เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังไล่ตามมาติดๆ ลมหายใจหอบถี่จนแทบจะขาดห้วง แสงไฟนีออนสลัวจากป้ายร้านรวงริมทางสาดสะท้อนบนพื้นถนนที่เปียกชื้นจากการเพิ่งผ่านฝนไปไม่นาน พิมพ์เหลือบมองด้านหลังอย่างหวาดระแวง เงาตะคุ่มขนาดใหญ่สองร่างกำลังพุ่งเข้ามาใกล้ทุกขณะ หัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาคือ “บ้าเอ๊ย! ทำไมต้องมาเดินคนเดียวดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้!” แต่กว่าจะคิดได้ก็สายเกินไปแล้ว
“เฮ้ย! ยัยผู้หญิงนั่น หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เสียงห้าวตะโกนดังมาพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่เร็วขึ้น พิมพ์พยายามเร่งความเร็วเท่าที่ขาจะพาไป ชุดเดรสรัดรูปที่เธอใส่มาเพื่อไปทานข้าวกับลูกค้าเมื่อเย็นนี้ กลายเป็นอุปสรรคชั้นดี ยิ่งวิ่งก็ยิ่งติดขัด เธอไม่เคยคิดว่าชีวิตจะมาตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้อีกครั้ง หลังจากที่คิดว่าได้หนีจากทุกอย่างมาไกลแสนไกลแล้ว
“ปล่อยฉันนะ!” เธอตะโกนกลับไป เสียงสั่นเครือด้วยความหวาดกลัว เธอหันซ้ายหันขวา มองหาทางหนีทีไล่ ไม่มีใครอยู่แถวนั้นเลยสักคน มีเพียงความมืดและความเงียบที่น่าขนลุก
“หึๆ ไม่ยอมหยุดเหรอ? งั้นอย่าหาว่าไม่เตือนนะ!” หนึ่งในชายทั้งสองพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน พิมพ์รู้สึกได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะกลายเป็นเหยื่อของสัตว์ร้าย
วินาทีที่ชายคนหนึ่งกำลังจะคว้าแขนเธอ เสียงคำรามดังขึ้นมาจากที่ไหนสักแห่ง “ปล่อยเธอซะ!”
พิมพ์ชะงักกึก หันไปมองตามเสียง หัวใจเต้นผิดจังหวะเมื่อเห็นร่างสูงโปร่งที่ก้าวออกมาจากเงามืดของซอยแคบๆ ร่างนั้นคุ้นตาจนเธอแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
กรณ์…
เขาปรากฏตัวขึ้นราวกับฮีโร่ในเทพนิยาย แต่สำหรับพิมพ์ ภาพของเขาในตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความสับสนและไม่ไว้วางใจ ไม่ใช่ภาพของคนที่เคยรัก เคยเชื่อใจ จนกระทั่งถูกหักหลังอย่างเลือดเย็น
ชายสองคนหันไปมองกรณ์ด้วยความประหลาดใจ แต่เพียงชั่วครู่เดียว แววตาของพวกเขาก็เปลี่ยนเป็นความกร่างอีกครั้ง “ใครวะ? มึงจะมายุ่งอะไรด้วย?”
กรณ์ไม่ตอบอะไร เขาก้าวเข้ามาประชิดอย่างรวดเร็ว ท่าทางของเขาดูสงบนิ่ง แต่แฝงไปด้วยอันตรายที่ยากจะคาดเดา เขาไม่ได้แสดงความโกรธเกรี้ยว แต่มีบางอย่างในแววตาของเขาที่ทำให้ทั้งสองคนชะงักไป
“ฉันบอกให้ปล่อยเธอ” กรณ์ย้ำอีกครั้ง เสียงเรียบแต่หนักแน่น
“คิดว่าแน่เหรอ? มีคนเดียวอย่างมึงจะสู้เราสองคนได้ไง?” ชายคนหนึ่งพูดพลางยักไหล่
แต่ก่อนที่คำพูดจะจบลง กรณ์ก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ไม่มีการตะโกน การข่มขู่ มีเพียงการปะทะที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน พิมพ์เบิกตากว้าง มองดูเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตา กรณ์ที่เธอเคยรู้จัก ไม่เคยมีด้านนี้เลย เขาดูอันตราย ดุดัน และมีประสิทธิภาพอย่างน่าขนลุก
การต่อสู้จบลงอย่างรวดเร็วพอๆ กับที่มันเริ่มขึ้น ชายทั้งสองคนนอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นถนน กุมท้องน้อยด้วยความเจ็บปวด ส่วนกรณ์ เขายืนหอบเล็กน้อย แต่ก็ยังคงยืนหยัดอย่างสง่างาม แววตาของเขาหันมามองพิมพ์อีกครั้ง
“เป็นอะไรหรือเปล่า?” เสียงของเขาอ่อนลง แต่ยังคงมีความเย็นชาบางอย่างที่ทำให้พิมพ์รู้สึกอึดอัด
พิมพ์พยักหน้าเบาๆ เธอไม่รู้จะพูดอะไรดี สมองยังคงประมวลผลสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่ทัน การปรากฏตัวของกรณ์นั้นทั้งน่าประหลาดใจและน่าหวาดระแวง เขาช่วยเธอจริงหรือ? หรือว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น?
“คุณ…มาทำอะไรที่นี่?” ในที่สุดเธอก็เปล่งเสียงถามออกไป
กรณ์เดินเข้ามาหาเธอช้าๆ ในมือของเขาถือกระเป๋าเอกสารที่หล่นอยู่บนพื้น “ฉันกำลังจะกลับบ้าน” เขาตอบเรียบๆ
“แล้ว…บังเอิญเจอฉันตกอยู่ในอันตราย?” พิมพ์ถามต่อ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความไม่ไว้ใจ
กรณ์ชะงักไปเล็กน้อย แววตาของเขาสะท้อนความรู้สึกบางอย่างที่พิมพ์อ่านไม่ออก “ฉันเห็น” เขาตอบสั้นๆ
“เห็น?” พิมพ์หัวเราะแห้งๆ “เห็นแล้วก็เข้ามาช่วยทันทีเลยเหรอ? โดยไม่มีเหตุผลอื่นแอบแฝง?”
กรณ์มองตรงมาที่ดวงตาของเธอ แววตาคู่นั้นที่เคยเต็มไปด้วยความรัก ความอบอุ่น ตอนนี้กลับกลายเป็นความเย็นชา และมีบางอย่างที่ซ่อนเร้นจนเธออ่านไม่ออก “ฉันไม่ชอบเห็นใครตกอยู่ในอันตราย” เขาตอบ
“ไม่ชอบเห็นใครตกอยู่ในอันตราย?” พิมพ์ทวนคำ เธอจำได้ดีว่าตอนที่เธอตกอยู่ในอันตรายที่สุด คนๆ นี้กลับเป็นคนที่ทิ้งเธอไปอย่างไม่ไยดี “แล้วตอนที่ฉัน… ตอนนั้นคุณก็ไม่ชอบเห็นฉันตกอยู่ในอันตรายเหมือนกันใช่ไหม?”
คำพูดของพิมพ์เหมือนมีดกรีดลงไปในใจของกรณ์ เขายืนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ “พิมพ์…”
“ไม่ต้องเรียกชื่อฉัน!” พิมพ์สวนกลับทันควัน เธอไม่อยากได้ยินเสียงนั้น ไม่อยากให้เขาเข้ามาใกล้ “คุณมาทำอะไรที่นี่? และทำไมคุณถึงช่วยฉัน? ฉันไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือจากคุณ!”
“ฉันรู้” กรณ์ตอบอย่างใจเย็น “แต่ฉันก็ช่วยเธอไปแล้ว”
“นั่นไม่ได้แปลว่าฉันต้องขอบคุณคุณ!” พิมพ์ตะโกนกลับ เธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะระเบิดออก เธอเกลียดเขา เกลียดความรู้สึกที่เขากระตุ้นให้เธอเป็น เกลียดที่เขาปรากฏตัวขึ้นมาในชีวิตเธออีกครั้ง ราวกับว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในอดีตไม่เคยมีความหมาย
“ฉันไม่ได้ต้องการคำขอบคุณ” กรณ์พูด เสียงของเขาทุ้มต่ำลง “ฉันแค่อยากให้เธอปลอดภัย”
“ปลอดภัย?” พิมพ์หัวเราะเสียงดัง “คุณรู้ไหมว่าใครคือคนที่ทำให้ฉันไม่ปลอดภัย? คุณไง! คุณคือคนที่ทำให้ชีวิตฉันพัง! คุณคือคนที่ทำให้ฉันต้องหนีมาอยู่ที่นี่! แล้ววันนี้คุณมาทำอะไร? มาดูฉันตายหรือไง?”
กรณ์มองเธอด้วยแววตาที่ยากจะเข้าใจ “ฉันไม่ได้มาทำแบบนั้น”
“แล้วมาทำไม?” พิมพ์ถามอีกครั้ง ดวงตาของเธอแดงก่ำไปด้วยน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้
“ฉัน…มีเรื่องต้องคุยกับเธอ” กรณ์ตอบ เสียงของเขาดูอึดอัดเล็กน้อย
“ไม่มีอะไรต้องคุย!” พิมพ์สะบัดหน้าหนี “ฉันไม่ต้องการคุยกับคุณอีกแล้ว!”
เธอพยายามจะเดินหนี แต่กรณ์คว้าแขนเธอไว้เบาๆ “พิมพ์ รอเดี๋ยวก่อน”
“ปล่อยนะ!” พิมพ์สะบัดแขนอย่างแรง “อย่ามายุ่งกับฉัน!”
“ฉันรู้ว่าเธอโกรธ” กรณ์พูด เสียงของเขาแผ่วลง “และฉันก็สมควรได้รับมัน” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง เหมือนกำลังรวบรวมสมาธิ “แต่ฉันมีบางอย่างที่ต้องบอกเธอ”
“ไม่ต้องบอกอะไรทั้งนั้น!” พิมพ์ปฏิเสธเสียงแข็ง “ฉันไม่อยากรู้!”
“เธอต้องรู้” กรณ์ยืนกราน “เกี่ยวกับอดีต…เกี่ยวกับทุกอย่าง”
พิมพ์มองเข้าไปในดวงตาของเขา เธอเห็นความจริงใจบางอย่างที่ส่องประกายออกมา แต่เธอก็ยังคงไม่ไว้ใจ “คุณจะหลอกอะไรฉันอีก?”
“ฉันจะไม่หลอกเธออีกแล้ว” กรณ์พูด “ฉันสัญญา”
คำสัญญาของเขา ฟังดูจริงจัง แต่สำหรับพิมพ์ มันเหมือนกับคำสาบานที่เคยถูกเหยียบย่ำครั้งแล้วครั้งเล่า “ฉันไม่เชื่อคุณ”
“ฉันรู้” กรณ์ถอนหายใจ “แต่ขอให้ฉันได้อธิบาย” เขาปล่อยแขนเธอ “ถ้าฟังแล้วยังไม่เชื่อ ฉันจะไม่รบกวนเธออีก”
พิมพ์ลังเล เธอไม่แน่ใจว่าจะไว้ใจเขาได้หรือไม่ แต่ลึกๆ แล้ว เธอก็อยากรู้ความจริงเกี่ยวกับอดีต ความจริงที่เขาเคยปิดบังเธอมาตลอด
“ตกลง” เธอตอบเสียงเบา “แต่ไม่ใช่ที่นี่”
กรณ์พยักหน้า “พรุ่งนี้…ตอนเที่ยง ที่ร้านกาแฟเดิมของเรา”
พิมพ์นิ่งไป ความทรงจำเก่าๆ ผุดขึ้นมา ร้านกาแฟเล็กๆ ที่เคยเป็นที่นัดพบของเธอและเขา “ฉันจะไป” เธอตอบอย่างเด็ดเดี่ยว
กรณ์มองเธอด้วยแววตาที่ซับซ้อน “ขอบคุณ” เขาพูดเพียงแค่นั้น ก่อนจะเดินหายเข้าไปในความมืด ทิ้งให้พิมพ์ยืนตัวสั่นอยู่เพียงลำพัง ท่ามกลางคราบน้ำตาและความสับสน… ฮีโร่ หรือผู้ร้าย? คำถามนี้ยังคงก้องอยู่ในหัวของเธอ
คนนั้นฟิน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก