ความรู้สึกแรกที่กลับคืนมาไม่ใช่ความอบอุ่นของผ้าปูที่นอนที่คุ้นเคย หากแต่เป็นความเย็นเยียบของพื้นผิวที่แปลกตาและกลิ่นอายของน้ำหอมฉุนจัดที่ลอยมาแตะจมูก น้ำหวานขยับเปลือกตาที่หนักอึ้ง พยายามจะปัดเป่าภาพฝันร้ายที่ยังคงหลอกหลอน แต่เมื่อดวงตาคู่นั้นค่อยๆ ปรับเข้ากับแสงสลัวของห้อง สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด ความตกใจและความหวาดกลัวแล่นพล่านไปทั่วร่างราวกับกระแสไฟฟ้า
เธอไม่ได้อยู่ในห้องนอนของตัวเอง ไม่ใช่แม้กระทั่งในบ้านที่คุ้นเคย เตียงที่เธอนอนอยู่กว้างขวางโอ่อ่าเกินกว่าที่เธอจะเคยสัมผัสได้ ผนังสีเข้มประดับด้วยงานศิลปะราคาแพงที่เธอไม่มีวันเอื้อมถึง แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของน้ำหวานเต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมาจากอก ไม่ใช่ความหรูหราเหล่านั้น หากแต่เป็นร่างสูงโปร่งที่ยืนพิงกรอบประตู ดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองมาที่เธออย่างไม่กระพริบ ราวกับกำลังพินิจพิจารณาสมบัติชิ้นใหม่ที่เพิ่งค้นพบ
ภีม…
ชื่อนั้นดังขึ้นในความคิดของเธอราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรก น้ำหวานเคยแอบมองเขาอยู่บ่อยครั้ง เขาคือบอดี้การ์ดหนุ่มสุดหล่อที่ทำงานให้กับคุณภาคย์ เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ที่พ่อของเธอทำงานเป็นผู้จัดการฝ่ายบัญชี น้ำหวานแอบหลงรักภีมมานานแล้ว หลงใหลในความเงียบขรึม แววตาที่ดูอันตรายแต่ก็ซ่อนความอบอุ่นไว้ภายใต้หน้ากากเหล่านั้น แต่ภาพที่เธอเห็นตอนนี้… สายตาที่เขาจ้องมาที่เธอไม่ใช่แววตาของคนที่เธอแอบรัก มันเย็นชา ราวกับเธอกำลังถูกมองด้วยสายตาของคนแปลกหน้า คนที่น่ารังเกียจ
“ตื่นแล้วเหรอ” เสียงทุ้มต่ำของภีมดังขึ้น ทำลายความเงียบที่กดทับหัวใจเธอ “หรือว่ายังอยากจะนอนฝันหวานต่อไป”
น้ำหวานพยายามจะลุกขึ้น แต่ร่างกายกลับอ่อนปวกเปียกราวกับไร้กระดูก เธอสวมเพียงชุดนอนบางเบาที่เธอจำไม่ได้ว่าได้ใส่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ความรู้สึกอับอายและสับสนถาโถมเข้ามาจนเธอแทบจะทนไม่ไหว ภาพความทรงจำสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะเลือนรางไปคือเสียงหัวเราะของผู้คน บรรยากาศที่ครึกครื้นในงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของคุณภาคย์ที่จัดขึ้นอย่างหรูหรา เธอจำได้ว่าเธอได้ดื่มเครื่องดื่มแก้วหนึ่งจากมือของใครสักคน… แล้วทุกอย่างก็ดับวูบไป
“คุณ… คุณทำอะไรกับฉัน” เสียงของน้ำหวานสั่นเครือ เธอพยายามกวาดสายตาไปรอบๆ ห้อง หวังว่าจะพบคำตอบ แต่ทุกอย่างกลับยิ่งทำให้เธอสับสน
ภีมก้าวเข้ามาในห้องช้าๆ ทุกย่างก้าวของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจที่น่ากลัว เขาหยุดยืนอยู่ข้างเตียง มองร่างของเธอด้วยสายตาที่ยากจะหยั่งถึง “ทำอะไรเหรอ” เขาแค่นเสียงหัวเราะเบาๆ “ก็ทำในสิ่งที่นายสมควรได้รับไง”
“ไม่… ไม่จริง” น้ำหวานส่ายหน้า น้ำตาเริ่มคลอเบ้า “ฉันไม่เข้าใจ คุณกำลังพูดถึงอะไร”
“ยังจะมาทำเป็นใสซื่ออีกเหรอ” ภีมพูดเสียงเย็นชา “คิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าเธอเป็นใคร คิดว่าฉันไม่รู้ว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่”
“ฉัน… ฉันไม่เคยทำอะไรผิด!” น้ำหวานพยายามจะตะโกน แต่เสียงของเธอกลับแหบพร่า
“ผิด?” ภีมยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย “เธอคิดว่าการขายศักดิ์ศรีตัวเองให้กับผู้ชายแก่ๆ เพื่อแลกกับเงินมันไม่ผิดอย่างนั้นเหรอ”
คำพูดของภีมเหมือนมีดที่กรีดแทงเข้ากลางใจของน้ำหวาน เธออ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ “ไม่! ไม่ใช่ฉัน! คุณเข้าใจผิดแล้ว!”
“เข้าใจผิด?” ภีมยื่นมือมาแตะที่แก้มของเธออย่างแผ่วเบา แต่น้ำหวานกลับรู้สึกเหมือนถูกไฟลวก เธอผงะถอยหลัง “ฉันเห็นกับตาตัวเองนะ น้ำหวาน ฉันเห็นเธออยู่ในอ้อมแขนของผู้ชายคนนั้น ฉันเห็นเธอรับเงินจากเขา”
“ไม่จริง! ไม่ใช่ฉัน! ฉันไม่เคย… ฉันไม่เคยทำแบบนั้น!” น้ำหวานร้องไห้ออกมาอย่างสุดเสียง เธอพยายามจะนึกย้อนไปถึงงานเลี้ยง แต่ภาพก็ยังคงพร่ามัว มีแต่ภาพของภีมที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอด้วยใบหน้าเย็นชา ราวกับกำลังพิพากษาเธอ
“เธอคิดว่าฉันเป็นใคร” ภีมโน้มตัวลงมาใกล้ ใบหน้าหล่อเหลาของเขาห่างจากเธอเพียงไม่กี่นิ้ว “ฉันเป็นถึงบอดี้การ์ดของเจ้าสัวภาคย์ ฉันเห็นอะไรมาเยอะแยะ อย่าคิดว่าฉันจะดูไม่ออกว่าผู้หญิงแบบไหนเป็นยังไง”
“คุณ… คุณมันบ้า!” น้ำหวานตะโกนสุดเสียง “คุณกำลังกล่าวหาฉันด้วยเรื่องที่ฉันไม่ได้ทำ! คุณมันไม่มีหัวใจ! คุณมัน…”
“หยุด!” ภีมตวาดเสียงดังจนน้ำหวานสะดุ้ง “อย่ามาพูดว่าฉันไม่มีหัวใจ เพราะหัวใจของฉันมันแข็งแกร่งพอที่จะไม่ถูกผู้หญิงอย่างเธอหลอกลวง” เขาเดินหันหลังกลับไปยืนที่เดิม “ไปอาบน้ำแต่งตัวซะ ฉันจะพาเธอไปที่ๆ เธอควรจะอยู่”
“ที่ๆ ฉันควรจะอยู่?” น้ำหวานถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ฉันควรจะไปอยู่ที่ไหน”
ภีมหันกลับมามองเธออีกครั้ง แววตาของเขายังคงเย็นชา แต่ก็มีความซับซ้อนบางอย่างซ่อนอยู่ “ที่ที่เธอจะได้รู้ว่าการขายศักดิ์ศรีมันต้องแลกมาด้วยอะไร”
น้ำหวานมองตามแผ่นหลังกว้างของภีมที่เดินออกจากห้องไป เธอทรุดตัวลงบนเตียงอย่างหมดแรง น้ำตาร้อนผ่าวไหลอาบแก้ม หัวใจของเธอแตกสลาย ไม่ใช่เพียงเพราะความรักที่แอบมีให้เขาต้องพังทลายลง แต่เพราะเขา… คนที่เธอเคยคิดว่าเข้าใจเธอ กลับมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและดูถูก เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ในคืนนั้น แต่เธอรู้เพียงสิ่งเดียว… ชีวิตของเธอได้เปลี่ยนไปตลอดกาลแล้ว
“แล้วใครล่ะ… ที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของฉัน… เมื่อแม้แต่คนที่ฉันรักที่สุด… ก็ไม่เชื่อฉันเลย…”
ยั่วยวนรักของบอดี้การ์ด
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก