ความมืดมิดที่ปกคลุมร้านอาหาร ราวกับจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง เสียงกรีดร้องและความโกลาหลดังระงมอยู่รอบตัว น้ำหวานพยายามตั้งสติ เธอรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดอยู่ข้างใบหู และเสียงกระซิบที่คุ้นเคยจนแทบจะทำให้เธอทรุดลงไปกองกับพื้น
“ฉัน… จะไม่ปล่อยให้ใครหน้าไหนมายุ่งกับเธออีก… น้ำหวาน”
เสียงนั้น… มันคือเสียงของภีม!
เธอตกใจจนตัวแข็งทื่อ ไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้ ความรู้สึกหลากหลายถาโถมเข้ามา ทั้งความหวาดกลัว ความสับสน และความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้… ความรู้สึกที่ว่า โลกทั้งใบของเธอได้กลับมาหมุนวนอีกครั้ง
ไม่นานนัก แสงไฟก็สว่างวาบขึ้นอีกครั้ง เผยให้เห็นภาพเหตุการณ์ที่น่าตกใจ ภีมยืนอยู่ข้างๆ น้ำหวาน มือของเขากำหมัดแน่น ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบๆ ร้านด้วยแววตาดุดัน ชาญชัยยืนอยู่ห่างออกไปเล็กน้อย ใบหน้าของเขาซีดเผือด แต่ก็ยังคงจ้องมองภีมด้วยความโกรธเคือง
“คุณ… คุณทำอะไร?” น้ำหวานถามเสียงสั่น
ภีมหันมามองเธอ แววตาของเขาดูอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อสบกับดวงตาของเธอ “ฉันแค่… อยากให้เขาเลิกยุ่งกับเธอ”
“แต่คุณทำแบบนี้ไม่ได้!” น้ำหวานพูดเสียงเข้มขึ้น “คุณไม่สามารถทำแบบนี้กับใครก็ได้!”
“ฉันทำได้” ภีมตอบเสียงเรียบ “เพราะเธอคือคนที่ฉันต้องปกป้อง”
คำพูดนั้น ทำให้น้ำหวานยิ่งสับสน “ปกป้อง? คุณมาปกป้องฉันหลังจากที่คุณทำลายฉันไปแล้วอย่างนั้นเหรอ?”
ภีมหลับตาลงช้าๆ ราวกับกำลังรวบรวมความกล้า “ใช่… ฉันทำลายเธอ ฉันยอมรับ” เขาพูดเสียงเบา “แต่ฉันมีเหตุผล”
ชาญชัยที่ยืนฟังอยู่ใกล้ๆ ก็หัวเราะเยาะ “เหตุผลอะไร? เหตุผลที่แกอยากจะครอบครองผู้หญิงคนนี้?”
ภีมหันไปมองชาญชัยด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด “แกไม่รู้อะไรเลย… แกไม่มีสิทธิ์พูด”
“ฉันรู้ว่าแกมันเป็นพวกอันธพาล!” ชาญชัยสวนกลับ “แกทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่แกต้องการ!”
“พอได้แล้วค่ะ!” น้ำหวานตะโกนเสียงดัง “คุณทั้งสองคนหยุดเถียงกันเดี๋ยวนี้!”
เธอหันไปมองภีม ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยคำถาม “คุณภีม… ไหนบอกมาสิ ว่าทำไมคุณถึงทำกับฉันแบบนั้น? ทำไมคุณถึงเข้าใจผิดฉัน? และทำไมคุณถึงทิ้งฉันไป?”
ภีมมองเข้าไปในดวงตาของน้ำหวาน เขาสัมผัสได้ถึงความบริสุทธิ์และความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ในนั้น มันทำให้เขารู้สึกผิดยิ่งกว่าเดิม
“ฉัน… ขอโทษ” เขาพูดเสียงแผ่วเบา “ฉันมันตาบอด”
“ตาบอด?” น้ำหวานทวนคำ “คุณตาบอดที่คุณไม่เห็นความจริง หรือตาบอดที่คุณไม่เห็นหัวใจฉัน?”
ภีมสูดลมหายใจลึก “ฉัน… ต้องทำทุกอย่างเพื่อปกป้องพ่อของฉัน”
คำพูดนั้นทำให้น้ำหวานอึ้งไป “พ่อของคุณ? เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้?”
“พ่อของฉัน… เป็นหนี้ก้อนใหญ่” ภีมพูดต่อ “เขาถูกแก๊งค์มาเฟียข่มขู่… ถ้าเขาไม่หาเงินมาใช้หนี้ภายในเวลาที่กำหนด ชีวิตของเขาจะตกอยู่ในอันตราย”
น้ำหวานยังคงนิ่งเงียบ ฟังภีมเล่าเรื่องราวในอดีต
“ตอนนั้น… ฉันกำลังตามหาคนที่จะช่วยพ่อของฉัน” ภีมเล่า “ฉันได้ข่าวว่ามีเศรษฐีคนหนึ่ง… ที่กำลังมองหาผู้หญิงที่ ‘พิเศษ’ เพื่อแต่งงานด้วย… เพื่อเป็นเครื่องมือในการทำธุรกิจบางอย่าง”
น้ำหวานเบิกตากว้าง “คุณหมายถึง… ฉัน?”
ภีมพยักหน้า “ใช่… ฉันได้ยินมาว่าเธอ… บริสุทธิ์… และมีฐานะดี… ฉันคิดว่าเธอคือคนที่ฉันกำลังหาอยู่”
“แต่… คุณเข้าใจผิด” น้ำหวานพูดเสียงสั่น “ฉันไม่ได้… ฉันไม่ได้…”
“ฉันรู้” ภีมพูดแทรก “ฉันรู้ว่าเธอไม่ได้เป็นอย่างที่ฉันคิด… แต่ตอนนั้น… ฉันหมดหนทางแล้ว”
“คุณ… มาหลอกฉัน?” น้ำหวานถามเสียงสั่น น้ำตาเริ่มคลอเบ้า
“ฉันไม่ได้มาหลอก” ภีมส่ายหน้า “ฉันมา… ขอเธอแต่งงาน… เพื่อช่วยพ่อของฉัน”
“แล้ว… ความเข้าใจผิดเรื่องที่ฉัน… เป็นผู้หญิงขายตัวล่ะคะ?” น้ำหวานถามอย่างเจ็บปวด
ภีมหลบสายตา “ตอนนั้น… ฉันเห็นเธออยู่กับผู้ชายคนหนึ่ง… เขาดูท่าทางไม่ดี… และฉันก็ได้ยินอะไรบางอย่าง… ที่ทำให้ฉันเข้าใจผิดไปเอง”
“ใคร?” น้ำหวานถาม “ใครคือผู้ชายคนนั้น?”
“เขาคือ… ‘อัศวิน’” ภีมตอบ “คนที่กำลังพยายามจะหลอกใช้เธอ… เพื่อผลประโยชน์ของเขา”
น้ำหวานนึกย้อนกลับไป ภาพของอัศวิน ชายที่เข้ามาตีสนิทเธอในช่วงที่ครอบครัวของเธอกำลังมีปัญหา ใบหน้าของเขาปรากฏขึ้นในความคิดของเธอ
“อัศวิน… เขาเป็นคนไม่ดีจริงๆ” น้ำหวานพูดเสียงแผ่ว “เขาพยายามจะ… หลอกฉัน”
“ใช่” ภีมพูด “และฉัน… เข้าใจผิดว่าเธอ… ยินยอมพร้อมใจกับเขา”
“แล้ว… ทำไมคุณถึงทิ้งฉันไป?” น้ำหวานถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด “ถ้าคุณรู้ว่าฉันบริสุทธิ์ ทำไมคุณถึงยังทิ้งฉันไป?”
ภีมหลับตาลงอีกครั้ง “เพราะ… ฉันไม่อยากให้เธอเข้ามาพัวพันกับชีวิตอันตรายของฉัน” เขากล่าว “ฉันกลัวว่าถ้าฉันอยู่ใกล้เธอ… เธอจะตกอยู่ในอันตรายเหมือนพ่อของฉัน”
“คุณ… กลัว?” น้ำหวานถามอย่างไม่เชื่อหู “คุณกลัวว่าจะปกป้องฉันไม่ได้?”
“ใช่” ภีมตอบเสียงหนักแน่น “ฉันไม่อยากให้เธอต้องมาเจ็บปวดเหมือนที่ฉันเคยเจอ… ฉันคิดว่าถ้าฉันหายไป… เธอจะปลอดภัย”
น้ำหวานยืนนิ่ง เธอพยายามประมวลผลทุกสิ่งทุกอย่างที่ภีมพูด มันเป็นเรื่องราวที่ซับซ้อน และเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
“แต่… คุณรู้ไหมว่าคุณทำลายชีวิตฉันไปมากแค่ไหน?” น้ำหวานพูดทั้งน้ำตา “การเข้าใจผิดครั้งนั้น… มันทำลายทุกสิ่งทุกอย่างของฉัน”
“ฉันรู้” ภีมตอบเสียงเครือ “และฉัน… ไม่เคยลืมมันเลย”
ชาญชัยที่ยืนฟังมาตลอดถึงกับอึ้งไป เขามองภีมด้วยความรู้สึกที่หลากหลายปะปนกัน ทั้งความโกรธ ความผิดหวัง และความสงสาร
“ถ้างั้น… ที่คุณกลับมาตอนนี้…” น้ำหวานถาม “คุณต้องการอะไร?”
ภีมเงยหน้าขึ้นมองน้ำหวาน ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ฉันกลับมา… เพื่อแก้ไขทุกอย่าง… เพื่อชดใช้ให้กับเธอ… และเพื่อปกป้องเธอ… จากอันตรายที่กำลังจะมาถึง”
“อันตรายอะไร?” น้ำหวานถาม
“อัศวิน… เขาไม่ได้หายไปไหน” ภีมพูด “เขาพยายามจะกลับมาทำร้ายเธออีกครั้ง… และครั้งนี้… ฉันจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น”
น้ำหวานมองภีมอย่างครุ่นคิด เธอไม่รู้ว่าควรจะเชื่อเขาหรือไม่ แต่แววตาของเขาก็ดูจริงจัง
“ฉัน… ไม่เข้าใจ” น้ำหวานพูด “ทำไมคุณถึงทำทุกอย่างเพื่อฉันขนาดนี้?”
ภีมก้าวเข้ามาใกล้เธออีกครั้ง ยกมือขึ้นมาประคองใบหน้าของเธอ “เพราะ… ฉันรักเธอ… น้ำหวาน”
คำสารภาพรักที่หลุดออกมาจากปากของภีม ทำให้น้ำหวานถึงกับอึ้งไป เธอไม่เคยคิดว่าเขาจะพูดคำนั้นออกมา
“คุณ… รักฉัน?” น้ำหวานถามเสียงแผ่ว
ภีมพยักหน้า “ใช่… ฉันรักเธอ… ตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน… แต่ฉัน… กลัวที่จะยอมรับมัน… กลัวที่จะทำให้เธอต้องตกอยู่ในอันตราย”
น้ำหวานมองเข้าไปในดวงตาของภีม เธอเห็นความจริงใจและความปวดร้าวที่ซ่อนอยู่ในนั้น เธอสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่เขาต้องแบกรับมาตลอดห้าปี
“แต่… ฉัน…” น้ำหวานพยายามจะพูด แต่ก็พูดไม่ออก
“ฉันรู้ว่าเธอคงจะเกลียดฉัน” ภีมพูดเสียงเศร้า “และฉัน… ก็สมควรได้รับมัน”
“ฉัน… ไม่ได้เกลียดคุณ” น้ำหวานพูดเสียงเบา “แต่… ฉันเจ็บปวดมาก”
“ฉันรู้” ภีมตอบ “และฉัน… จะพยายามทำให้เธอหายเจ็บปวด”
ขณะที่ทั้งสองคนกำลังเผชิญหน้ากัน ชาญชัยก็ตะโกนขึ้น “พวกแก! แกมันพวกบ้า! ฉันจะไม่ยอมให้พวกแกทำอะไร!”
ชาญชัยพุ่งเข้ามาจะทำร้ายภีม แต่น้ำหวานก็รีบคว้าแขนของภีมไว้ “พอเถอะค่ะคุณชาญชัย!”
“น้ำหวาน… มานี่” ภีมพูดเสียงอ่อนโยน “เราต้องไปจากที่นี่”
น้ำหวานมองชาญชัยด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสับสน แต่เธอก็รู้ดีว่า เธอต้องไปกับภีม
เธอพยักหน้า “ค่ะ”
ภีมจูงมือของน้ำหวาน เดินออกจากร้านอาหารไป ทิ้งให้ชาญชัยยืนอยู่ลำพังท่ามกลางความวุ่นวาย
เมื่อทั้งสองคนก้าวออกมาจากร้านอาหาร ภีมก็หันมามองน้ำหวาน “เธอ… จะให้อภัยฉันไหม?”
น้ำหวานมองเขา ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เธอไม่แน่ใจว่าเธอจะสามารถให้อภัยเขาได้หรือไม่ แต่เธอรู้ว่า… เธอไม่สามารถปฏิเสธความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจของเธอได้อีกต่อไป
“ฉัน… ไม่รู้” น้ำหวานตอบ “แต่… ฉันอยากรู้ความจริงทั้งหมด”
ภีมยิ้มบางๆ “ฉันจะบอกเธอทุกอย่าง… ฉันสัญญา”
แต่ทันใดนั้นเอง เสียงไซเรนของรถตำรวจก็ดังขึ้นจากระยะไกล…
“ตำรวจ!” ชาญชัยตะโกนมาจากด้านหลัง “ฉันแจ้งตำรวจแล้ว!”
ภีมกับน้ำหวานหันไปมองหน้ากันด้วยความตกใจ
“เราต้องไปเดี๋ยวนี้!” ภีมพูดเสียงเครียด “ถ้าพวกเขาจับฉันได้… ทุกอย่างจะยิ่งแย่ลง!”
ภีมรีบคว้ามือของน้ำหวานอีกครั้ง และพาเธอวิ่งหนีไปในความมืดมิดของยามค่ำคืน ทิ้งไว้เพียงคำถามที่ยังค้างคาอยู่ในอากาศ…
ว่าทำไมภีมถึงต้องหลบหนีตำรวจ? และความจริงทั้งหมดที่เขาจะบอกน้ำหวานนั้น… คือความจริงแบบไหนกันแน่?
ยั่วยวนรักของบอดี้การ์ด
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก