เสียงฝนที่เทกระหน่ำลงมานอกหน้าต่าง บดบังเสียงความคิดที่อื้ออึงอยู่ในหัวของแพรวาได้เพียงเล็กน้อย เธอนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน จ้องมองไปยังแฟ้มคดีที่เปิดอ้าอยู่ตรงหน้า ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและความสับสน การเผชิญหน้ากับธนาเมื่อคืนก่อน ทิ้งคำถามมากมายไว้ในใจ และความรู้สึกที่เหมือนถูกบิดเบือนจนแทบจะแตกสลาย
“มันเกี่ยวข้องกับฉัน… เกี่ยวข้องกับฉันยังไง” ประโยคนั้นยังคงดังก้องอยู่ในหูเธอ ราวกับเป็นเสียงกระซิบจากความมืดที่กำลังจะกลืนกินเธอ
เธอพยายามทบทวนทุกอย่างที่ธนาเคยพูด ทุกการกระทำของเขา ตั้งแต่ที่เขาปรากฏตัวในฐานะทนายความของครอบครัวผู้ตาย ความสุภาพ ความเป็นมืออาชีพที่แฝงไว้ด้วยความห่วงใยที่ดูเหมือนจะจริงใจ แต่ตอนนี้… เมื่อนึกถึงคำพูดของเขาเมื่อคืนนี้ ทุกอย่างกลับดูน่าสงสัยไปหมด
“เขาโกหกฉันมาตลอดเลยเหรอ?” คำถามนี้วนเวียนอยู่ในความคิดของเธอ
แพรวาขยับตัวเล็กน้อย รู้สึกเหมือนมีบางอย่างกำลังกดทับหัวใจของเธออย่างหนักหน่วง เธอเคยถูกธนาทำร้ายในอดีต ถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรี ถูกไล่ออกจากงานอย่างน่าอับอาย แต่ถึงกระนั้น เธอก็ยังคงไว้ซึ่งความรู้สึกที่เคยมีให้เขาอยู่บ้าง ความรู้สึกที่เธอพยายามจะกดข่มมันไว้ ไม่ให้มันมาบั่นทอนการทำงานของเธอ
แต่การที่เขาบอกว่าเรื่องนี้ “เกี่ยวข้องกับเธอ” มันเป็นอะไรที่เธอรับไม่ได้จริงๆ
เธอหยิบเอกสารบางอย่างขึ้นมาดู มันคือบันทึกการสอบปากคำพยานคนหนึ่ง ซึ่งเป็นอดีตแม่บ้านของคุณหญิงมณีรัตน์ หญิงชราคนนี้ให้การว่าเห็นธนาเข้ามาหาคุณหญิงมณีรัตน์บ่อยครั้งในช่วงก่อนที่คุณหญิงจะเสียชีวิต
“เห็นธนาเข้ามาหาคุณหญิงบ่อยๆ?” แพรวาลุกขึ้นยืน เดินไปเดินมาในห้องทำงานอย่างกระวนกระวาย
นี่มันขัดแย้งกับคำให้การของธนาอย่างสิ้นเชิง เขาบอกว่าเขาไม่เคยพบคุณหญิงมาก่อนเลย! หรือว่าเขาจงใจปกปิดความสัมพันธ์ที่แท้จริงระหว่างเขากับครอบครัวผู้ตาย?
“แล้วถ้าเขาโกหกเรื่องนี้… แล้วเรื่องอื่นๆ ล่ะ?” ความสงสัยเริ่มกัดกินจิตใจเธอ
แพรวาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เธออยากจะโทรหาธนาอีกครั้ง แต่ก็ลังเล เธอรู้ว่าเขาจะมาหาเธอที่ออฟฟิศในวันนี้ และเธอต้องการคำตอบที่ชัดเจนจากเขา
เธอเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังถนนเบื้องล่าง ที่ตอนนี้มีผู้คนเดินสวนกันไปมาอย่างเร่งรีบภายใต้ร่มคันใหญ่ ราวกับไม่มีใครได้รับรู้ถึงพายุที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจของเธอ
“แพร…” เสียงเรียกชื่อของเธอ ทำให้แพรวาหันขวับ
ธนา… เขามาแล้ว
เขายืนอยู่ที่หน้าประตูห้องทำงานของเธอ ในชุดสูทสีเข้มที่ดูภูมิฐาน ใบหน้าของเขาดูเคร่งเครียดกว่าปกติ ราวกับเขากำลังแบกรับภาระอันหนักอึ้ง
“เข้ามาสิคะ” แพรวาพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด แต่เธอก็รู้สึกได้ว่ามันแฝงไปด้วยความเย็นชา
ธนาเดินเข้ามาในห้องทำงาน ปิดประตูลงเบาๆ ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับแพรวา
“เธอ… อยากรู้เรื่องที่ฉันบอกเมื่อคืนใช่ไหม” ธนาเอ่ยขึ้น
แพรวาพยักหน้า น้ำเสียงของเธอเย็นชา “ใช่ค่ะ คุณธนา คุณบอกว่ามันเกี่ยวข้องกับฉัน ช่วยอธิบายให้ฉันเข้าใจด้วยค่ะ”
ธนาเดินไปยืนที่หน้าต่าง ทอดสายตามองออกไปข้างนอกเช่นเดียวกับที่แพรวาทำเมื่อครู่
“ฉัน… ฉันไม่ได้โกหกเธอเรื่องที่ฉันไม่เคยพบคุณหญิงมณีรัตน์อย่างเป็นทางการในฐานะทนายความ” ธนาเริ่มอธิบาย “แต่… ฉันรู้จักคุณหญิงมาก่อนหน้านั้น”
แพรวายกคิ้วสูงขึ้น “รู้จัก… ยังไงคะ”
“ฉัน… เป็นเพื่อนกับลูกชายของคุณหญิงมณีรัตน์… นนท์” ธนาเอ่ยชื่อนั้นออกมาเบาๆ
แพรวาเบิกตากว้าง “นนท์?”
ชื่อนั้น… มันคุ้นหูเหลือเกิน
“คุณ… คุณรู้จักคุณนนท์?” แพรวาถามเสียงสั่น
“ใช่… เราเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย” ธนาตอบ “และ… ฉันก็เคยเจอกับเธอ… สมัยนั้น”
“ฉัน?” แพรวารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้าง เธอนึกย้อนกลับไปถึงอดีตอันไกลโพ้น ภาพของงานเลี้ยงสังสรรค์ของมหาวิทยาลัย ภาพของกลุ่มเพื่อนที่เคยสนิทสนม
“เธอ… จำฉันไม่ได้เลยเหรอแพร?” น้ำเสียงของธนาแฝงไปด้วยความผิดหวัง
แพรวาพยายามนึก… พยายามรื้อฟื้นความทรงจำเก่าๆ ภาพของเพื่อนร่วมรุ่นคนหนึ่ง ใบหน้าของเขาดูคุ้นเคยอย่างประหลาด แต่มันก็เลือนรางเกินกว่าจะจดจำได้ชัดเจน
“ฉัน… ฉันขอโทษค่ะ คุณธนา ฉันจำคุณไม่ได้จริงๆ” แพรวาตอบด้วยความรู้สึกผิด
“ไม่เป็นไร… มันนานมากแล้ว” ธนาถอนหายใจ “ตอนนั้น… เธอเป็นคนที่สดใสมาก”
แพรวาไม่รู้จะตอบอย่างไร เธอรู้สึกสับสนไปหมด
“แล้ว… ความสัมพันธ์ของคุณกับคุณหญิงมณีรัตน์ล่ะคะ?” แพรวาพยายามดึงสติกลับมาที่คดี
“คุณหญิง… ท่านเป็นเหมือนแม่คนที่สองของฉัน” ธนาพูดด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อย “ฉัน… ผูกพันกับครอบครัวท่านมาก”
“แล้วทำไม… คุณถึงไม่บอกฉันเรื่องนี้ตั้งแต่แรก?” แพรวาถามอย่างไม่เข้าใจ
“ฉัน… ฉันไม่แน่ใจว่าควรจะบอกเธอไหม” ธนาเงยหน้าขึ้นมองแพรวา ดวงตาของเขาสะท้อนความเจ็บปวด “ฉันรู้ว่าเธอ… เกลียดฉัน”
คำพูดนั้นทำให้แพรวารู้สึกจุกที่อก เธอไม่เคยคิดว่าธนาจะรับรู้ถึงความรู้สึกของเธอมากขนาดนี้
“ฉัน… ไม่ได้เกลียดคุณ” แพรวาตอบเสียงเบา “แต่… ฉันก็ไม่สามารถลืมสิ่งที่เกิดขึ้นได้”
“ฉันรู้… และฉันก็เสียใจกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอ” ธนาพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ “แต่… ฉันอยากให้เธอรู้ความจริงทั้งหมด”
“ความจริงอะไรคะ?” แพรวาถามอย่างกระวนกระวาย
“เรื่องคดีของคุณหญิงมณีรัตน์… มันไม่ใช่แค่คดีฆาตกรรมธรรมดา” ธนาพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง “มันมีเบื้องหลังที่ซับซ้อนกว่านั้นมาก”
“เบื้องหลัง… อะไรคะ”
“ตอนที่คุณหญิงเสียชีวิต… ฉันได้รับโทรศัพท์จากท่าน… ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตไม่นาน” ธนาเล่า “ท่านบอกฉันว่า… ท่านมีบางอย่างที่อยากจะมอบให้ฉัน… เป็นของสำคัญ”
“ของสำคัญ?”
“ใช่… เป็นเอกสารบางอย่าง… ที่เกี่ยวกับ… อดีตของครอบครัวเธอ… และ… ครอบครัวของฉัน” ธนาพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาลง
แพรวาสะดุ้งเฮือก “อดีตของครอบครัวฉัน? หมายความว่ายังไงคะ?”
“เอกสารพวกนั้น… มันเปิดเผยความลับบางอย่าง… เกี่ยวกับ… การแต่งงานของคุณแม่ของเธอ… และ… พ่อของฉัน” ธนาพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอึดอัด
แพรวาอ้าปากค้าง เธอไม่เข้าใจสิ่งที่ธนากำลังพูดเลย “คุณกำลังบอกว่า… คุณแม่ของฉัน… และพ่อของคุณ… เกี่ยวข้องกัน?”
ธนาพยักหน้าช้าๆ “ใช่… ไม่ใช่แค่เกี่ยวข้องกัน… แต่… พวกเขามีความสัมพันธ์… ที่ลึกซึ้ง… มากกว่าแค่คนรู้จัก”
โลกทั้งใบของแพรวาเหมือนจะพังทลายลงตรงหน้า ประโยคเหล่านั้นมันหนักหน่วงเกินกว่าที่เธอจะรับไหว
“ไม่… เป็นไปไม่ได้!” แพรวาตะโกนเสียงหลง “คุณแม่ของฉัน… ท่านไม่เคยนอกใจพ่อ!”
“ฉันรู้ว่ามันยากที่จะเชื่อ… แต่… เอกสารพวกนั้น… มันคือหลักฐาน” ธนาพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ “และ… คุณหญิงมณีรัตน์… ท่านรู้เรื่องนี้มาตลอด”
“แล้ว… แล้วทำไมคุณหญิงถึงไม่บอกฉัน?” แพรวาถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“คุณหญิง… ท่านกำลังจะมอบเอกสารพวกนั้นให้ฉัน… เพื่อให้ฉัน… ช่วยเหลือเธอ” ธนาตอบ “แต่… ก่อนที่ท่านจะทำได้… ท่านก็ถูกฆ่าเสียก่อน”
หัวใจของแพรวาบีบแน่นราวกับจะแตกสลาย ความจริงที่ธนากำลังเปิดเผย มันคือการทรยศที่คาดไม่ถึงที่สุดในชีวิตของเธอ
“คุณ… คุณกำลังบอกว่า… คดีฆาตกรรมนี้… มันเกี่ยวข้องกับ… ความลับของครอบครัวเรา… และ… ครอบครัวของคุณ?” แพรวาถามเสียงแหบพร่า
ธนาพยักหน้า “ใช่… และ… ฉันก็เชื่อว่า… คนร้าย… พยายามจะปิดปากคุณหญิง… เพื่อไม่ให้ความลับนี้ถูกเปิดเผย”
แพรวาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ เธอรู้สึกเหมือนกำลังจะหมดสติไปกับความจริงอันโหดร้ายที่เพิ่งถูกเปิดเผย
“แล้ว… แล้วฉัน… ฉันเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้คะ?” แพรวาถามด้วยน้ำเสียงที่แทบจะไม่ได้ยิน
ธนาเดินเข้ามาใกล้แพรวา ยื่นมือมาวางบนไหล่ของเธออย่างแผ่วเบา
“เพราะ… ถ้าความจริงนี้ถูกเปิดเผย… มันจะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวง… ต่อชีวิตของเธอ… และ… ต่อชีวิตของฉันด้วย” ธนาพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง “และ… ฉัน… จะไม่ยอมให้ใคร… ทำร้ายเธอ… อีกต่อไป”
แพรวาเงยหน้าขึ้นมองธนา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยน้ำตาและความเจ็บปวด เธอไม่รู้ว่าควรจะเชื่อใครดี ระหว่างความทรงจำอันเลวร้ายที่มีต่อธนา กับความจริงอันน่าตกใจที่เขากำลังเปิดเผย
“แล้ว… ใครคือคนร้ายคะ?” แพรวาถามอย่างอ่อนแรง
ธนาเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาจนน่าขนลุก
“ฉัน… กำลังสืบหาอยู่… แต่… ฉันสงสัยว่า… คนร้าย… อาจจะอยู่ใกล้ตัวเธอ… มากกว่าที่เธอคิด”
คำพูดนั้นเหมือนมีดกรีดลงไปในใจของแพรวาอีกครั้ง
ใครกันแน่… ที่กำลังทรยศเธอ?
นักสืบหวานที่ฉันรัก
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก