"ฉันขอโทษนะ ภารกิจนี้อันตรายเกินไปสำหรับคุณ" เสียงของสารวัตรคมกริบสะท้อนก้องในห้องที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสิ้นหวัง แต่สำหรับนายพลกฤตินันท์ คำพูดเหล่านั้นกลับเหมือนคมมีดกรีดใจ เขาเคยเป็นนักรบผู้หาญกล้าที่ไม่มีสิ่งใดกล้ำกรายได้ แต่ตอนนี้ ความทรงจำที่หายไปกับอุบัติเหตุทำให้เขาเปราะบางเกินกว่าจะต้านทานแรงลมพายุที่กำลังโหมกระหน่ำรอบตัว
"อันตราย? สารวัตร คุณกำลังพูดถึงอะไรกันแน่?" กฤตินันท์พยายามรวบรวมสติ พยายามทำความเข้าใจสถานการณ์ที่ดูเหมือนจะบิดเบี้ยวไปจากความเป็นจริง ภาพของบุษบา ใบหน้าเปื้อนน้ำตาที่เขาเห็นเมื่อคืนนี้ยังคงตามหลอกหลอน ภาพที่ทำให้เขาตั้งคำถามถึงความปลอดภัยของเธออย่างแท้จริง
สารวัตรยกมือขึ้นกุมขมับ "มันซับซ้อนกว่าที่คุณคิดครับนายพล ความจริงที่ถูกปิดบังมานานกำลังจะถูกเปิดเผย และมันเกี่ยวพันกับชีวิตของใครหลายคน รวมถึงคนที่คุณห่วงใยมากที่สุด"
คำพูดนั้นทำให้กฤตินันท์ใจกระตุก ภาพของบุษบาผุดขึ้นมาอีกครั้ง ใบหน้าของเธอที่เต็มไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัดเมื่อคืนนี้ ตอนที่เธอพยายามเตือนเขาอย่างลับๆ ถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา เธอรู้เรื่องอะไรบางอย่างที่เขาไม่รู้ หรืออย่างน้อยก็ยังจำไม่ได้
"บุษบา..." เขาเอ่ยชื่อเธอออกมาเบาๆ "เธอรู้เรื่องนี้ใช่ไหม?"
สารวัตรพยักหน้าช้าๆ "เธอเป็นคนเดียวที่สามารถช่วยคุณได้ในตอนนี้ และผมเองก็ต้องการความร่วมมือจากคุณอย่างที่สุด"
ความร่วมมือ? กับบุษบา? หัวใจของกฤตินันท์เต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความไม่ไว้วางใจ ความสงสัย และความรู้สึกผิดที่ยังคงกัดกินเขาอยู่ เขาจำไม่ได้ว่าเขาทำอะไรไว้บ้าง แต่คำว่า "หนี้" ที่เธอเคยกล่าวอ้าง มันยังคงดังก้องอยู่ในหู
"ผมจำอะไรไม่ได้เลย สารวัตร" เสียงของเขาสั่นเครือ "ผมจะช่วยคุณได้อย่างไร ในเมื่อผมแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นใคร"
"ความทรงจำของคุณอาจจะเลือนหายไป แต่วิสัยทัศน์ของนักรบยังคงอยู่ครับนายพล" สารวัตรพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "คุณมีสัญชาตญาณที่เฉียบคม และคุณเคยเป็นคนที่กล้าหาญที่สุดเท่าที่ผมเคยรู้จัก"
กฤตินันท์มองออกไปนอกหน้าต่าง ภาพของเมืองที่คุ้นเคย แต่กลับรู้สึกเหมือนเป็นคนแปลกหน้า เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในอดีตของเขา แต่เขารู้สึกถึงความรับผิดชอบที่หนักอึ้งกำลังถาโถมเข้ามา ยิ่งไปกว่านั้น เขากังวลถึงบุษบา ผู้หญิงที่ดูเหมือนจะกุมชะตาชีวิตของเขาไว้ในมือ
"แล้ว... บุษบาจะยอมร่วมมือกับผมหรือ?" เขาถามด้วยความลังเล
สารวัตรยิ้มบางๆ "นั่นคือสิ่งที่ผมกำลังจะไปคุยกับเธอ และผมเชื่อว่าเธอจะยอมทำเพื่อคุณ"
เมื่อสารวัตรเดินจากไป กฤตินันท์ก็ยังคงนั่งนิ่งอยู่กับที่ ความคิดวนเวียนอยู่กับบุษบา เธอคือใครกันแน่? ทำไมเธอถึงเข้ามาในชีวิตเขาในช่วงเวลาที่เขาเปราะบางที่สุด? และความลับที่สารวัตรกล่าวถึง มันร้ายแรงถึงเพียงไหน?
เขาตัดสินใจที่จะเชื่อสัญชาตญาณของตัวเอง เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกผูกพันกับบุษบาอย่างประหลาด ราวกับว่ามีสายใยบางๆ ที่มองไม่เห็นเชื่อมโยงพวกเขาทั้งสองเข้าไว้ด้วยกัน แม้ว่าเขาจะจำเธอไม่ได้เลยก็ตาม
ไม่นานนัก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เขาเปิดประตูออกไป พบกับบุษบา ใบหน้าของเธอซีดเซียว ดวงตาฉายแววเหนื่อยอ่อน แต่ก็ยังคงมีความมุ่งมั่นซ่อนอยู่
"คุณเรียกฉันมาเหรอคะ นายพล?" น้ำเสียงของเธอแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความหมาย
กฤตินันท์มองสำรวจเธออย่างพิจารณา ภาพความทรงจำบางส่วนที่เขาเคยเห็นแวบๆ มันทำให้เขารู้สึกสับสน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขารู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ใกล้เธอ
"ผม... สารวัตรบอกผมว่าคุณอาจจะช่วยผมได้" เขาพูดอย่างอ้อมแอ้ม
บุษบาถอนหายใจยาว "ฉันรู้ค่ะ ว่าคุณคงจะกำลังสับสน และไม่ไว้ใจฉัน"
"ผมไม่เข้าใจอะไรเลย บุษบา" กฤตินันท์ยอมรับ "ผมไม่รู้ว่าผมเป็นหนี้คุณอย่างไร ผมไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร หรือทำไมคุณถึงเข้ามาในชีวิตผม"
น้ำตาคลอหน่วยในดวงตาของบุษบา "ฉันเข้าใจค่ะ... และฉันก็ขอโทษที่ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้" เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ "แต่ตอนนี้ มันไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งโทษใคร หรือมานั่งเสียใจกับอดีตที่ผ่านไปแล้ว"
เธอก้าวเข้ามาในห้องอย่างช้าๆ ดวงตาของเธอสบเข้ากับดวงตาของเขา "มีบางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น นายพล และมันจะส่งผลกระทบต่อคุณอย่างรุนแรง ถ้าเราไม่หยุดยั้งมันเสียก่อน"
"ผมควรจะเชื่อคุณได้มากแค่ไหน?" กฤตินันท์ถามตรงๆ
บุษบาไม่ตอบทันที เธอเดินไปยืนข้างหน้าต่าง มองออกไปยังทิวทัศน์ที่มืดมิด "ฉันเคย... ทำบางอย่างที่ผิดพลาดไปในอดีตค่ะ และมันส่งผลกระทบต่อคุณโดยตรง" เธอหันกลับมามองเขา "ฉันเป็นหนี้คุณ และฉันก็ต้องการจะชดใช้"
"ชดใช้ด้วยการให้ผมจำทุกอย่างได้หรือ?"
"ชดใช้ด้วยการปกป้องคุณค่ะ" บุษบาตอบหนักแน่น "มีคนที่กำลังตามล่าคุณอยู่ นายพล พวกเขาไม่ต้องการให้คุณจำอดีตได้อีกต่อไป เพราะความจริงที่ถูกซ่อนไว้มันจะทำลายพวกเขา"
คำพูดนั้นทำให้กฤตินันท์รู้สึกหนาวสันหลัง เขาพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวความทรงจำที่กระจัดกระจาย แต่ก็ไม่มีอะไรปรากฏขึ้นมาเลย มีเพียงภาพรางๆ ของความเจ็บปวด ความกลัว และความสับสน
"ใครคือคนที่ตามล่าผม?"
"คนที่คุณเคยเชื่อใจ... คนที่คุณเคยรัก" บุษบาตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "คนที่คุณเคยไว้ใจมากที่สุดในชีวิต"
ประโยคสุดท้ายนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจของกฤตินันท์ คนที่เคยเชื่อใจ คนที่เคยรัก? มันหมายถึงใคร? ใบหน้าของผู้หญิงที่เขาเห็นในภาพถ่ายที่ตกอยู่บนพื้นห้องของเขา ผุดขึ้นมาในความนึกคิด หญิงสาวผู้มีรอยยิ้มที่อ่อนหวาน แต่ตอนนี้กลับดูเหมือนปีศาจร้ายในความคิดของเขา
"คุณหมายถึง... คุณไหม?" เขาถามด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความหวังเล็กๆ ว่าเธอจะปฏิเสธ
บุษบาเม้มปากแน่น "ฉัน... ไม่ใช่ค่ะ"
ความหวังของเขาสลายไปในพริบตา "ถ้าไม่ใช่คุณ แล้วใครล่ะ?"
"ฉันจะบอกคุณเอง" บุษบาเดินเข้ามาใกล้เขามากขึ้น จนเกือบจะสัมผัสกัน "แต่เราต้องร่วมมือกัน นายพล เราต้องเชื่อใจกัน แม้ว่าคุณจะจำฉันไม่ได้ก็ตาม"
กฤตินันท์มองเข้าไปในดวงตาของบุษบา เขามองเห็นความจริงใจ และความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มที่พยายามฝืนยิ้มของเธอ เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่เธอกำลังจะบอกนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่สัญชาตญาณของเขาบอกว่าเขาควรจะเชื่อเธอ
"ผมจะร่วมมือกับคุณ" เขาตัดสินใจ
รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของบุษบา เป็นรอยยิ้มที่แท้จริง เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหวัง "ขอบคุณค่ะ นายพล"
"แต่คุณต้องบอกผมทุกอย่าง" กฤตินันท์เน้นย้ำ "ผมต้องรู้ความจริงทั้งหมด"
"แน่นอนค่ะ" บุษบาตอบรับ "แต่เราต้องรีบ ก่อนที่พวกเขาจะรู้ตัวว่าเรากำลังจะเปิดโปงความลับของพวกเขา"
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ของกฤตินันท์ก็ดังขึ้น เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย
"ใคร?" บุษบาถามด้วยความกังวล
กฤตินันท์มองหน้าจอโทรศัพท์ สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเมื่อเห็นข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันธนาคาร
"เงินในบัญชีของผม... หายไปทั้งหมด"
ฉันใช้หนี้กับนายพล
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก