"คุณกำลังจะทำให้ทุกอย่างมันพัง!" เสียงตะคอกของชนม์ดังลั่นห้องทำงานที่เต็มไปด้วยแบบแปลนและโมเดลจำลอง เมญ่าสะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็เชิดหน้าขึ้นสู้ ดวงตาคู่สวยฉายแววไม่ยอมแพ้ "ถ้าคุณมองไม่เห็นความตั้งใจของฉัน การทำงานร่วมกันของเราก็ไม่มีความหมาย"
"ความตั้งใจ? หรือความดื้อรั้นที่อยากจะพิสูจน์ตัวเอง?" ชนม์ก้าวเข้ามาใกล้ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเมญ่า ราวกับจะสแกนหาความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกอันสดใสของเธอ "โครงการนี้มันซับซ้อนเกินกว่าที่คุณจะเข้าใจ เมญ่า"
"เข้าใจ? หรือแค่ไม่อยากให้ใครมาแตะต้องความสมบูรณ์แบบที่ตัวเองสร้างไว้?" เมญ่าสวนกลับทันควัน ความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นระหว่างพวกเขามันหนักหนาสาหัสขึ้นทุกวัน ตั้งแต่วันที่ต้องมาทำงานร่วมกันในโปรเจกต์รีโนเวทคฤหาสน์เก่าแก่ของตระกูล “พงษ์พิสุทธิ์” ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสมรภูมิแห่งความทรงจำอันเจ็บปวดของชนม์
ชนม์ไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครเข้ามาวุ่นวายในชีวิตส่วนตัวของเขาได้ง่ายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้หญิงที่เข้ามาเพราะ ‘อุบัติเหตุ’ ที่ไม่อาจลืมเลือน แต่สถานการณ์บังคับให้เขาต้องร่วมงานกับเมญ่า สถาปนิกสาวผู้เต็มไปด้วยไอเดียสุดโต่งและทัศนคติที่แตกต่างราวฟ้ากับเหว ทุกครั้งที่พวกเขาต้องประชุมงาน หรือลงพื้นที่สำรวจคฤหาสน์ มันเหมือนการจุดชนวนสงครามย่อมๆ ที่มีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่มองเห็น
"นี่มันไม่ใช่เรื่องของความสมบูรณ์แบบ มันเป็นเรื่องของความปลอดภัยของโครงสร้าง และความถูกต้องทางประวัติศาสตร์" ชนม์พยายามอธิบายอย่างใจเย็น แต่เสียงก็ยังคงแข็งกระด้าง "คุณกำลังจะทุบผนังบางส่วนที่สำคัญออกไป โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบระยะยาว"
"แต่ผนังส่วนนั้นมันเป็นส่วนเกิน! มันไม่เข้ากับสไตล์โดยรวม และมันทำให้พื้นที่ใช้สอยเสียเปล่า" เมญ่าอธิบายด้วยน้ำเสียงที่เริ่มเหนื่อยหน่าย เธอพยายามทำความเข้าใจมุมมองของเขา แต่บางครั้งชนม์ก็เหมือนกำแพงหินที่ยากจะทะลุผ่าน "คุณเคยมาที่นี่ตอนที่มันยังสมบูรณ์แบบอยู่หรือเปล่าคะ? คุณเห็นความงามของมันในแบบที่คนอื่นมองไม่เห็นหรือเปล่า?"
คำถามนั้นเหมือนมีดกรีดเข้าไปกลางใจของชนม์ ภาพความทรงจำบางส่วนแวบเข้ามาในหัว… เสียงหัวเราะของผู้หญิงคนหนึ่ง, แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่, กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้… เขาปัดความคิดนั้นออกไปอย่างรวดเร็ว "ผมไม่เห็นความสำคัญของความงามที่ไร้ประโยชน์"
"ไร้ประโยชน์?" เมญ่าเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อหู "คุณกำลังดูถูกงานของฉัน! คุณกำลังดูถูกความรู้สึกของคนที่อยากจะอนุรักษ์สิ่งสวยงามเอาไว้!"
"ผมกำลังพูดถึงความเป็นจริง เมญ่า!" ชนม์ขึ้นเสียงอีกครั้ง "นี่ไม่ใช่คาเฟ่เก๋ๆ ที่คุณจะออกแบบตามใจชอบ นี่คือคฤหาสน์ที่เคยเป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัวผม มีประวัติศาสตร์ มีเรื่องราว และมีความอันตรายซ่อนอยู่"
“อันตราย?” เมญ่าเลิกคิ้ว “อันตรายอะไรคะ? ฉันเห็นมีแค่ฝุ่น กับร่องรอยของกาลเวลาเท่านั้น”
“คุณไม่เห็นอะไรเลยต่างหาก” ชนม์กัดฟันพูด ดวงตาของเขาทอประกายบางอย่างที่เมญ่าไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความเจ็บปวดและความหวาดระแวง “บางที… การที่คุณไม่เห็นอะไรเลย อาจจะเป็นเรื่องดีที่สุดสำหรับคุณแล้วก็ได้”
“หมายความว่ายังไงคะ!” เมญ่ารู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่แล่นไปตามสันหลัง คำพูดของเขาฟังดูเหมือนคำเตือน แต่ในขณะเดียวกันก็แฝงไปด้วยความลับที่เธอยังไม่รู้
ชนม์ไม่ตอบ เขาเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้เมญ่ายืนอยู่เพียงลำพัง ท่ามกลางกองแบบแปลนและโมเดลจำลองที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของความขัดแย้งระหว่างพวกเขา เธอมองตามหลังร่างสูงใหญ่ที่เดินจากไปอย่างหงุดหงิด แต่ในใจก็มีความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้เริ่มก่อตัวขึ้น ความเย็นชาของเขา… มันเป็นเพียงกำแพงที่กั้นระหว่างเขาและโลก หรือมันมีบางสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าซ่อนอยู่ข้างใน?
วันต่อมา การทำงานก็ยังคงดำเนินไปอย่างตึงเครียด เมญ่าพยายามอย่างที่สุดที่จะหาจุดร่วมกับชนม์ เธอศึกษาประวัติของคฤหาสน์อย่างละเอียด พยายามทำความเข้าใจถึงความผูกพันที่เขามีต่อสถานที่แห่งนี้ แม้ว่าเขาจะพยายามปิดกั้นตัวเองก็ตาม
“คุณเคยเดินเข้าไปในห้องสมุดไหมคะ?” เมญ่าถามขณะที่พวกเขากำลังสำรวจชั้นใต้ดินของคฤหาสน์ซึ่งเต็มไปด้วยห้องเก็บของเก่า “ฉันเจอเอกสารเก่าๆ บางอย่างที่อาจจะเกี่ยวข้องกับประวัติของที่นี่”
ชนม์ชะงักเล็กน้อย “ผมไม่เคยเห็นห้องสมุด”
“มันอยู่ติดกับห้องรับประทานอาหารค่ะ” เมญ่าเดินนำไป “ฉันคิดว่าถ้าเราได้ดูเอกสารพวกนั้น อาจจะช่วยให้เราเข้าใจภาพรวมของโครงสร้างอาคารได้ดีขึ้น”
เมื่อไปถึงห้องสมุด กลิ่นอายของกาลเวลาและความรู้ก็โชยมาตามลม เมญ่าค่อยๆ เปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานไม้สักโบราณ ขณะที่ชนม์ยืนมองรอบๆ ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
“นี่ไงคะ!” เมญ่าหยิบกล่องเอกสารเก่าๆ ออกมา “ดูเหมือนจะเป็นบันทึกประจำวันของคุณพ่อคุณ… ถ้าฉันจำไม่ผิด ชื่อท่านคือ ‘พลเอก พิพัฒน์’ ใช่ไหมคะ?”
เมื่อได้ยินชื่อพ่อ ความทรงจำบางส่วนที่ชนม์พยายามจะลืมเลือนก็ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง ภาพใบหน้าเคร่งขรึมของชายร่างใหญ่ในชุดเครื่องแบบ… แต่แล้ว ภาพก็สลายไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกว่างเปล่า
“ผม… ไม่ได้สนใจเรื่องพวกนั้น” ชนม์พูดเสียงแหบพร่า
“แต่ถ้ามันมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อโครงการของเราล่ะคะ?” เมญ่าพยายามจะชวนคุย “บางที… คุณพ่อของคุณอาจจะบันทึกเรื่องราวการก่อสร้าง หรือการปรับปรุงครั้งก่อนๆ ไว้ก็ได้”
เธอเปิดกล่องเอกสารออกอย่างระมัดระวัง กระดาษเก่าๆ สีเหลืองกรอบถูกเปิดออกทีละแผ่น มีทั้งรูปถ่ายเก่าๆ, จดหมาย, และบันทึกที่เขียนด้วยลายมือที่ดูสง่างาม
“นี่…” เมญ่าหยุดชะงัก เธอชี้ไปที่รูปถ่ายขาวดำใบหนึ่ง “นี่คือคุณพ่อของคุณใช่ไหมคะ? กับ… ใครคะ?”
ชนม์ก้มลงมอง ภาพถ่ายที่เมญ่าชี้ แสดงให้เห็นชายในชุดเครื่องแบบทหาร ยืนเคียงข้างผู้หญิงคนหนึ่งที่ใบหน้าของเธอพร่ามัวเล็กน้อยจากกาลเวลา แต่แววตาของเธอดูอ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยความสุข
“ผมไม่รู้” ชนม์ตอบเสียงเรียบ ราวกับว่าเรื่องราวในอดีตนั้นไม่ใช่ของเขา
“แต่ท่าทางพวกท่านจะสนิทสนมกันมากนะคะ” เมญ่าอดไม่ได้ที่จะพูด “ดูเหมือนจะเป็นช่วงเวลาที่มีความสุข”
“ความสุข… มันไม่เคยอยู่กับเรานานหรอก เมญ่า” ชนม์พูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความขมขื่น “โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนอย่างผม”
เขาก้มลงไปหยิบเอกสารอีกแผ่นหนึ่ง มันเป็นกระดาษที่ดูใหม่กว่าแผ่นอื่นๆ เล็กน้อย มีลายเซ็นที่ดูคุ้นเคย
“นี่มัน…?” ชนม์พึมพำ เขาจำลายเซ็นนั้นได้ แต่มันเป็นลายเซ็นของใครกันแน่?
“มีอะไรผิดปกติหรือคะ?” เมญ่าสังเกตเห็นความผิดปกติในท่าทีของเขา
“ไม่มีอะไร” ชนม์รีบเก็บเอกสารนั้นใส่กล่องอย่างรวดเร็ว “เรากลับไปทำงานกันต่อเถอะ”
แต่แววตาของเขา… มันฉายแววของความสับสนและความหวาดกลัวบางอย่างที่เมญ่าไม่เข้าใจ เธอรู้สึกเหมือนมีบางอย่างที่ใหญ่กว่าแค่เรื่องการออกแบบคฤหาสน์กำลังจะเปิดเผยออกมา และดูเหมือนว่า ชนม์เองก็กำลังจะจมดิ่งลงไปในความลับที่ซ่อนอยู่ของอดีตอันดำมืดของเขา…
เมื่อนายพลลืมความทรงจำ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก