เงาแห่งความมืดที่เคยตามหลอกหลอนกำลังจะกลับมาอีกครั้ง ทว่าคราวนี้มันมาพร้อมกับความรู้สึกอันตรายที่สัมผัสได้ในทุกอณูของอากาศ
น้ำกระชับผ้าพันคอที่คอแน่นขึ้น สัมผัสเย็นเยียบจากลมยามค่ำคืนไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกหนาวเหน็บเท่ากับความรู้สึกที่เกาะกุมหัวใจ สองวันที่ผ่านมา โทรศัพท์จากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย เสียงกระซิบกระซาบที่ปลายสาย หรือแม้แต่การสังเกตเห็นรถคันเดิมที่แล่นผ่านหน้าบ้านซ้ำๆ มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญอีกต่อไป บางสิ่งบางอย่างกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ชีวิตใหม่ที่เธอพยายามจะสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก
เธอหันไปมองประตูบานใหญ่ที่ปิดสนิท แสงไฟสลัวจากโคมไฟริมถนนสาดส่องเข้ามา ทำให้เห็นเงาตะคุ่มของต้นไม้ใหญ่ที่กำลังไหวเอนตามแรงลม ราวกับจะเตือนให้เธอรู้ถึงภัยที่กำลังจะมาเยือน พลันภาพของเหตุการณ์ในอดีตก็ฉายชัดขึ้นมาในหัว ความเจ็บปวด ความสูญเสีย น้ำตาที่เคยไหลรินจนแห้งผาก การถูกหักหลังอย่างเลือดเย็น ทุกอย่างดูเหมือนจะย้อนกลับมาหลอกหลอนเธออีกครั้ง
"บ้าเอ๊ย... ทำไมต้องเป็นตอนนี้" เสียงพึมพำหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากแห้งผาก เธอพยายามปัดความคิดเหล่านั้นออกไป พยายามเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความวิตกกังวลที่เกิดจากอดีตที่ฝังใจ แต่แล้วเสียงฝีเท้าที่ดังแผ่วเบามาจากด้านนอกรั้วก็ทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง
เธอรีบวิ่งไปที่หน้าต่าง แอบมองลอดผ้าม่านออกไป ภาพที่เห็นทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ ชายร่างสูงสองคนยืนนิ่งสงบอยู่ใต้แสงไฟถนน ใบหน้าคมสันภายใต้หมวกแก๊ปทำให้เธอจำได้ทันทีว่าเป็นใคร
"ใคร... ใครกัน" เธอพึมพำเสียงสั่นเครือ สัญชาตญาณบอกให้เธอรีบโทรหาใครสักคน... ใครสักคนที่สามารถปกป้องเธอได้ในยามนี้
ความคิดแรกคือตำรวจ แต่เธอไม่มีหลักฐานอะไรที่จะยืนยันได้ว่ากำลังตกอยู่ในอันตราย และที่สำคัญที่สุด ตำรวจอาจไม่สามารถจัดการกับคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ได้ หรือแย่กว่านั้น... พวกเขาอาจจะถูกซื้อตัวไปแล้ว
แล้วใครเล่า?
หัวใจของเธอเต้นตึกตัก ภาพของภาคินลอยเข้ามาในหัว ผู้ชายที่เคยเป็นศัตรูหัวใจ เป็นคนที่เธอเกลียดชังที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุด เป็นคนที่สามารถต่อกรกับอำนาจมืดที่กำลังคุกคามเธออยู่ได้
"ภาคิน..." ชื่อนั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากอย่างแผ่วเบา เธอรู้ดีว่าความสัมพันธ์ของพวกเขามันซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย การขอความช่วยเหลือจากเขาครั้งนี้ จะเป็นการก้าวข้ามเส้นบางๆ ที่ขวางกั้นระหว่างความเป็นศัตรูกับ... ความจำเป็น
แต่ถ้าไม่ทำล่ะ? ถ้าปล่อยให้ความกลัวครอบงำ เธอก็อาจจะสูญเสียทุกอย่างที่สร้างมาอีกครั้ง
เธอตัดสินใจ เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา นิ้วสั่นเล็กน้อยขณะพิมพ์เบอร์โทรศัพท์ของภาคิน เธอรู้ว่ามันเป็นเรื่องเสี่ยง แต่ถ้าเธอไม่ทำ เธออาจจะเสียใจไปตลอดชีวิต
"ฮัลโหล" เสียงทุ้มห้าวของภาคินดังขึ้นจากปลายสาย น้ำกลั้นหายใจก่อนจะเอ่ยออกไป "คุณภาคินคะ... ฉันน้ำค่ะ"
ความเงียบโรยตัวลงมาครู่หนึ่ง ราวกับว่าอีกฝ่ายกำลังประมวลผลคำพูดของเธอ "มีอะไร" น้ำเสียงของเขาเย็นชาเหมือนเคย แต่คราวนี้ น้ำรู้สึกได้ถึงความแตกต่างบางอย่าง
"ฉัน... ฉันต้องการความช่วยเหลือค่ะ" น้ำพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น "มีคนกำลังจะทำร้ายฉัน"
"คุณแน่ใจเหรอ น้ำ" เสียงของเขาฟังดูไม่เชื่อเท่าไหร่นัก "คุณกำลังจะบอกว่าศัตรูเก่าของคุณกำลังกลับมา?"
"ฉันไม่รู้ว่าใคร แต่ฉันรู้สึกได้ถึงอันตรายจริงๆ ค่ะ" น้ำรู้สึกเหมือนกำลังจะร้องไห้ "คุณภาคิน... ถ้าคุณช่วยฉันไม่ได้จริงๆ ก็ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเข้าใจ"
เธอเตรียมพร้อมที่จะวางสาย แต่แล้วเสียงของภาคินก็ดังขึ้นอีกครั้ง "อยู่ที่ไหน"
คำถามสั้นๆ แต่ทำให้น้ำใจชื้นขึ้นมาอย่างประหลาด "ฉันอยู่ที่บ้านค่ะ... แถวชานเมือง"
"ไม่ต้องไปไหน" เขาสั่งเสียงเฉียบ "ฉันจะไปเดี๋ยวนี้"
วางสายไปแล้ว น้ำรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก แต่ในขณะเดียวกัน ความกังวลก็ยังคงเกาะกุมหัวใจ เธอเดินไปที่ห้องนั่งเล่น ชำเลืองมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง ชายสองคนนั้นยังอยู่ที่เดิม ราวกับกำลังเฝ้ารออะไรบางอย่าง
เธอตัดสินใจว่าจะไม่รอเฉยๆ เธอหยิบกระเป๋าถือใบเล็กขึ้นมา ใส่โทรศัพท์มือถือ กุญแจบ้าน และมีดพกเล็กๆ ที่เธอพกติดตัวไว้เสมอ เธอรู้ว่ามันอาจจะช่วยอะไรไม่ได้มากนัก แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย
เมื่อได้ยินเสียงเครื่องยนต์รถที่ดังใกล้เข้ามา น้ำก็รีบไปที่ประตู เธอเปิดประตูออกไปเล็กน้อย เห็นรถยนต์สีดำคันหรูจอดอยู่หน้าบ้าน ภาคินก้าวลงมาจากรถ ใบหน้าของเขาดูเคร่งขรึม ดวงตาคมกวาดมองไปรอบๆ ด้วยความระแวดระวัง
"คุณภาคิน!" น้ำรีบวิ่งออกไปหาเขา
ภาคินหันมามองเธอ แววตาของเขาสังเกตเห็นความหวาดกลัวในดวงตาของเธอ "มีอะไรเกิดขึ้น?"
"พวกเขา... พวกเขาอยู่ตรงนั้น" น้ำชี้ไปที่มุมมืดนอกรั้ว
ภาคินหันไปมองตามที่น้ำชี้ เขาเห็นเงาร่างสองร่างที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว และหายลับเข้าไปในความมืด
"ถอยกลับเข้าไปในบ้าน" ภาคินสั่งเสียงเข้ม "แล้วล็อคประตูให้ดี"
น้ำไม่รอช้า เธอรีบวิ่งกลับเข้าไปในบ้าน ปิดประตูและล็อคกลอนอย่างแน่นหนา เธอหันไปมองภาคินที่ยืนอยู่ข้างนอก เขาดูเหมือนจะกำลังสื่อสารกับใครบางคนผ่านทางโทรศัพท์
"ผมจะจัดการเอง" เขาพูดกับปลายสาย ก่อนจะหันมามองน้ำที่กำลังมองเขาผ่านกระจกประตู "ผมจะไม่ปล่อยให้ใครหน้าไหนมาทำอะไรคุณได้"
คำพูดนั้น... มันทำให้หัวใจของน้ำเต้นแรงอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความกลัว มันเป็นความรู้สึกที่ซับซ้อนกว่านั้น
ทันใดนั้น เสียงปืนก็ดังขึ้น!
น้ำกรีดร้องด้วยความตกใจ เธอเห็นภาคินกระโดดหลบเข้าไปหลังรถยนต์ของเขาอย่างรวดเร็ว เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ ราวกับว่าโลกทั้งใบกำลังจะแตกสลาย
"ไม่นะ!" เธอตะโกนเสียงลั่น
ภาคินตะโกนบางอย่าง แต่น้ำไม่ได้ยินเพราะเสียงปืนที่ดังต่อเนื่อง เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เธอรู้เพียงว่าอันตรายได้มาถึงตัวเธอแล้วจริงๆ และคนที่อยู่ตรงหน้าเธอในตอนนี้ อาจเป็นความหวังเดียวของเธอ... หรืออาจจะเป็นจุดจบของเธอ
ฉันย้อนเวลากับเจ้าพ่อ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก