกับเธอ…ฉันจำได้หมด”
คำพูดของเขาทำให้พราวรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ ความรู้สึกที่เธอเคยคิดว่าคงจะไม่มีวันได้รับจากผู้ชายคนนี้ บัดนี้กลับกลายเป็นจริง
“ขอบคุณนะคะ” เธอเอ่ย
“ไม่ต้องขอบคุณ” ภาคินตอบ “นี่คือสิ่งที่ฉันควรจะทำ”
ทั้งสองเดินเล่นในสวนอย่างมีความสุข พราวสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวภาคิน จากผู้ชายที่เย็นชาและห่างเหิน บัดนี้กลับกลายเป็นคนที่อ่อนโยนและใส่ใจ
“คุณ…คุณเปลี่ยนไปนะคะ” พราวเอ่ยขึ้น
“เพราะเธอ…พราว” ภาคินตอบ “เธอทำให้ฉันอยากเป็นคนที่ดีขึ้น”
พราวหน้าแดงอีกครั้ง เธอไม่รู้จะตอบอย่างไรดี
“ฉัน…ฉันก็รู้สึกเหมือนกันค่ะ” เธอสารภาพ “ก่อนหน้านี้…ฉันไม่เคยคิดเลยว่าเราจะ…จะมาถึงจุดนี้ได้”
“ฉันก็เหมือนกัน” ภาคินยอมรับ “แต่ฉันดีใจ…ที่เรามาถึงจุดนี้”
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ของภาคินก็ดังขึ้น เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที
“มีอะไรรึเปล่าคะ” พราวถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่มีอะไร…แค่เรื่องงาน” ภาคินตอบเสียงเรียบ แต่พราวสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดที่แฝงอยู่
“คุณแน่ใจนะคะ” เธอถามอีกครั้ง
ภาคินมองเข้าไปในดวงตาของเธอ “แน่ใจ…ไม่ต้องห่วงนะ”
แต่สีหน้าของเขากลับบอกเป็นอย่างอื่น พราวรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่ไม่ดี รอยร้าวที่เพิ่งจะเริ่มรักษา บัดนี้อาจจะกำลังจะปริแตกอีกครั้ง…
นายพลแข่งขัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก