สถาปนิกพบกันโดยบังเอิญที่ไม่มีวันลืม

ตอนที่ 17 — การหลบหนีจากเงาอดีต

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

29 ตอน · 628 คำ

สายลมยามค่ำคืนพัดพาความหนาวเย็นมาแตะต้องผิวที่อ่อนล้าของเมษา เธอเดินโซซัดโซเซอยู่บนทางเท้าที่ไร้ผู้คน แสงไฟจากเสาไฟริมทางส่องกระทบใบหน้าซีดเซียวที่เปื้อนน้ำตา ดวงตาของเธอแดงก่ำจากการร้องไห้ แต่ภายในใจกลับว่างเปล่า ราวกับถูกสูบฉีดเอาทุกความรู้สึกออกไปจนหมดสิ้น

บ้านหลังใหญ่อันเป็นที่พึ่งสุดท้ายของเธอได้กลายเป็นอดีตไปแล้ว คำพูดของนภัทรที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท ราวกับเสียงกระซิบของปีศาจร้ายที่คอยตามหลอกหลอน ‌ภาพของเขาที่ผลักเธออย่างแรงจนล้มลงไปกองกับพื้นยังคงชัดเจนในความทรงจำ ความเจ็บปวดที่หัวเข่าเป็นเพียงสิ่งเล็กน้อยเมื่อเทียบกับรอยแผลเป็นที่ประทับลึกอยู่ในหัวใจ

เธอไม่มีที่ไป ไม่มีใครให้พึ่งพิง พี่สาวของเธอหายตัวไปอย่างลึกลับ ทิ้งภาระอันหนักอึ้งไว้บนบ่าของเธอเพียงลำพัง และบัดนี้ แม้แต่ความหวังสุดท้ายที่จะมีชีวิตอยู่ร่วมกับผู้ชายที่เธอ... ที่เธอรู้สึกอะไรบางอย่างให้... ​ก็ถูกทำลายลงจนไม่เหลือชิ้นดี

เมษาหยุดยืนอยู่ใต้โคมไฟริมถนน มองดูเงาตะคุ่มของตัวเองที่ทอดตัวยาวเหยียดออกไปบนพื้น เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงเงาที่ไร้ตัวตน เป็นเพียงเศษฝุ่นที่ถูกพัดพาไปตามกระแสลม

"จะไปไหนดีนะ?" เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน เธอไม่มีเงินติดตัวมากนัก นอกเหนือจากเงินจำนวนหนึ่งที่เธอได้เตรียมไว้เผื่อกรณีฉุกเฉิน ‍ซึ่งตอนนี้มันคือสถานการณ์ฉุกเฉินที่แท้จริง

ความคิดอันริบหรี่ผุดขึ้นมาในหัว เธอจำได้ว่ายังมีเพื่อนสนิทสมัยเรียนมหาวิทยาลัยคนหนึ่งที่ตอนนี้ทำงานอยู่ที่ต่างจังหวัด เธออาจจะพอช่วยเหลือเธอได้บ้าง

"ใช่...ต้องไปหาแพรว" เธอตัดสินใจอย่างรวดเร็ว แม้จะรู้สึกผิดที่จะต้องไปรบกวนแพรวในยามวิกฤตเช่นนี้ แต่เธอไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว

เมษาเดินไปยังสถานีรถประจำทางที่อยู่ไม่ไกลนัก แสงไฟนีออนสว่างจ้าสะท้อนกับกระจกใสของป้ายสถานี ทำให้เห็นภาพเงาสะท้อนของเธอที่ดูราวกับคนไร้บ้าน ‌เธอรู้สึกอายเล็กน้อยเมื่อมีผู้คนเดินผ่านไปมา แต่ก็ไม่มีใครสนใจเธอเป็นพิเศษ ทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาอยู่กับโลกของตัวเอง

เมื่อถึงสถานีรถประจำทาง เธอรีบซื้อตั๋วรถไปจังหวัดที่แพรวอาศัยอยู่ โดยใช้เงินเก็บทั้งหมดที่มี การเดินทางครั้งนี้ไม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ทุกครั้งที่เธอเดินทาง เธอมักจะมีความหวัง ‍มีเป้าหมายที่ชัดเจน แต่ครั้งนี้ มันคือการหนี มันคือการหลบเลี่ยง

ขณะที่เธอนั่งอยู่บนรถประจำทางที่กำลังเคลื่อนตัวออกจากเมืองหลวงอันศิวิไลซ์ เมษาได้แต่มองออกไปนอกหน้าต่าง ภาพของตึกสูงระฟ้าที่เคยเป็นเหมือนความฝันของเธอ บัดนี้กลับกลายเป็นเหมือนภาพฝันร้ายที่เธอต้องพยายามลบเลือน

เธอล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ แล้วหยิบจดหมายฉบับหนึ่งออกมา ​มันคือจดหมายที่นภัทรเห็น และทำให้เขาโกรธเกรี้ยวจนถึงที่สุด เมษาอ่านมันอีกครั้งด้วยหัวใจที่เต้นระรัว เธอรู้ว่าเนื้อหาในจดหมายนี้คือความลับที่อันตรายที่สุดของเธอ

"เมษา...ถ้าเธอได้อ่านจดหมายฉบับนี้ แสดงว่าฉันคงไม่สามารถปกป้องเธอได้อีกต่อไปแล้ว...แผนการทุกอย่างที่วางไว้...มันกำลังจะถึงจุดสิ้นสุด...ฉันขอโทษที่ต้องทำแบบนี้...แต่เธอต้องเชื่อฉัน...นภัทร...เขาอันตรายเกินไป...เขาไม่ควรที่จะรู้ความจริง...ความจริงเกี่ยวกับ...เกี่ยวกับพ่อของเรา..."

ข้อความในจดหมายยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเธอ ยิ่งอ่านก็ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกผิด ความกลัว และความสับสน ​เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพี่สาวถึงต้องทำแบบนี้ ทำไมต้องเก็บงำความลับที่น่ากลัวขนาดนี้ไว้

"พ่อของเรา..." เมษาพึมพำกับตัวเอง "พ่อของเราคือใครกันแน่?"

คำถามนี้เป็นปริศนาที่ค้างคาใจเธอมาตลอดหลายปี และบัดนี้ มันยิ่งทวีความซับซ้อนมากขึ้นไปอีก เธอไม่เคยรู้จักพ่อของตัวเองเลย แม่ของเธอไม่เคยพูดถึง ​และพี่สาวก็ดูเหมือนจะรู้เรื่องราวบางอย่างที่เธอไม่รู้

เมษาหลับตาลง พยายามข่มความรู้สึกมากมายที่ถาโถมเข้ามา ทั้งความเสียใจ ความผิดหวัง ความกลัว และความสับสน เธอรู้ดีว่าการหลบหนีครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การหลบหนีจากบ้าน จากผู้ชายที่เกลียดชังเธอ แต่เป็นการหลบหนีจากอดีตที่ตามหลอกหลอน และจากความลับที่อาจจะทำลายชีวิตเธอได้ตลอดไป

เธอเอื้อมมือไปหยิบแบบร่างอาคารที่เธอออกแบบไว้เมื่อหลายปีก่อน เธอเคยมีความฝันอันยิ่งใหญ่ที่จะเป็นสถาปนิกที่ประสบความสำเร็จ แต่บัดนี้ ความฝันนั้นดูเหมือนจะห่างไกลเหลือเกิน

"ฉันจะทำอย่างไรต่อไป" เธอถามตัวเองในความเงียบสงัดของรถประจำทาง แสงไฟจากภายนอกสาดส่องเข้ามาเป็นระยะๆ ราวกับจะบอกเป็นนัยว่าหนทางข้างหน้ายังคงมืดมน

เธอรู้ดีว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของอะไรบางอย่างที่ยิ่งใหญ่และอันตราย เธอต้องพยายามเอาชีวิตรอด ต้องพยายามค้นหาความจริง และที่สำคัญที่สุด เธอต้องพยายามปกป้องตัวเองจากอันตรายที่มองไม่เห็น

เมื่อรถประจำทางค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าสู่ชานเมือง เมษาได้แต่มองออกไปนอกหน้าต่าง ภาพของทุ่งนาอันกว้างใหญ่และบ้านเรือนหลังเล็กๆ ที่เรียงรายอยู่ริมทาง ยิ่งทำให้เธอรู้สึกถึงความโดดเดี่ยวและอ้างว้าง

เธอจะไปถึงที่หมายได้อย่างปลอดภัยหรือไม่? เธอจะสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้หรือไม่? และที่สำคัญที่สุด เธอจะสามารถไขปริศนาแห่งอดีตและเปิดเผยความจริงที่ถูกซ่อนเร้นไว้ได้หรือไม่?

คำตอบของคำถามเหล่านี้ยังคงล่องลอยอยู่ในอากาศ เหมือนหมอกควันที่มองไม่เห็น เธอได้แต่หวังว่า...หวังว่าจะมีแสงสว่างรออยู่ที่ปลายทาง

หน้านิยาย
หน้านิยาย

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!