วินาทีที่เสียงเครื่องยนต์รถของภาคินจางหายไปจากงานเลี้ยง ก็เหมือนกับเสียงหัวใจของพิมพ์ดาวที่แตกสลายลงเป็นเสี่ยงๆ โลกทั้งใบของเธอพลันมืดมิดลงทันตา ไม่มีคำใดในภาษาไทยที่จะสามารถบรรยายความรู้สึกเจ็บปวดแสนสาหัสที่ถาโถมเข้ามาในอกของเธอได้ ภาพของภาคินที่ยืนตะโกนใส่เธอด้วยแววตาแห่งความเกลียดชังและผิดหวัง ยังคงติดตรึงอยู่ในดวงตา พิมพ์ดาวรู้สึกเหมือนถูกบดขยี้ด้วยแรงมหาศาล เธอไม่เคยคิดเลยว่าคนที่เธอรักและเชื่อใจมาตลอด จะสามารถมองเธอได้ด้วยสายตาเช่นนั้น
"พิมพ์ดาว! ลุกขึ้นเถอะ! เราต้องรีบไปจากที่นี่!" เสียงอรทัยดังขึ้นมาอีกครั้ง ดึงสติของพิมพ์ดาวให้กลับคืนมา เธอสูดลมหายใจลึก พยายามระงับเสียงสะอื้นที่ดังออกมาจากลำคอ
"ไปไหนคะอรทัย? ฉัน… ฉันไม่รู้จะไปไหนแล้ว…" น้ำเสียงของพิมพ์ดาวแหบพร่าเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า
"ไปพักก่อน! ไปตั้งหลัก! เราจะค่อยๆ คิดกันว่าจะทำยังไงต่อไป! ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องออกจากที่นี่ก่อน! ก่อนที่เรื่องมันจะบานปลายไปมากกว่านี้!" อรทัยพูดอย่างหนักแน่น พยายามจะประคองพิมพ์ดาวให้ลุกขึ้น
พิมพ์ดาวมองไปรอบๆ งานเลี้ยงที่บัดนี้เต็มไปด้วยสายตานับร้อยคู่ที่จับจ้องมาที่เธออย่างอยากรู้อยากเห็น บ้างก็ตำหนิ บ้างก็สงสาร แต่ไม่มีใครเข้าใจความรู้สึกที่แท้จริงของเธอเลย เธอรู้สึกอับอายเหลือเกิน ราวกับร่างกายทุกส่วนถูกเปลือยเปล่าต่อหน้าสาธารณชน
"ค่ะ…" พิมพ์ดาวตอบรับเสียงเบา พยุงตัวเองให้ลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล ชุดเจ้าสาวสีขาวที่เคยงดงาม บัดนี้กลับเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและฝุ่นดินจากการทรุดตัวลงไปบนพื้น มันกลายเป็นสัญลักษณ์ของความฝันที่พังทลาย
อรทัยรีบพาพิมพ์ดาวออกมาจากงานเลี้ยงอย่างรวดเร็ว พวกเธอขึ้นรถของอรทัย และขับออกจากสถานที่จัดงานไปโดยไม่มีใครสังเกตเห็น ระหว่างทางมีเพียงความเงียบที่ปกคลุม รถทั้งคันเต็มไปด้วยบรรยากาศของความเศร้าโศก พิมพ์ดาวนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ภาพเบื้องหน้าคือถนนหนทางที่ว่างเปล่า ราวกับสะท้อนถึงอนาคตของเธอที่กำลังจะกลายเป็นเช่นนั้น
"คุณแน่ใจนะว่ารูปพวกนั้น… มันไม่ใช่ฝีมือคุณ?" อรทัยถามขึ้นมาอย่างระมัดระวัง เมื่อเห็นว่าพิมพ์ดาวเริ่มมีสติกลับคืนมาบ้างแล้ว
พิมพ์ดาวหันมามองอรทัยด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด "อรทัย… คุณก็เห็น… คุณก็รู้ว่าฉันไม่ได้ทำอะไรแบบนั้น…"
"ฉันรู้… ฉันแค่… ฉันแค่อยากแน่ใจ…" อรทัยพยายามจะปลอบใจ
"มันไม่ใช่ความผิดของฉันเลย… แต่มันไม่มีใครเชื่อ… ไม่มีใครเลย…" เสียงของพิมพ์ดาวสั่นเครืออีกครั้ง
"แล้ว… คุณคิดว่าจะทำยังไงต่อไป?" อรทัยถามอย่างเป็นห่วง
พิมพ์ดาวหลับตาลง เธอคิดถึงใบหน้าของภาคิน คิดถึงคำพูดที่เขาต่อว่าเธอ คิดถึงความรู้สึกที่เขาแสดงออกมาราวกับว่าเธอเป็นปีศาจร้ายที่หลอกลวงเขา ความเจ็บปวดมันกัดกินหัวใจของเธอจนแทบจะระเบิดออกมา
"ฉัน… ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้วอรทัย…" น้ำเสียงของพิมพ์ดาวแผ่วเบา แต่มีความเด็ดเดี่ยวแฝงอยู่
"หมายความว่ายังไง?"
"ฉันจะหนีไป… ไปให้ไกลที่สุด… ที่ที่ไม่มีใครรู้จักฉัน… ที่ที่ไม่มีใครตามหาฉันเจอ…"
อรทัยตกใจกับคำพูดของพิมพ์ดาว "พิมพ์ดาว! อย่าพูดแบบนั้นสิ! คุณกำลังท้องอยู่นะ! จะไปไหนคนเดียวได้ยังไง?"
คำว่า "ท้อง" ดังขึ้นมาในหูของพิมพ์ดาว ราวกับเป็นเสียงระฆังที่บอกให้เธอรู้ว่าชีวิตของเธอไม่ใช่ของเธอคนเดียวอีกต่อไป เธอวางมือลงบนหน้าท้องของตัวเอง สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นเล็กๆ ที่กำลังก่อตัวขึ้นภายใน
"นั่นสิ… ฉันท้อง…" พิมพ์ดาวพึมพำกับตัวเอง "เด็กคนนี้… เขาไม่สมควรต้องมารับรู้เรื่องราวความเจ็บปวดนี้… เขาไม่สมควรต้องมาเจอผู้เป็นพ่อที่เกลียดชังแม่ของเขา…"
"พิมพ์ดาว! ได้โปรดคิดให้ดีก่อน! การหนีไปแบบนี้มันอันตรายเกินไปนะ!" อรทัยเตือนอย่างเป็นห่วง
"ฉันต้องทำอรทัย… ฉันต้องปกป้องลูก… ฉันไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้อีกต่อไปแล้ว… ถ้าภาคินเกลียดฉันขนาดนั้น… ถ้าเขาเชื่อว่าฉันเป็นคนไม่ดีขนาดนั้น… ฉันก็ไม่อยากให้เขาต้องมาผูกพันกับลูกของเราอีกต่อไปแล้ว…" น้ำตาของพิมพ์ดาวเริ่มไหลอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่แค่น้ำตาแห่งความเจ็บปวด แต่มันคือน้ำตาแห่งความเสียสละ
"แต่… คุณจะไปอยู่ที่ไหน? แล้วจะมีเงินใช้จ่ายยังไง?" อรทัยถามอย่างกังวล
พิมพ์ดาวส่ายหน้า "ฉันไม่รู้… แต่ฉันจะพยายาม… ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อลูก…"
"ฉันจะไปกับคุณ!" อรทัยประกาศอย่างแน่วแน่
"ไม่ค่ะอรทัย… ฉันอยากให้คุณอยู่… คุณคือคนเดียวที่ฉันไว้ใจ… ฉันไม่อยากให้คุณต้องมารับผิดชอบเรื่องของฉัน… ฉันแค่อยากให้คุณรู้ว่าฉันสบายดี… แค่นั้นพอ…"
"แต่…"
"ได้โปรดนะคะอรทัย… แค่นี้ฉันก็ขอบคุณคุณมากแล้ว…" พิมพ์ดาวอ้อนวอน
อรทัยมองใบหน้าของพิมพ์ดาวที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและความเศร้าโศก เธอรู้ว่าต่อให้พูดยังไง พิมพ์ดาวก็คงไม่เปลี่ยนใจ
"ก็ได้… แต่ถ้าคุณต้องการอะไร… อย่าลังเลที่จะติดต่อฉันนะ… ฉันจะคอยช่วยเหลือคุณเสมอ…" อรทัยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเสียใจ
พิมพ์ดาวพยักหน้าให้เธอ "ขอบคุณนะคะอรทัย… ขอบคุณจริงๆ…"
คืนนั้นเอง พิมพ์ดาวตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เธอจัดการเก็บของใช้จำเป็นเพียงไม่กี่อย่างที่เธอมีอยู่ในห้องพัก โดยไม่บอกกล่าวใครเลยแม้แต่คำเดียว เธอเขียนจดหมายลาอรทัยไว้สั้นๆ บอกให้เธอรู้ว่าเธอตัดสินใจแล้ว และขอให้เธอเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ
เมื่อมองดูท้องฟ้าที่มืดมิด พิมพ์ดาวรู้สึกได้ถึงความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ เธอหยิบกระเป๋าใบเล็กขึ้นมา เดินออกจากห้องพักไปอย่างเงียบเชียบราวกับเงา เธอมองย้อนกลับไปที่ประตูห้องเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังเดินจากไปอย่างไม่คิดชีวิต
เธอเดินไปยังสถานีขนส่งที่อยู่ไม่ไกลนัก ซื้อตั๋วรถทัวร์ไปยังเมืองที่ไกลที่สุดเท่าที่จะนึกออก โดยไม่สนใจว่าปลายทางจะเป็นที่ไหน ขอเพียงแค่ให้ได้หนีไปให้ไกลจากความเจ็บปวดและอดีตที่ตามหลอกหลอน
ขณะที่รถบัสกำลังเคลื่อนตัวออกจากสถานี พิมพ์ดาวมองออกไปนอกหน้าต่าง ภาพของเมืองที่เธอเคยอาศัยอยู่ค่อยๆ เลือนหายไปกับความมืด เธอรู้สึกเหมือนกำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่บนเส้นทางที่ไร้แสงดาว เธอกำลังจะกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ที่ต้องเผชิญหน้ากับโลกอันโหดร้ายเพียงลำพัง
"ลูก… แม่จะเข้มแข็งเพื่อลูกนะ…" เธอพึมพำกับตัวเองขณะที่น้ำตาหยดสุดท้ายไหลลงมา บนเส้นทางอันมืดมิดที่เธอเลือกเดิน…
เมื่อลูกหนี้ถูกหักหลัง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก