"อย่าคิดว่าฉันจะให้อภัยเธอได้ง่ายๆ นะฟ้าใส" เสียงห้าวของเมษยังคงก้องอยู่ในความทรงจำของเธอ แม้จะผ่านไปหลายเดือนแล้วก็ตาม แต่ความเจ็บปวดที่เขาเคยฉายชัดในแววตา ยังคงเป็นบาดแผลที่ฟ้าใสไม่เคยลืมเลือน และวันนี้ โชคชะตากลับเล่นตลกอีกครั้ง ดึงเธอกลับมาสู่สายตาของเขาในฐานะผู้หญิงที่เขายังคงมองด้วยความรังเกียจ
"เธอแน่ใจนะว่าไหว" เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้นอย่างแผ่วเบา เมษยืนอยู่ห่างจากเธอไปไม่กี่ก้าว ดวงตาคมกริบฉายแววครุ่นคิดขณะมองร่างผอมบางของฟ้าใสที่กำลังก้มหน้าก้มตาจัดเอกสารกองโต ใบหน้าซีดเซียว ริมฝีปากที่เคยอมชมพู บัดนี้กลับดูจืดชืดไร้ชีวิตชีวา
ฟ้าใสสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงนั้น เธอเงยหน้าขึ้นมองเมษด้วยความประหลาดใจ แต่ก็รีบก้มหน้าลงไปทำงานต่อ "ฉัน...ฉันไหวค่ะ" เสียงเธอสั่นเล็กน้อย
เมษถอนหายใจเบาๆ เขาเดินเข้าไปใกล้ขึ้น ช้าๆ ราวกับกลัวว่าเธอจะแตกสลายไปเสียก่อน "เธอดูเหนื่อยนะฟ้าใส ทำไมไม่พักบ้าง"
"งานมันเยอะค่ะ" เธอตอบเลี่ยงๆ พยายามหลีกเลี่ยงการสบตาเขา ดวงตาของเขายังคงมีประกายที่ทำให้ใจเธอปั่นป่วนเสมอ ความทรงจำในอดีตที่เคยสวยงาม ย้อนกลับมาหลอกหลอนเธออย่างไม่รู้ตัว
"ถ้ามีอะไรที่ฉันช่วยได้ บอกนะ" เมษพูดขึ้นอย่างไม่คาดคิด ฟ้าใสเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้ง แววตาของเขาฉายความจริงใจที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในยามที่เขาแสดงความเกลียดชัง
"คุณเมษ..." เธอเอ่ยชื่อเขาออกมาอย่างแผ่วเบา
"อย่าเรียกฉันแบบนั้น" เขาตัดบท "เรียกเมษเฉยๆ ก็พอ"
คำพูดของเขาทำให้ฟ้าใสรู้สึกเหมือนถูกมีดกรีดลงกลางใจ เขาดูเหมือนจะพยายามผ่อนปรนให้เธอ แต่ในขณะเดียวกัน ความเย็นชาในน้ำเสียงก็ยังคงมีอยู่ เมษสังเกตเห็นรอยคล้ำใต้ตาของเธอที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงอาการไอที่แฝงมากับทุกคำพูดของเธอ เขาเคยเห็นเธอเข้มแข็งและมีชีวิตชีวาเสมอ แต่ภาพตรงหน้าคือหญิงสาวที่ดูบอบช้ำและอ่อนแอ
"เธอ...เธอไม่สบายรึเปล่า" เมษถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิม
ฟ้าใสส่ายหน้าปฏิเสธ "แค่พักผ่อนน้อยไปหน่อยค่ะ"
เมษขมวดคิ้ว เขารู้ดีว่าคำโกหกของเธอไม่มีน้ำหนัก เขาเคยเห็นเธอโกหกมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่เรื่องโกหกที่เกี่ยวกับความรัก แต่มันเกี่ยวกับสุขภาพของเธอ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยใส่ใจมาก่อน
"ถ้าเธอต้องการอะไร บอกนะ" เมษย้ำอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงต้องทำแบบนี้ อาจจะเป็นเพราะเขาเห็นถึงความเจ็บปวดที่เธอพยายามปกปิด หรืออาจจะเป็นเพราะบางสิ่งบางอย่างในตัวเธอยังคงดึงดูดเขาอยู่ แม้ว่าเขาจะพยายามผลักไสเท่าไหร่ก็ตาม
วันต่อมา เมษแอบนำยาบำรุงและผลไม้สดมาวางไว้ที่โต๊ะทำงานของฟ้าใสอย่างเงียบๆ เขาทำทุกอย่างโดยไม่ให้เธอรู้ตัว เขาเห็นเธอหยิบยาขึ้นมาทานด้วยความสงสัย ก่อนจะมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง เขาแอบมองเธอจากมุมห้อง รู้สึกถึงความปวดร้าวในใจที่ซ้อนทับกับความรู้สึกผิด
"เธอแน่ใจนะว่าไหว" เขาถามเธออีกครั้งในตอนเย็น โดยแสร้งทำเป็นบังเอิญเจอเธอที่หน้าลิฟต์
ฟ้าใสยิ้มบางๆ "ขอบคุณสำหรับยาและผลไม้ค่ะ คุณเมษ" เธอพูดพร้อมมองเข้าไปในดวงตาของเขา
เมษรู้สึกเหมือนถูกไฟช็อต เขาไม่คาดคิดว่าเธอจะรู้ว่าใครเป็นคนนำมาให้ "ฉัน...ฉันแค่อยากให้งานมันราบรื่น" เขาพูดตะกุกตะกัก
"ฉันรู้ค่ะ" ฟ้าใสตอบ เธอเอื้อมมือไปสัมผัสแขนของเขาเบาๆ "ขอบคุณจริงๆ นะคะ"
สัมผัสเพียงแผ่วเบา แต่มันส่งกระแสไฟฟ้าไปทั่วร่างของเมษ เขาถอยห่างออกมาอย่างรวดเร็ว "ฉันต้องไปแล้ว"
ฟ้าใสยืนมองตามหลังเขาไปอย่างเงียบๆ เธอรู้ว่าเมษกำลังพยายามช่วยเหลือเธออย่างลับๆ และเธอก็รู้สึกขอบคุณเขาอย่างสุดซึ้ง แต่เธอก็รู้ดีว่าความสัมพันธ์ของพวกเขามันซับซ้อนเกินกว่าจะแก้ไขได้ง่ายๆ
หลายวันต่อมา เมษยังคงแอบช่วยเหลือฟ้าใสอยู่เงียบๆ เขาคอยสังเกตอาการของเธอ สั่งให้คนส่งอาหารที่มีประโยชน์มาให้ หรือแม้กระทั่งแอบโอนเงินเข้าบัญชีเธออย่างไม่ระบุชื่อ เขาเห็นเธอเริ่มมีน้ำมีนวลขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังคงมีความเศร้าฉายชัดในดวงตา
"ทำไมเธอถึงทำแบบนี้ฟ้าใส" เมษพึมพำกับตัวเองขณะมองภาพถ่ายของเธอในอดีต ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสที่เขาเคยรักนักรักหนา บัดนี้กลับกลายเป็นภาพความทรงจำที่เจ็บปวด
คืนหนึ่ง เมษทำงานล่วงเวลา เขาเห็นฟ้าใสยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน เธอไออย่างหนักจนตัวสั่น เมษอดรนทนไม่ไหว เดินตรงเข้าไปหาเธอทันที
"ฟ้าใส! เธอเป็นอะไรมากรึเปล่า" เขาถามด้วยความตื่นตระหนก
ฟ้าใสพยายามจะลุกขึ้น แต่ก็เซไปมา เมษรีบเข้าไปประคองเธอไว้
"ฉัน...ไม่เป็นไรค่ะ" เธอพยายามจะพูด แต่เสียงก็ขาดหายไป
"ไม่เป็นไรอะไรกัน! เธอป่วยชัดๆ" เมษพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง เขาพาเธอไปนั่งที่เก้าอี้ และหยิบน้ำเปล่ามาให้เธอ
"ดื่มน้ำนี่ก่อน" เขายื่นแก้วน้ำให้เธอ
ฟ้าใสรับแก้วน้ำมาด้วยมือที่สั่นเทา เธอมองเข้าไปในดวงตาของเมษ และเห็นความห่วงใยที่ฉายชัดอยู่ตรงนั้น มันเป็นความรู้สึกที่เธอคิดว่าไม่มีวันจะได้เห็นอีกแล้ว
"ขอบคุณค่ะ" เธอพูดเสียงแผ่วเบา
เมษมองดูเธอด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย เขารู้สึกเหมือนหัวใจของเขากำลังเต้นแรงผิดจังหวะ เขาไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงรู้สึกเป็นห่วงเธอมากขนาดนี้ ทั้งๆ ที่เธอเคยทำร้ายเขาอย่างแสนสาหัส
"ถ้าเธอไม่สบายขนาดนี้ ทำไมไม่บอกฉัน" เมษถาม
ฟ้าใสส่ายหน้า "ฉันไม่อยากเป็นภาระค่ะ"
"เธอไม่ใช่ภาระ" เมษพูดอย่างหนักแน่น "เธอ...เธอสำคัญกับฉัน"
คำพูดนั้นทำให้ฟ้าใสอึ้งไป เธอไม่รู้ว่าจะตอบสนองอย่างไร เมษเองก็ดูเหมือนจะตกใจกับคำพูดของตัวเอง เขาถอยห่างออกมาจากเธออย่างรวดเร็ว
"ฉัน...ฉันต้องไปแล้ว" เมษพูดเสียงกระโชก เขาเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ฟ้าใสยืนนิ่งอยู่กับที่ ความรู้สึกหลากหลายตีวนอยู่ในใจเธอ
เมษเดินออกมาจากตึกด้วยความสับสน เขาไม่เข้าใจตัวเองเลย เขาเกลียดฟ้าใส เขาไม่ต้องการเห็นหน้าเธอ แต่ทำไมหัวใจของเขาถึงเต้นแรงผิดจังหวะทุกครั้งที่อยู่ใกล้เธอ? และทำไมเขาถึงรู้สึกเป็นห่วงเธอมากขนาดนี้? เขาตัดสินใจว่าจะไม่กลับไปยุ่งเกี่ยวกับเธออีก แต่ลึกๆ แล้ว เขาก็รู้ดีว่ามันเป็นไปไม่ได้
ขณะที่เมษกำลังเดินออกจากอาคาร เขาเหลือบไปเห็นเงาของใครบางคนยืนแอบอยู่หลังเสาไฟฟ้าตรงข้าม อาการนั้นคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด เขาชะงักไปเมื่อเห็นว่าคนคนนั้นคือ...
รักลวงปาฏิหาริย์ท้อง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก