ทายาทพันล้านกับความลับเงาแค้น

ตอนที่ 25 — การร่วมมือเพื่อความจริง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 2,353 คำ

“ถ้าคุณคิดว่าฉันจะยอมให้คุณเข้ามาขุดคุ้ยอดีตของฉันอีกครั้ง คุณคิดผิด!” เสียงของลลิลสั่นเครือด้วยความโกรธและความหวาดกลัวที่ผสมปนเปกัน เธอถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนกับผนังเย็นเฉียบในห้องทำงานอันโอ่อ่าของภาคิน แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งพื้นฉาบใบหน้าคมคายของเขาให้ดูมืดมนยิ่งกว่าเดิม ดวงตาคู่สีเข้มที่เคยฉายแววเย็นชา บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่ทำให้เธอรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึง

ภาคินก้าวเข้ามาใกล้เธอทีละก้าว แววตาของเขาจ้องมองเธอไม่วาง ‌ราวกับจะควานหาบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในตัวเธอ “ลลิล ผมไม่ได้มาเพื่อขุดคุ้ยอดีตของคุณ แต่มาเพื่อหาความจริง! ความจริงที่มันกำลังจะพรากทุกอย่างไปจากเรา”

“จาก ‘เรา’ งั้นเหรอ? คุณเคยเห็นเราในสายตาบ้างไหมภาคิน? ​คุณเคยคิดถึงคำว่า ‘เรา’ บ้างไหมตอนที่คุณเหยียบย่ำทุกอย่างของฉันจนแหลกสลาย!” น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลรินอาบแก้ม ลลิลปาดมันออกอย่างรวดเร็ว เธอจะไม่ยอมอ่อนแอให้เขาเห็นเด็ดขาด

“ผมรู้ว่าผมทำผิดพลาดไปมาก… มากเกินกว่าจะแก้ไข แต่นี่ไม่ใช่เวลามานั่งโทษกัน ‍ลลิล คุณเองก็รู้ดีว่าใครคือคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้ ใครคือคนที่วางแผนจะทำลายทั้งคุณและผม” ภาคินหยุดยืนตรงหน้าเธอ ห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว เขาเอื้อมมือมาปัดปอยผมที่ปรกหน้าผากของเธอออกอย่างแผ่วเบา การสัมผัสที่อ่อนโยนจนน่าประหลาดใจทำให้เธอสะดุ้ง

“คุณ… คุณรู้เหรอ?” ‌เสียงของเธอแผ่วเบาลง เธอไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นจริงใจแค่ไหน หรือเป็นเพียงเล่ห์กลอีกอย่างหนึ่ง

“ผมรู้… ผมรู้ดีว่ามันไม่ใช่แค่อุบัติเหตุที่คุณสูญเสียทุกอย่างไป มันเป็นแผนการที่ซับซ้อน และคนที่วางแผนนั้น… ก็ใกล้ตัวเรามากเสียจนเราคาดไม่ถึง” ภาคินมองเข้าไปในดวงตาของเธออย่างมีความหวัง ‍“คุณเชื่อใจผมได้ไหมลลิล? ครั้งนี้… ไว้ใจผมอีกครั้งได้ไหม?”

คำถามนั้นดังก้องอยู่ในหัวของลลิล ความหวังริบหรี่ที่เคยถูกความสิ้นหวังกลืนกิน บัดนี้กลับเริ่มส่องแสงจางๆ ขึ้นมาอีกครั้ง เธอจำได้ถึงสายตาของภาคินเมื่อครั้งที่เขาเผชิญหน้ากับ ‘วิวัฒน์’ ​ชายที่เธอเคยรัก และตอนนี้… เขากำลังบอกว่าวิวัฒน์คือคนที่อยู่เบื้องหลัง? มันเป็นไปได้อย่างไร?

“ทำไม… ทำไมเขาถึงต้องทำแบบนั้น?” เธอถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

“ผมเชื่อว่ามันเกี่ยวกับเรื่องมรดก… และความแค้นที่ฝังลึก เขาคงไม่พอใจที่เห็นคุณกับผมมีความสุข ​และคงคิดว่าการทำลายผม คือการทำลายคุณไปด้วย” ภาคินตอบ ดวงตาของเขาฉายแววเจ็บปวด “ผมเห็นหลักฐานบางอย่าง… ที่ชี้ไปที่เขา แต่ผมยังต้องการหลักฐานที่ชัดเจนกว่านี้ ต้องการความร่วมมือจากคุณ”

ลลิลเงียบไป ​เธอพยายามประมวลผลทุกอย่างที่ภาคินพูด การร่วมมือกับเขา? ผู้ชายที่เคยทำลายชีวิตเธอ? แต่… ถ้าหากสิ่งที่เขาพูดเป็นความจริง ถ้าหากวิวัฒน์คือผู้อยู่เบื้องหลังแผนการอันโหดร้ายนี้จริงๆ เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่น

“ถ้า… ถ้าฉันช่วยคุณเปิดโปงความจริง แล้วไงต่อ? คุณจะปล่อยฉันไปจริงๆ เหรอ?” เธอกลอบถามด้วยความหวังที่เปราะบาง

ภาคินถอนหายใจยาว “ผม… ผมยังไม่แน่ใจนักลลิล แต่สิ่งที่ผมแน่ใจก็คือ เราต้องหยุดเขาให้ได้ก่อน ไม่ว่าผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไร… เราต้องปกป้องคนที่เรารัก”

คำว่า ‘คนที่เรารัก’ สะท้อนก้องอยู่ในหัวของลลิล เธอไม่แน่ใจว่าเขากำลังหมายถึงใครกันแน่ แต่สำหรับเธอ… คนที่เธอรักที่สุดในตอนนี้ คือ ‘หนูแก้ว’ ลูกในท้องของเธอ ผู้ที่จะต้องเติบโตมาในโลกที่ปลอดภัย และปราศจากเงาแห่งความแค้น

“ฉัน… ฉันจะช่วยคุณ” เธอกล่าวเสียงหนักแน่น “แต่มีข้อแม้… คุณต้องสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายฉันอีก และต้องหาทางแก้ไขทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับฉันจริงๆ”

รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนมุมปากของภาคิน “ผมสัญญา… ลลิล ผมสัญญา”

เมื่อการตัดสินใจอันยิ่งใหญ่ถูกเอ่ยออกมา บรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนไป จากความตึงเครียดและความหวาดระแวง กลายเป็นความร่วมมือที่ถูกบีบบังคับด้วยสถานการณ์ ลลิลและภาคินเริ่มวางแผนร่วมกัน พวกเขาต้องหาหลักฐานที่ชัดเจนพอที่จะมัดตัววิวัฒน์ได้ โดยไม่ให้เขาไหวตัวทัน

“คุณคิดว่าวิวัฒน์จะมีหลักฐานอะไรที่สามารถใช้มัดตัวเขาได้บ้าง?” ลลิลถามขณะที่เธอกำลังจดบันทึกข้อมูลที่ได้จากการพูดคุย

“ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงิน… การโอนเงินจำนวนมากในช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น และอาจจะเป็นบันทึกการสื่อสารบางอย่าง” ภาคินวิเคราะห์ “ผมจะลองใช้ช่องทางของผมในการเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้น ส่วนคุณ… คุณอาจจะต้องลองเข้าใกล้เขา ดูท่าทีเขา ว่าเขามีความผิดปกติอะไรที่แสดงออกมาบ้าง”

“ฉัน… ฉันจะทำได้เหรอ? ถ้าเขาจับได้ว่าฉันกำลังสืบหาเรื่องของเขา…” ลลิลเริ่มกังวล

“คุณไม่ต้องห่วง ผมจะคอยระวังหลังให้คุณเอง” ภาคินปลอบ “คุณแค่ต้องทำตัวปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ และอย่าไว้ใจใคร นอกจากผม”

คำว่า ‘อย่าไว้ใจใคร นอกจากผม’ ทำให้หัวใจของลลิลเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ เธอไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งเธอจะต้องกลับมาพึ่งพาผู้ชายคนนี้อีกครั้ง แต่ในสถานการณ์ที่อันตรายถึงชีวิตนี้ เธอไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆ

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ลลิลพยายามทำตัวให้ปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอแสร้งทำเป็นว่ายังรักวิวัฒน์อยู่ และพยายามหาโอกาสในการล้วงข้อมูลจากเขา แต่ทุกครั้งที่เธอเข้าใกล้เขา เธอกลับรู้สึกได้ถึงความเย็นชาและความหวาดระแวงที่ซ่อนอยู่ในดวงตาของเขา ราวกับว่าเขากำลังระแวงเธออยู่เช่นกัน

ในขณะเดียวกัน ภาคินก็กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อหาหลักฐาน เขาใช้เส้นสายและความสามารถทั้งหมดที่มีเพื่อเจาะระบบรักษาความปลอดภัยของวิวัฒน์ เขาพบข้อมูลบางอย่างที่น่าสงสัยเกี่ยวกับบริษัทลูกแห่งหนึ่งของวิวัฒน์ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นช่องทางในการฟอกเงิน

“ผมเจออะไรบางอย่างที่น่าสนใจ…” ภาคินบอกลลิลผ่านทางโทรศัพท์ เสียงของเขาเจือความตื่นเต้น “บริษัท ‘รัตนากร’ ของวิวัฒน์… มันมีธุรกรรมทางการเงินที่ผิดปกติมาก มีการโอนเงินจำนวนมหาศาลเข้าออกอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาเดียวกับที่คุณสูญเสียทุกอย่างไป”

“แล้ว… มันจะเกี่ยวกับฉันได้ยังไง?” ลลิลถาม

“ผมกำลังจะหาทางเชื่อมโยงมันเข้ากับแผนการทำลายคุณ… แต่ผมต้องการหลักฐานชิ้นสุดท้าย ที่จะยืนยันว่าวิวัฒน์คือคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดจริงๆ” ภาคินกล่าว

“คุณคิดว่าจะหาได้จากที่ไหน?”

“ผมคิดว่า… มันน่าจะอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของเขา… หรือไม่ก็ในเซฟส่วนตัวที่เขาเก็บเอกสารสำคัญไว้” ภาคินครุ่นคิด “แต่การจะเข้าไปในนั้น… มันอันตรายมาก”

ลลิลรู้ดีว่าภาคินกำลังพูดถึงอะไร การเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของวิวัฒน์ คือการเอาชีวิตไปแขวนบนเส้นด้าย แต่ถ้าหากนี่คือหนทางเดียวที่จะเปิดโปงความจริงและปกป้องลูกของเธอ เธอก็พร้อมที่จะเสี่ยง

“ฉันจะไปกับคุณ” ลลิลตัดสินใจเด็ดเดี่ยว

“ไม่ได้เด็ดขาด! มันอันตรายเกินไป” ภาคินคัดค้านทันที

“แต่ถ้าไม่มีฉัน คุณก็เข้าไปหาหลักฐานชิ้นสำคัญไม่ได้เหมือนกัน! ฉันรู้จักนิสัยของวิวัฒน์ดีกว่าคุณ ฉันอาจจะช่วยให้คุณเข้าไปได้ง่ายขึ้น” ลลิลยืนกราน

ภาคินเงียบไปครู่หนึ่ง เขาตระหนักดีว่าสิ่งที่ลลิลพูดนั้นมีเหตุผล เขามองเห็นความมุ่งมั่นในดวงตาของเธอ และนั่นทำให้เขาตัดสินใจ

“ก็ได้… แต่คุณต้องทำตามคำสั่งของผมทุกอย่าง ห้ามทำอะไรหุนหันพลันแล่นเด็ดขาด” ภาคินกล่าวเสียงหนักแน่น “เราจะทำมันคืนนี้… คืนที่วิวัฒน์จะไปร่วมงานเลี้ยงสำคัญของบริษัท”

คืนนั้น… ภายใต้แสงจันทร์ที่สลัว ลลิลและภาคินแอบเข้ามาในคฤหาสน์ของวิวัฒน์ หัวใจของทั้งคู่เต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและความกลัว พวกเขาต้องหาหลักฐานชิ้นสุดท้ายให้ได้ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

“คุณแน่ใจนะว่าวิวัฒน์จะไม่อยู่?” ลลิลกระซิบถาม

“ผมเช็คตารางงานของเขาแล้ว เขาจะอยู่ที่งานเลี้ยงจนถึงดึก” ภาคินตอบ

พวกเขาค่อยๆ เดินไปตามโถงทางเดินอันมืดมิด เสียงฝีเท้าของพวกเขาเบาจนแทบไม่ได้ยิน ราวกับเป็นเงาที่เคลื่อนไหวอยู่ในความมืด

“ห้องทำงานของเขาอยู่ทางนี้” ภาคินชี้ไปทางประตูบานใหญ่ด้านขวา

เมื่อพวกเขาเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงาน กลิ่นอายของความลับและความมืดมนก็อบอวลไปทั่วห้อง เฟอร์นิเจอร์หรูหราถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ แต่ในความเรียบร้อยนั้น กลับซ่อนเร้นความลับดำมืดเอาไว้

“คุณดูที่ตู้เซฟนั่น” ภาคินบอก “ผมคิดว่าหลักฐานชิ้นสำคัญน่าจะอยู่ในนั้น”

ลลิลพยักหน้า เธอมุ่งหน้าไปยังตู้เซฟขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง ภาคินกำลังพยายามเจาะรหัสผ่านอย่างรวดเร็ว

“คุณคิดว่ามันจะยากไหม?” ลลิลถามด้วยน้ำเสียงกังวล

“ไม่ยากเกินไป… สำหรับผม” ภาคินตอบ แต่สีหน้าของเขากลับเคร่งเครียดขึ้นเรื่อยๆ

ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าก็ดังมาจากด้านนอกห้องทำงาน!

“ใครนั่น!” เสียงของวิวัฒน์ดังขึ้นอย่างกะทันหัน!

ภาคินและลลิลมองหน้ากันด้วยความตกใจ พวกเขาถูกจับได้!

หน้านิยาย
หน้านิยาย

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!