สายตาของ ‘ภาคย์’ จ้องเขม็งมาที่ ‘น้ำ’ ดุจคมดาบที่พร้อมจะกรีดแทงทุกอณูของความบริสุทธิ์ที่เธอพยายามจะอ้าง ดวงตาคมกริบสะท้อนประกายเย็นเยียบที่ไร้ซึ่งความเห็นอกเห็นใจ ราวกับกำลังมองดูแมลงตัวเล็กๆ ที่บังอาจปีนป่ายเข้ามาในอาณาเขตของเขา
“เธอคิดว่าฉันจะเชื่อเรื่องน้ำเน่าๆ ที่เธอแต่งขึ้นมาได้งั้นเหรอ?” ภาคย์ถามเสียงเยือกเย็น น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยการเย้ยหยันและดูถูกเหยียดหยาม ชนิดที่ทำให้ร่างบางของน้ำสั่นสะท้านไปทั้งตัว
“ฉันไม่ได้แต่งเรื่องค่ะคุณภาคย์!” น้ำพยายามเปล่งเสียงให้มั่นคงที่สุด แม้ว่าหัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองศึก “ฉันพูดความจริง! ฉันจำอะไรไม่ได้เลยหลังจากที่งานเลี้ยงจบลง! มีคนทำให้ฉันสลบไปแน่ๆ!”
“คน?” ภาคย์เลิกคิ้วขึ้นสูงอย่างไม่เชื่อ “ใคร? ใครที่เธออ้างถึง? ชื่ออะไร? หน้าตาเป็นอย่างไร?”
น้ำอ้าปากพะงาบๆ แต่ก็หาคำตอบให้เขาไม่ได้ ภาพสุดท้ายก่อนที่เธอจะหมดสติไปคือใบหน้าอันหล่อเหลาแต่แฝงไว้ด้วยความเร้นลับของชายคนหนึ่งที่เดินเข้ามาหาเธอ...แต่เธอจำใบหน้าเขาได้ไม่ชัดเจนนัก ทุกอย่างมันพร่ามัวไปหมด
“ฉัน...ฉันจำไม่ได้ค่ะ” น้ำตอบเสียงแผ่วเบา “ทุกอย่างมันมืดไปหมด...เหมือนมีอะไรมาปิดตา ปิดปากฉัน...”
“ฟังดูเหมือนนิยายน้ำเน่าที่เขียนโดยนักเขียนกระจอกๆ เลยนะ” ภาคย์แค่นเสียง “เธอคิดว่าฉันจะโง่พอที่จะเชื่อเรื่องแบบนี้เหรอ?”
“แต่มันคือความจริง!” น้ำพยายามร้องบอกเขา “คุณภาคย์คะ ได้โปรด...เชื่อฉันสักครั้งเถอะค่ะ”
“ทำไมฉันต้องเชื่อเธอ?” ภาคย์ก้าวเข้ามาใกล้น้ำอีกครั้ง ร่างสูงโปร่งของเขาแผ่เงาทะมึนบดบังแสงสว่าง ทำให้เธอยิ่งรู้สึกอึดอัดและหวาดกลัว “ในเมื่อทุกอย่างมันฟ้องเธอขนาดนี้...แหวนของฉันอยู่ที่นี่...ในห้องของเธอ...แล้วเธอจะให้ฉันเชื่อเรื่องไร้สาระอะไร?”
ภาคย์ยกแหวนเพชรเม็ดโตขึ้นมาส่องกับแสงไฟ แหวนวงนั้นส่องประกายวิบวับราวกับจะดูถูกความยากจนของน้ำ “แหวนวงนี้...มีค่ามากกว่าทรัพย์สินทั้งหมดที่เธอเคยเห็นมาในชีวิตรวมกันเสียอีกนะ”
คำพูดนั้นบาดลึกเข้าไปในหัวใจของน้ำ เธอไม่ใช่คนโลภ เธอไม่เคยคิดจะเอาของใคร! “ฉันไม่ได้อยากได้มันค่ะ! ฉันไม่เคยแม้แต่จะคิดว่าจะมีโอกาสได้ครอบครองสิ่งของที่มีค่าขนาดนี้!”
“แต่เธอก็เอาไป” ภาคย์พูดเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน “แล้วก็ยังมานั่งทำหน้าใสซื่ออีก”
“ฉันไม่ได้เอาไป!” น้ำตะเบ็งเสียงด้วยความเจ็บปวด “ฉันถูกใส่ร้าย! ใครบางคน...ใครบางคนต้องการจะทำลายฉัน!”
“แล้วใครล่ะ? ใครที่เธอคิดว่าแค้นเธอขนาดต้องมาใส่ร้ายเธอด้วยการขโมยแหวนมูลค่ามหาศาลของฉัน?” ภาคย์ถาม ดวงตาของเขายังคงจ้องมองน้ำอย่างไม่ละสาย ราวกับกำลังประเมินว่าเธอจะโกหกได้เนียนสักแค่ไหน
น้ำก้มหน้าลงมองพื้น เธอไม่รู้จริงๆ ว่าใครจะทำเรื่องนี้ เธอเป็นเพียงพนักงานเสิร์ฟธรรมดาๆ ที่ใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่เคยมีปัญหากับใคร...อย่างน้อยก็ในชีวิตที่เธอรู้จัก
“ฉันไม่รู้ค่ะ” เธอตอบเสียงแผ่วเบา “ฉันไม่เคยมีศัตรู...ไม่เคยทำร้ายใคร...”
“น่าขัน!” ภาคย์แค่นเสียง “คนอย่างเธอน่ะ...น่าจะมีศัตรูเยอะนะ”
คำพูดนั้นทำให้หัวใจของน้ำหล่นวูบ เธอรู้ดีว่าเธอเป็นแค่คนตัวเล็กๆ ในสังคมนี้ แต่การที่เขาพูดแบบนี้ ราวกับจะตอกย้ำว่าเธอไร้ค่า และไม่มีใครอยากจะเชื่อเรื่องของเธอเลย
“คุณภาคย์คะ...” น้ำเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้ง ดวงตาของเธอแดงก่ำไปด้วยน้ำตาที่พยายามจะกลั้นไว้ “ถ้าคุณไม่เชื่อฉัน...คุณจะทำยังไงต่อไปคะ?”
ภาคย์เงียบไปชั่วครู่ เขาจ้องมองน้ำอย่างพิจารณา ก่อนจะเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาไม่เปลี่ยน “ถ้าเธอไม่ได้ขโมย...เธอก็ต้องพิสูจน์ตัวเอง”
“พิสูจน์ตัวเอง?” น้ำถามอย่างไม่เข้าใจ
“ใช่” ภาคย์ตอบ “เธอจะอยู่ที่นี่...ในคฤหาสน์ของฉัน”
คำพูดนั้นทำให้น้ำแทบจะหยุดหายใจ ‘อยู่ที่นี่?’ ในคฤหาสน์หรูหราของเขา? “ทำไมคะ?”
“เพื่อที่ฉันจะได้จับตาดูเธอไง” ภาคย์พูดอย่างตรงไปตรงมา “และเพื่อที่เธอจะได้มีโอกาส...ล้างมลทินให้ตัวเอง”
“แต่...” น้ำยังคงไม่เข้าใจ “ถ้าฉันอยู่ที่นี่...แล้วใครจะหาแหวนของคุณ...หรือตามจับคนร้ายตัวจริงล่ะคะ?”
“นั่นมันเป็นหน้าที่ของฉัน” ภาคย์ตอบ “หน้าที่ของเธอ...คือการเชื่อฟังคำสั่งของฉัน”
“คำสั่ง?” น้ำทวนคำ “หมายความว่ายังไงคะ?”
“หมายความว่า...เธอจะต้องทำทุกอย่างที่ฉันสั่ง” ภาคย์พูดเสียงเฉียบขาด “ห้ามออกนอกบริเวณคฤหาสน์...ห้ามติดต่อใคร...และห้ามโกหกฉันเด็ดขาด”
น้ำตัวสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ เธอรู้สึกราวกับกำลังจะจมน้ำตายในวังวนแห่งความไม่ยุติธรรม “แต่...แต่ฉันจะไปบอกครอบครัวของฉันได้อย่างไรคะ? พวกเขาจะห่วงฉัน...”
“ครอบครัวเธอ?” ภาคย์เลิกคิ้ว “ถ้าเธอไม่ได้ทำอะไรผิด...ครอบครัวเธอก็ไม่ต้องห่วง”
“แต่...”
“ไม่ต้องแต่อะไรทั้งนั้น” ภาคย์ตัดบท “นี่คือข้อเสนอเดียวที่เธอจะได้รับ”
น้ำมองเข้าไปในดวงตาของภาคย์อีกครั้ง เธอไม่เห็นความเมตตาเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความเด็ดขาดและความเย็นชาที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา เธอรู้ดีว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่น การต่อต้านเขาในตอนนี้คงมีแต่จะทำให้สถานการณ์ของเธอเลวร้ายลงไปอีก
“ฉัน...ฉันตกลงค่ะ” น้ำตอบเสียงแผ่วเบา
รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของภาคย์ แต่เป็นรอยยิ้มที่ดูราวกับกำลังจะเยาะเย้ยมากกว่า “ดีมาก”
เขาหมุนตัวเดินนำออกไป “มานี่”
น้ำได้แต่ก้าวตามเขาไปอย่างเชื่องช้า หัวใจของเธอยังคงเต้นแรงด้วยความกลัวและความไม่แน่ใจ เธอไม่รู้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะนำพาเธอไปสู่จุดไหน แต่ที่แน่ๆ...คือชีวิตของเธอได้พลิกผันไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว
ขณะที่เดินตามภาคย์ไปในโถงทางเดินอันหรูหรา น้ำก็ได้แต่คิดวนเวียนอยู่ในหัว เรื่องของแหวนเพชรวงนั้น...เรื่องของคราบเลือดจางๆ บนพื้น...และเรื่องของคนที่ทำให้เธอหมดสติไป
ใครกันแน่ที่กำลังเล่นเกมอันตรายนี้? และทำไมเธอถึงต้องมาตกเป็นเหยื่อของมัน?
ทันใดนั้นเอง ภาคย์ก็หยุดเดิน หันกลับมามองน้ำด้วยสายตาที่เฉียบคมกว่าเดิม
“ฉันลืมบอกไปอย่างหนึ่ง” เขาพูด “แหวนวงนั้น...มันมีระบบติดตามอยู่”
น้ำเงยหน้ามองเขาด้วยความประหลาดใจ “ระบบติดตาม?”
“ใช่” ภาคย์พยักหน้า “ถ้าแหวนวงนี้หายไป...หรือถูกนำไปให้คนอื่น...ฉันจะรู้ทันที”
เขาเว้นจังหวะ ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หัวใจของน้ำเต้นแรงขึ้นไปอีก “และถ้ามันถูกนำไปให้ใคร...คนนั้น...ก็จะกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับเธอ”
น้ำนิ่งอึ้งไป ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าแหวนวงเดียวจะมีความซับซ้อนขนาดนี้
“นั่นหมายความว่า...” เธอพยายามถาม
“หมายความว่า...เธอไม่มีทางหนีฉันพ้น” ภาคย์พูดจบก็หันหลังเดินจากไป ทิ้งให้น้ำยืนนิ่งอยู่เพียงลำพัง ท่ามกลางความเงียบของคฤหาสน์อันโอ่อ่า เธอยังคงมองตามแผ่นหลังของเขาไปอย่างไม่ละสายตา
ความลับ...มันช่างน่ากลัวเสียจริง
แอบรักในคืนCEO
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก