เงาตะคุ่มที่ทาบทับบนกระจกบานใหญ่ของออฟฟิศ สั่นไหวราวกับมีลมพายุพัดผ่านเข้ามา ทั้งที่หน้าต่างปิดสนิท แต่ความเย็นยะเยือกกลับแผ่ซ่านเข้ามาจับขั้วหัวใจของนที ราวกับสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่กำลังคุกคาม เขาเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารที่กองสุมอยู่บนโต๊ะ พลางขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ก่อนจะพบกับใบหน้าที่คุ้นเคยจนแทบหยุดหายใจ... ลลิสา
“คุณนทีคะ” เสียงทุ้มห้าวเย็นเยียบของเธอเอ่ยขึ้น ราวกับน้ำแข็งที่กำลังจะแตกกระจาย นทีแทบจะปาปากกาในมือทิ้ง ภาพของเธอในอดีตที่เคยอ่อนหวานเปราะบาง บัดนี้กลับกลายเป็นหญิงสาวที่ยืนสง่าผ่าเผย ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความรัก บัดนี้กลับฉายแววเยือกเย็น ไร้ความรู้สึก ราวกับถูกแช่แข็งเอาไว้
“ลลิสา?” เขาเอ่ยชื่อเธอออกมาอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าหากออกเสียงดังไป ภาพตรงหน้าจะเลือนหายไปเหมือนภาพมายา “เธอ… เธอมาทำอะไรที่นี่?”
ลลิสายิ้มมุมปากอย่างเยาะเย้ย “มาทำงานค่ะ คุณนที” เธอพูดพลางยื่นแฟ้มเอกสารสีดำสนิทให้แก่เจ้าหน้าที่หน้าห้องของเขา “ดิฉันนักสืบ ลลิสา วงศ์ปรีชา ได้รับมอบหมายให้สืบคดีฆาตกรรมปริศนาที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ และที่สำคัญ… คดีนี้มีความเชื่อมโยงกับอดีตของคุณอย่างไม่อาจปฏิเสธได้”
นทีรู้สึกราวกับโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้าง ความเชื่อมโยงกับอดีต? เขาพยายามนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ มีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้นด้วยหรือ? เขาจมปลักอยู่กับงานที่ได้รับมอบหมายจนแทบไม่รับรู้ข่าวสารภายนอกเลยด้วยซ้ำ
“คดีฆาตกรรม?” นทีเอ่ยถามเสียงตะกุกตะกัก “เกิดอะไรขึ้น?”
“เหยื่อคือ คุณอนันต์ เสนาวัฒน์ นักธุรกิจชื่อดังค่ะ” ลลิสาตอบเสียงเรียบ “พบศพในห้องทำงานส่วนตัวของเขา สภาพศพ… บอกได้คำเดียวว่าโหดร้ายทารุณ” เธอเว้นจังหวะ ก่อนจะก้มลงมองนทีด้วยสายตาที่ราวกับจะเจาะทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ “และสิ่งที่น่าสนใจที่สุด… คือพยานปากสำคัญเพียงคนเดียวที่รอดชีวิตจากการโจมตีครั้งนั้น คือ ‘ดวงดาว’ ลูกสาวของคุณอนันต์”
คำว่า ‘ดวงดาว’ หลุดออกมาจากปากของลลิสา ทำให้นทีสะดุ้งเฮือกใหญ่ ดวงดาว… ลูกสาวของเขาที่เขาแทบจะลืมเลือนไปแล้วในโลกแห่งการสืบสวนที่เขาขุดคุ้ยหาความจริงจนลืมความเป็นตัวเองไป
“ดวงดาว…” นทีพึมพำชื่อนั้น น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่พยายามกลบเกลื่อน “เธอ… อยู่ที่นั่น?”
“ค่ะ” ลลิสายังคงยืนมองเขาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก “และตอนนี้ เธอกำลังต้องการความช่วยเหลือ… จากคุณ”
นทีรู้สึกราวกับถูกจับไต๋ เขาอยากจะปฏิเสธ อยากจะหนีไปให้พ้นจากเงาของลลิสาที่กลับมาพร้อมกับความเย็นชา แต่เมื่อนึกถึงดวงดาว ภาพใบหน้าเล็กๆ ที่เขาเคยโอบกอดก็ผุดขึ้นมาในหัว เขาไม่สามารถทอดทิ้งลูกสาวของเขาได้
“ฉันจะช่วย” นทีตัดสินใจตอบรับ เขามองเข้าไปในดวงตาของลลิสา พยายามจะหาความรู้สึกบางอย่างที่เคยมีให้กัน แต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า “บอกฉันมา… เกิดอะไรขึ้นบ้าง”
ลลิสาพยักหน้าช้าๆ “ข้อมูลเบื้องต้นที่ดิฉันรวบรวมมาได้ คือคุณอนันต์ถูกฆาตกรรมด้วยของมีคมหลายแห่งทั่วร่างกาย ร่องรอยการต่อสู้มีน้อย บ่งชี้ว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนที่ผู้ตายรู้จัก หรือไม่ก็เข้ามาในบ้านโดยที่ไม่มีใครทันตั้งตัว” เธอหยุดเล็กน้อย ก่อนจะก้มลงไปหยิบกระเป๋าเอกสารที่วางอยู่ข้างๆ “และนี่คือสิ่งที่ดิฉันพบในที่เกิดเหตุ… ที่อาจจะเกี่ยวข้องกับคุณโดยตรง”
ลลิสาหยิบรูปถ่ายสีซีดๆ ออกมาวางบนโต๊ะของนที ภาพนั้นเป็นรูปของกลุ่มคนวัยรุ่นที่กำลังยืนหัวเราะอย่างมีความสุข ท่ามกลางงานปาร์ตี้ที่ดูหรูหรา นทีหยิบรูปนั้นขึ้นมาดู หัวใจของเขากระตุกวูบ เขารู้จักทุกคนในรูปนี้… หรือเกือบทุกคน
“คนในรูปนี้…” นทีเอ่ยเสียงสั่น “ฉัน… ฉันรู้จักพวกเขา”
“แน่นอนค่ะ” ลลิสาตอบ “เพราะคุณคือหนึ่งในนั้น”
นทีแทบจะสำลักลมหายใจ เขามองไปที่ใบหน้าของตัวเองในรูปสมัยที่เขายังหนุ่ม ยังไร้เดียงสา ยังไม่ถูกความมืดของโลกใบนี้กลืนกินไปทั้งหมด ในรูปนั้น เขายืนอยู่ข้างๆ ลลิสา… ลลิสาในวัยสาวที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสดใส
“นี่มัน… นี่มันรูปเมื่อไหร่?” นทีถามเสียงแหบพร่า
“ประมาณ 15 ปีที่แล้วค่ะ” ลลิสาตอบ “ก่อนที่คุณจะ… เปลี่ยนไป”
คำพูดนั้นเหมือนมีดที่กรีดลงบนแผลเก่า นทีหลับตาลงช้าๆ ภาพอดีตอันเจ็บปวดไหลบ่าเข้ามา ภาพที่เขาถูกลลิสาทำร้ายจิตใจจนแทบแหลกสลาย ภาพที่เขาต้องฝังความรู้สึกทั้งหมดเอาไว้ภายใต้หน้ากากของนักสืบผู้เย็นชา
“แล้ว… แล้วรูปนี้มันเกี่ยวอะไรกับคดีฆาตกรรม?” นทีถาม พยายามรวบรวมสติ
“ในรูปนี้… มีคนหนึ่งที่หายไปค่ะ” ลลิสาพูดพลางชี้ไปยังเงาว่างเปล่าระหว่างเขากับลลิสาในรูป “เขาคือ ‘ชานนท์’ เพื่อนสนิทของคุณและของดิฉัน… เพื่อนที่คุณเคยบอกว่าเสียชีวิตไปแล้วอย่างกะทันหัน”
นทีเงียบไป เขาจำได้ดีถึงวันที่ชานนท์จากไป อุบัติเหตุที่ดูเหมือนจะธรรมดา แต่ทว่า… กลับมีบางอย่างที่ผิดปกติเสมอมา
“ชานนท์…” นทีเอ่ยชื่อนั้นออกมาอย่างยากลำบาก “เขา… เขาตายไปแล้วจริงๆ”
“แน่ใจหรือคะ คุณนที?” ลลิสาถามกลับ สายตาของเธอคมกริบจนนทีรู้สึกเหมือนถูกจับผิด “เพราะมีบางอย่างที่ดิฉันสงสัย… และคุณอาจจะต้องช่วยดิฉันไขปริศนานี้ให้ได้”
เธอวางรูปถ่ายอีกใบหนึ่งลงบนโต๊ะ เป็นรูปของชานนท์ที่กำลังยืนยิ้มอย่างสดใส ท่ามกลางต้นไม้ที่ดูร่มรื่น แต่สิ่งที่ทำให้นทีแทบจะยืนไม่อยู่ คือ… สิ่งที่อยู่ข้างหลังชานนท์ในรูปนั้น
“นั่น… นั่นมันอะไร?” นทีถามเสียงสั่น
“นั่นคือ ‘รังผึ้ง’ ค่ะ” ลลิสาตอบ “เป็นรังผึ้งจำลองที่คุณอนันต์เคยใช้เป็นสัญลักษณ์ในการทำธุรกิจบางอย่าง… ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ ‘ความลับ’ ที่เรากำลังจะค้นพบ”
นทีจ้องมองรูปภาพนั้นอย่างไม่อยากเชื่อ รังผึ้ง… สัญลักษณ์ที่เขาเคยคุ้นเคยอย่างดี สัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับอดีตอันดำมืดที่เขาพยายามจะลืมเลือน
“ลลิสา… เธอรู้เรื่องอะไรบ้าง?” นทีถามเสียงแหบพร่า
ลลิสายิ้มเย็น “ดิฉันกำลังจะรู้ค่ะ… และคุณก็เช่นกัน” เธอหันหลังกลับ เตรียมจะเดินออกจากห้องทำงานของนที “เตรียมตัวให้พร้อมนะคะ คุณนที… เพราะการกลับมาของดิฉันครั้งนี้ ไม่ใช่แค่มาเพื่อสืบคดี… แต่มาเพื่อทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยถูกพรากไป”
เมื่อลลิสาเดินจากไป นทีก็ทรุดตัวลงบนเก้าอี้อย่างหมดแรง ภาพของลลิสาในชุดสูทสีดำที่สง่า แต่แฝงไปด้วยความน่ากลัว ยังคงติดตาเขาอยู่ คดีฆาตกรรมที่เชื่อมโยงกับอดีตของเขา… และชื่อของชานนท์ที่กลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง เขาไม่รู้เลยว่าการปรากฏตัวของลลิสาครั้งนี้ จะนำพาเขาไปสู่หายนะครั้งใหม่ หรือ… จุดเริ่มต้นของการค้นหาความจริงที่เขาเฝ้ารอมาตลอด
นักสืบที่คลั่งรักที่สุด
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก